วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ต้องสร้างความชัดเจนเลือกตั้งจะมีจริงในปี 2560

ต้องสร้างความชัดเจนเลือกตั้งจะมีจริงในปี 2560

  • Share:

ถ้าตัดปัญหาเรื่อง ความเสี่ยงทางการเมือง ออกไป ประเทศไทย จะกลายเป็น ประเทศที่เนื้อหอม น่าลงทุนที่สุดในอาเซียน เพราะมีความพร้อมทุกด้าน แม้จะมีความเสี่ยงทางการเมืองเป็นปัจจัยฉุด แต่ความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ และศักยภาพของประเทศโดยรวม ก็ยังช่วยดึงนักลงทุนต่างชาติและไทยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผมอยากให้ คสช. สร้างความเชื่อมั่นให้ได้ว่า จะมีการเลือกตั้งภายในปี 2560 จริง ผมเชื่อว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยและต่างชาติจะเพิ่มขึ้นอีกมากทีเดียว

ขนาดบ้านเมืองวุ่นๆไม่แน่นอนอย่างนี้ คุณสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการเดือนมกราคม 2559 ที่ผ่านมา ดัชนีความเชื่อมั่นยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากเดือนธันวาคมปีที่แล้ว จากระดับ 110.8 ในเดือนธันวาคม เป็น 114.4 ในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี เป็นผลมาจากยอดขายของเอสเอ็มอีที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

ก็ต้องถือเป็น “ข่าวดี” ของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางการเมืองในประเทศที่ส่อเค้าจะนำไปสู่ความแตกแยกครั้งใหญ่อีกครั้ง จากร่างรัฐธรรมนูญมีชัย

ทางด้าน บีโอไอ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คุณหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการ ก็เปิดเผยผลการสำรวจคาดว่า มาตรการเร่งรัดการลงทุนในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2557 จนถึงกลางปี 2559 จะมีการลงทุนจริง 200,000 ล้านบาท เชื่อว่าปี 2559 ทั้งปีจะมีเงินลงทุนประมาณ 500,000 ล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีสูงมีตลาดเฉพาะ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เกษตรแปรรูป โลจิสติกส์ สาธารณูปโภค ฯลฯ

แต่ข่าวดีทั้งหลายก็ถูก ข่าวร้ายในร่างรัฐธรรมนูญมีชัย กลบไปอย่างน่าเสียดาย

คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ก็เปิดเผยว่า จะเริ่มระดมทุนให้กับ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์ ที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 100,000 ล้านบาท จะเปิดขายให้นักลงทุนสถาบันในเดือนนี้ก่อน 10,000 ล้านบาท เช่น กองทุนวายุภักดิ์ กบข. จากนั้นในเดือนมิถุนายนจะเปิดขายให้รายย่อยและสถาบันในประเทศและต่างประเทศจนครบ 100,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปลงทุนใน โครงการมอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพฯ–พัทยา–มาบตาพุด และ สาย 9 ถนนวงแหวนรอบนอกสายตะวันออก บางพลี–บางปะอิน ที่เปิดให้บริการมีรายได้แล้ว

ล่าสุด ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ทยอยประกาศออกมา 81 บริษัท มีกำไรสุทธิรวมกันกว่า 108,000 ล้านบาท ถือว่ายังมีกำไรดี

ความจริง บริษัทขนาดใหญ่ และ ขนาดกลางขึ้นไป ส่วนใหญ่ยังสามารถทำกำไรได้ดี แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะไม่ดี เพราะมีกำลังเงิน กำลังคนไปลงทุนในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะใน กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม ที่มีประชากรรวมกันราว 170 ล้านคน จึงช่วยให้ผลประกอบการมีกำไรดีไม่มีตก หรืออาจมีกำไรมากกว่าที่รายงานตลาดด้วยซ้ำ

สิ่งที่เป็น “ปัจจัยลบ” ก็คือ “การเมืองในประเทศ” ที่ทำให้นักธุรกิจไทยจำใจต้องไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านแทน ได้ทั้งกำไรและได้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจากสหรัฐฯและยุโรปอีกด้วย ผลประกอบการธุรกิจจึงไม่มีปัญหา แต่ที่จะลำบากที่สุดก็คือประชาชนรากหญ้า

นักธุรกิจไทย ส่วนใหญ่ที่เคยคุยด้วย ก็อยากลงทุนในเมืองไทยทั้งนั้น แต่ติดขัดที่ความเสี่ยงของการเมืองไทยในอนาคต การสร้างความชัดเจนต่ออนาคตประเทศไทยจึงสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้ยังมีโอกาส แต่ถ้าดึงเกมไปนานกว่านี้ อนาคตจะยิ่งไม่แน่นอนมากขึ้น.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้