วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สามีงอนแม่ลูกอ่อนเพราะ “อิจฉาลูก”

สามีงอนแม่ลูกอ่อนเพราะ “อิจฉาลูก”

โดย ครูเคท
6 มี.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

มีคุณผู้อ่านที่เพิ่งเป็นคุณแม่มือใหม่อีเมลมาถามเรื่องคุณพ่ออิจฉาลูก “...หนูเพิ่งคลอดลูกคนแรกได้ 1 เดือน เป็นเด็กผู้ชายน่ารักแข็งแรงดีค่ะ แต่ตอนนี้เจอปัญหากับคุณพ่อของลูกที่เขามีอาการเหมือนอิจฉาลูก น้อยใจ รู้สึกตัวเองสำคัญน้อยลง เราไม่ดูแลเขาได้เหมือนเดิม หนูไม่รู้จะปรึกษาใครดีค่ะ เลยคิดถึงครูเคท หนูควรทำยังไงดีคะ แรกๆ เขาก็เห่อลูกนะคะ รีบกลับบ้านมาอุ้มลูกทุกวัน จนสองวันก่อน เขากลับบ้านมา หนูก็อุ้มลูกไปหาเขา คุยเรื่องลูกให้เขาฟัง เขาก็เงียบไป นี่เขาไม่แตะลูกมา 2 วันแล้ว หนูพยายามชวนคุย แต่ตอนนี้เขางอน ไม่ยอมพูดด้วยเลยค่ะ ถามอะไรก็เงียบ พอเขาพูด ลูกร้อง พอหนูปลอบลูก เขาก็บอกว่าไม่ฟังเขา...”

ท่านที่ไม่เคยประสบปัญหาอย่างนี้ อย่าเพิ่งนึกว่ากรณีนี้เป็นเรื่องประหลาด พ่อที่รักลูกจะอิจฉาลูกได้อย่างไร แต่ในความเป็นจริงที่ไม่ค่อยมีใครเปิดเผยให้ทราบ คุณพ่อลูกอ่อนมือใหม่ 1 ใน 10 คนอาจเคยมีความรู้สึกอย่างนี้ค่ะ ความรู้สึกน้อยใจนี้ เกิดจากความเครียดที่แฝงอยู่ลึกๆ แม้ว่าการมีลูกจะเป็นความน่ายินดี แต่พ่อแม่มือใหม่อาจเครียดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายมากขึ้น กังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูก กังวลเรื่องการเงิน กังวลเรื่องความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อก่อนมีเรากันสองคน ตอนนี้มีสามหรือมากกว่า ฯลฯ

นอกจากพ่ออิจฉาลูกแล้ว แม่อิจฉาลูกก็มีค่ะ สรุปว่าความวิตกกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตทำให้คนเราเกิดอาการเครียด หรือบางรายอาจพัฒนาเป็นอาการซึมเศร้าได้ค่ะ สังเกตอาการได้ เช่น พูดคุยกันน้อยลง มีแง่งอนน้อยใจ บางรายมีอาการเบื่ออาหาร กังวลนู่นนี่ ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความต้องการทางเพศลดลง ไม่ค่อยมีแรง เบื่อไม่อยากทำอะไร นอนไม่ค่อยหลับ บางรายอาจมีอาการปวดต่างๆ ร่วมด้วย

ดังนั้น คู่ครองหรือคนในบ้าน ไม่ควรต่อว่าหรือดึงอาการนี้มาเป็นประเด็น แต่ควรเข้าใจและช่วยกันทำให้บรรยากาศในครอบครัวเต็มไปด้วยความรักนะคะ อันดับแรก ให้คุณพ่อเข้ามามีส่วนร่วมในการเลี้ยงดูลูก เช่น ให้ช่วยชงนม อุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม อาบน้ำให้ลูก นวด สัมผัส หรือ ตบก้นเบาๆ กล่อมลูกนอน (การสัมผัสจำเป็นมากเพื่อสร้างความผูกพันและลดอาการอิจฉาลูกได้ดี) พาลูกใส่รถเข็นไปเดินเล่น ฯลฯ

นอกจากนี้ คุณแม่ควรดูแลคุณพ่อเหมือนเดิม หมั่นพูดคุย สอบถามเรื่องงาน เรื่องเพื่อน ความรู้สึก หรือ เรื่องข่าวสารต่างๆ ไม่ใช่คุยแต่กับเรื่องลูก คู่ที่วันๆ เอาแต่คุยเรื่องลูกไม่คุยเรื่องอื่นๆ หรือเรื่องของเราสองคนบ้าง นานวันไปจะรู้สึกห่างเหินระหว่างกัน ต้องใช้ลูกเป็นเครื่องเชื่อมความสัมพันธ์ ตอนยังไม่มีลูกเคยเรียกกันอย่างไรก็ควรเรียกอย่างเดิม หากเปลี่ยนมาเรียก พ่อ กับ แม่ ระหว่างกันก็อาจทำให้ความรู้สึกของคนรักห่างไป กลายเป็นความรู้สึกพ่อแม่เพียงอย่างเดียว และบางที ทั้งพ่อและแม่นั้นก็อาจลืมตัวและพยายามเป็น พ่อและแม่ของอีกฝ่ายหนี่งก็ได้ (ไม่ใช่เป็นทุกครอบครัวนะคะ บางบ้านที่เรียกตัวเองว่า พ่อ แม่ ก็รักกันดีจนแก่เฒ่าค่ะ)

และอย่าลืมออกไปเดตกันบ้าง นานๆ ไปทีไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ ฝากลูกไว้กับญาติพี่น้องที่ไว้ใจสัก 2-3 ชั่วโมง แล้วออกไปสวีทกันเหมือนก่อนที่จะมีลูก และหากมีโอกาส การจูงมือไปเข้าคอร์สอบรมหรือฟังสัมมนาเกี่ยวกับพ่อแม่บ้าง จะได้เจอครอบครัวอื่นๆ ที่เขาอาจมีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้และเทคนิคในการเลี้ยงลูกกัน ปัญหาพ่อแม่อิจฉาลูกนี้ ส่วนใหญ่จะหายไปเองในไม่นาน แต่หากยังงอนกันไม่เลิกนานเกิน 6 เดือน อาจปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนหรือหาสาเหตุของอาการวิตกกังวลและซึมเศร้านะคะ

ใครที่มีปัญหาด้านชีวิต ครอบครัว ความสัมพันธ์ การทำงาน มารับคำปรึกษากับครูเคทได้ที่ KruKate Counseling Center โทร. 08-1458-1165 เพื่อนัดคิว หรือ เข้าไปแชร์ประสบการณ์ในแฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer ได้นะคะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้