วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกมลึกของคนกันเอง

เกมลึกของคนกันเอง

  • Share:

ข้าราชการตำรวจที่ยังเดือดร้อนและถูกรังแกไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถส่งข้อร้องเรียนมาได้ที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ตู้ปณ.15 ปณฝ. รัฐสภา กทม. 10305

จากการประกาศโดยนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริต ในคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

หรือเข้าใจกันง่ายๆทีมงานของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ นั่นเอง

เรื่องของเรื่องไม่ใช่แค่การประกาศเปิดตู้ ปณ.รับข้อมูล ไฮไลต์มันอยู่ตรงที่นายชาญชัยได้ย้อนศร “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

ถ้าไม่ทราบ ไม่รู้เรื่อง การซื้อขายตำแหน่งตำรวจ ขอให้ไปถามผู้ที่รู้เรื่องของตำรวจดี คืออดีต ผบ.ตร.ที่เป็นน้องชายของท่านชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

เปิดตัวละครสำคัญตามท้องเรื่องเพิ่มมาอีกคน

แน่นอนอารมณ์ท้าทาย “บิ๊กบราเธอร์” แบบนี้ ต้องมั่นใจว่า “แบ็ก” ดีเหมือนกัน

ซึ่งก็ชัดเจนตามรูปการณ์ นี่คือจังหวะปล่อยหมัดสวน ตอบโต้ทันควันจากคิวที่ตำรวจไล่บี้ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ฐานส่งไลน์แฉคนระดับ “พลเอก” มีเอี่ยวซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายตำรวจ

ขู่กันแบบที่ว่า ถ้าไม่มาตามหมายเรียก ก็เจอหมายจับแน่

โดยที่พล.อ.ประวิตร ได้ยุส่งให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินหน้าลุยจัดการกับคนที่ทำให้วงการตำรวจเสื่อมเสีย

ไม่สนใจยี่ห้อ “ลูกป๋า” ไม่กลัวหยิกเล็บเจ็บเนื้ออีกต่อไป

ตามปรากฏการณ์ฟ้องด้วยภาพ เป็นการตอกย้ำ ขยายความตามควันที่โชยมาอย่างต่อเนื่องว่าด้วยเรื่องศึกผู้มากบารมี “2 ป”

การวัดพลังกันระหว่าง “อำมาตย์เก่า” กับ “ขุนทัพอำนาจใหม่”

เปิดหน้าแลกหมัด กดปุ่มปฏิบัติการ “เคลียร์พื้นที่” กันแล้ว

ในจังหวะพอดิบพอดีกับปม “จดหมายน้อย” ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายรัฐบาล ที่ตามรูปการณ์แน่นอนว่า ถูกคนวงใน “จงใจ” เอาออกมาประจานพฤติการณ์ใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม

ทำให้การทรงตัวอยู่ในสถานะรองนายกฯด้านกฎหมายมีปัญหา

ซึ่งนั่นก็น่าจะกระทบชิ่งไปถึงสถานภาพของนายวิษณุที่อยู่ทีมเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สายของฝ่าย “อำมาตย์” ที่ถูกส่งเข้ามาช่วยงานรัฐบาลทหาร

“พะจุณณ์-วิษณุ” ตามฉากของพวกเดียวกัน ล่อกันเอง ขยายภาพเชิงซ้อนของ “ทหาร” กับ “อำมาตย์” ที่แตะมือกันอย่างหลวมๆ ออกแรงโค่นรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” มาด้วยกัน

ถึงจุด “หักเหลี่ยม” ในหมู่หุ้นส่วนอำนาจ

ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยปรากฏการณ์ย้อนแย้งในขุมกำลังฝ่ายเดียวกัน มันก็ยิ่งต้องตามแกะรอย จากแรงกดดันต่อรัฐบาลทหาร คสช.ที่เพิ่มระดับขึ้นทุกขณะ

ปรากฏว่า ไม่ได้มาจากฝ่ายต้านเพียวๆ

เพราะแม้แต่คิวของ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่ออกมาไล่รัฐบาลทหาร คสช.ในจังหวะล้อไปกับการเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เปิดเกมซัดรัฐบาลท็อปบูต

เดินเกมบุก เหมือนเล่นเป็นทีมเดียวกัน

แต่แกะรอยจากคนวงในใกล้ชิดของ “ทักษิณ” ยืนยันรายการนี้เป็นเรื่องผิดคิว ยืนยันสถานะ “บิ๊กจิ๋ว” ตอนนี้เป็นทีมงานของบ้านใหญ่ย่านเทเวศร์

ไม่ได้เล่นทีมเดียวกับ “นายใหญ่” แต่อย่างใด

วัดได้จากการขยับของ “บิ๊กจิ๋ว” ส่งผลด้านลบกับ “ทักษิณ” มากกว่าบวก แทนที่จะกระตุกแรงต้านรัฐบาล คสช.ตามยุทธศาสตร์ที่เน้นจี้จุดตายปมเศรษฐกิจ บลัฟฟอร์มบริหารรัฐบาลท็อปบูต กลับไปเจออารมณ์เข็ดขยาดยี่ห้อ “บิ๊กจิ๋ว” เพิ่มแรงบวกให้ฝ่ายต้านระบอบ “ทักษิณ”

กระแสตีกลับ “นายใหญ่” เสียจังหวะรุก สะดุดไปเลย.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้