วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตั้งโจทย์ปัญหาสงฆ์ให้ถูก

ตั้งโจทย์ปัญหาสงฆ์ให้ถูก

  • Share:

ขณะที่การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชยังเป็นปัญหาที่คาราคาซังอยู่ เฟซบุ๊กของ คสช.ได้เผยแพร่ข้อความบางตอน ความว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายจะยึดหลักกฎหมาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคม จะไม่เข้า ไปยุ่งเกี่ยวกับ “ความขัดแย้งภายในของคณะสงฆ์” และขอให้ทางคณะสงฆ์หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาด้วยกฎเกณฑ์และพระธรรมวินัย

ข้อความดังกล่าวข้างต้นเป็นการยืนยันว่า คสช.และรัฐบาล มองว่าปัญหาการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เกิดจาก “ความขัดแย้งในคณะสงฆ์” ทั้งๆที่เป็นมติเอกฉันท์ของมหาเถรสมาคม ฝ่ายพระสงฆ์ก็ยืนยันว่าไม่มีความแตกแยก และในการเสวนาของมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ก็ยืนยันไม่มีแตกแยก มีเพียงพระ 1 รูป และฆราวาส 1 คน ที่ออกมาคัดค้าน

แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ยังมองว่าเกิดจากการแตกแยกในคณะสงฆ์ ประชาชนบางส่วนก็เชื่อเช่นนั้น ตัวอย่างเช่นผลการสำรวจความเห็นของนิด้าโพล มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 45.80 เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรรอให้ความขัดแย้งในคณะสงฆ์คลี่คลายก่อน จึงค่อยทูลเกล้าฯเพื่อทรงสถาปนา ร้อยละ 28.30 เห็นว่าควรทำตามมติ มส.

การมองว่าปัญหาเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งในคณะสงฆ์ อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานหรือการตั้งโจทย์ที่ผิด นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ผิด และอาจมีผลกระทบในทางที่ไม่พึงปรารถนา รวมทั้งอาจขยายเป็นความขัดแย้งระหว่างคณะสงฆ์กับรัฐบาลเสียเอง รัฐบาลควรไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และควรแยกปัญหาวัดพระธรรมกายออกจากปัญหาการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

การตรวจสอบกรณีต่างๆของวัดพระธรรมกาย ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระ ธรรมวินัย ต้องให้คณะสงฆ์เป็นผู้ดำเนินการ เช่น ข้อกล่าวหาเรื่องปาราชิก หรือประพฤติผิดพระธรรมวินัยในเรื่องอื่นๆ คดีเกี่ยวกับการรับเช็คหลายร้อยล้านบาทจากสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นอำนาจของรัฐ ส่วนการตรวจสอบรถหรูซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2556 ต้องเร่งรัดและตรงไปตรงมา

ส่วนวงการพระสงฆ์ก็ต้องยึดหลักขันติธรรม ให้เวลารัฐบาล เพราะนายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ทูลเกล้าฯ และลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จึงต้องระมัดระวังไม่ให้มีเรื่องระคายเคือง ข่าวที่ว่าคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยสงฆ์บางแห่งเรียกร้องให้ “ควํ่าบาตร” รัฐบาล คณะสงฆ์จะต้องเตือนให้รอบคอบ มิฉะนั้นจะลุกลามกลายเป็นความแตกแยกครั้งใหญ่

แต่น่ายินดีที่มีรายงานข่าวว่า มหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้กรรมการ 3 รูป ซึ่งมีสมณศักดิ์ “ชั้นพรหม” เป็นตัวแทนพูดจากับฝ่ายรัฐบาล จึงหวังว่าฝ่ายรัฐบาลจะตอบสนองด้วยการหาทางพูดจา เพื่อหาข้อยุติร่วมกัน เพื่อป้องกันความขัดแย้ง แม้แต่จะหารือเกี่ยวกับการปฏิรูปคณะสงฆ์ ตามที่มีชาวพุทธหลายฝ่ายเรียกร้องก็ทำได้ ถ้าทุกฝ่ายยึดประโยชน์ส่วนรวม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้