วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กับบทบาทที่ไม่ลงตัว พร้อมคว้าโอกาสทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา

ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กับบทบาทที่ไม่ลงตัว พร้อมคว้าโอกาสทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา

  • Share:

ใช้ชีวิตการทำงานอย่างเต็มที่ “ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” หนุ่มที่กำลังค้นหาตัวเอง พร้อมคว้าโอกาสทุกอย่างที่เดินเข้ามา เพื่อสร้างประสบการณ์ชีวิตที่ดี

เขื่อน-ภัทรดนัย หนุ่มวัย 23 ปี ลูกชายคนเล็กของ วรรณดาลักษณ์ เสตสุวรรณ ได้ก้าวเข้ามาชิมลางเป็น เจ้าของร้านขนม “Creamy Buzzle” หลังจากได้ใช้ชีวิตโตมากับกลิ่นเนย กลิ่นมาการีน และกลิ่นแป้งตั้งแต่เด็ก จนสามารถแยกแยะได้เลยว่า ขนมชิ้นนี้ใช้วัตถุดิบเกรดไหน ถึงแม้เขื่อนจะเรียนจบปริญญาตรี ด้านมาร์เกตติ้ง ที่ Stanford University และเคยเป็นนักร้องค่ายอาร์เอสมาก่อน และได้เล่นภาพยนตร์บ้าง แต่ที่หันมาสนใจทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะคุณแม่ เป็นเชฟทำขนมที่อร่อยมาก และเป็นซัพพลายเออร์ รับทำตามออเดอร์ให้ตามร้านเบเกอรี่ด้วย จนตอนหลังเราอยากทำเองจึงมองหาทำเลที่จะเปิดร้าน ก็มาปิ๊งที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งพอได้มาทำธุรกิจต้องเรียนรู้เริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์จนถึงสิบเลยทีเดียว

“ผมทำเองตั้งแต่หาพื้นที่ ลุยเองทุกอย่าง แต่โชคดีที่ได้ทีมงานดี ทุกอย่างจึงลงตัวลงล็อก แม้จะเพิ่งเปิดมาไม่ถึงปี แต่เราได้รับกระแสดีมากปัญหาของผมในตอนแรกคือ การคุมคน ซึ่งผมเองก็ไม่มีประสบการณ์ ในทีมเราก็มีทั้งคนที่เด็กกว่าและโตกว่า เลยต้องมีการปรับทัศนคติและวิธีการทำงานกันนิดหน่อย ซึ่งผมก็สนุกกับงานทุกอย่างนะครับ ตอนเป็นนักร้อง คนก็ทรีตกับเราแบบหนึ่ง พอมาเป็นพ่อค้า ก็รู้สึกว่า คนทรีตเราอีกแบบหนึ่ง ทุกอย่างเราได้เรียนรู้จากการทำงานมากเลย”

เมื่อชีวิตคือ การเรียนรู้ หนุ่มคนนี้จึงไม่หยุดที่จะมองหาความรู้ใหม่ให้กับตัวเอง โดยบอกว่างานทุกอย่างที่เขื่อนทำ เป็นการคว้าโอกาสทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ทั้งการเป็นนักร้อง นักแสดง จนมาเป็นพ่อค้า ในอนาคตก็วางแผนว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เขื่อนอยากเรียนด้านจิตวิทยา เพื่อได้เรียนรู้จักคน รวมทั้งอยากที่จะเปลี่ยนความคิดคนไทยในการไปหาจิตแพทย์ว่า การไปหาจิตแพทย์นั้นเป็นเรื่องปกติ คนไทยมีความเครียดสะสมเยอะ การได้พูดคุยกับจิตแพทย์จะช่วยบำบัดละความเครียดนั้นลงได้

“ผมทำงานตั้งแต่อายุ 13 ปี สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จาก การทำงานคือ ความรับผิดชอบ และเรียนรู้ว่าโอกาสไม่ได้มาง่ายๆ และย่อมมีคนที่ดีกว่าเรา ดังนั้นถ้าเรามีโอกาสแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด ถ้าทำแล้วสนุกถือเป็นโบนัส และผมยึดคติว่า การทำงานเราต้องไม่เอาเปรียบใคร และอย่าให้ใครมาเอาเปรียบเราด้วยครับ”....คิดแบบนี้เส้นทางการทำงานจะไปได้ราบรื่น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้