วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ภาพเชิงซ้อนเริ่มชัด!

ภาพเชิงซ้อนเริ่มชัด!

  • Share:

ไม่มา เจอหมายจับ

บทกร้าวที่ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ประกาศผ่านสื่อ กรณีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ขออนุมัติศาลออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

เพื่อดำเนินการในข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการส่งข้อความผ่านทางไลน์กล่าวหาคนระดับ “พลเอก” มีเอี่ยวในการซื้อขายตำแหน่ง อยู่เบื้องหลังการเซ็งลี้เก้าอี้ตำรวจ

และในเวลาต่อมาก็เป็น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ออกมาบอกปัด ยืนยันไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ

แต่ใครจะไป “ตกเบ็ด” หลอกว่าสามารถฝากให้ได้นั้น ไม่รู้ด้วย

โดยปรากฏการณ์ตำรวจไล่บี้ “พะจุณณ์” โยงเป็นกรณีกับ “บิ๊กป้อม” ตามท้องเรื่องที่เป็นกระแสมาตลอดว่าด้วยเครือข่าย “บิ๊กบราเธอร์” ที่กุมขุมอำนาจวงการสีกากี

ถึงจุดที่เปิดหน้าแลกหมัด ไม่ยั้งมือกันแล้ว

และก็โผล่มาในห้วงจังหวะไล่เลี่ยๆกันกับปม “จดหมายน้อย” ของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม เขียนถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ด้วยลายมือ ขอให้ปล่อยผู้ต้องขังที่ยังไม่ถึงกำหนดการพักโทษ อ้างชื่อคนระดับ “ท่านผู้หญิง” รับรองความประพฤติให้

โดยที่นายวิษณุก็ยอมรับเป็นการแทงเกษียณท้ายหนังสือร้องทุกข์ธรรมดา

แน่นอน ตามรูปการณ์ทางกระแสที่กระตุกเสียงวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะจากเครือข่ายฝ่ายต้านอำนาจรัฐบาลทหาร ได้ทีบลัฟคนระดับรองนายกรัฐมนตรีแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม นับเป็นเรื่องใหญ่สะเทือนเครดิตรัฐบาล คสช.

“เนติบริกร” ส่อเก้าอี้ร้อน นั่งไม่เป็นสุขอีกต่อไป

แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ว่า เรื่อง “เอ็กซ์คลูซีฟ” ระดับนี้ ลำพังคนนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้ ถ้าไม่ใช่คนวงในนำเรื่องออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

นั่นหมายถึงความ “จงใจ” ปล่อยจดหมายน้อยออกมาประจาน

และว่ากันตามปรากฏการณ์ ถ้าจะมองเชื่อมโยงเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

ด้วยสถานะเบื้องหลังของ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ก็คืออดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ เป็นนายทหารคนสนิทสุดของ “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

ชื่อนี้รู้กันดีว่า “ลูกรักป๋า” พะยี่ห้อบ้านสี่เสาฯ

ขณะที่นายวิษณุ แม้จะมีสถานะเป็นมือกฎหมายของ ครม.ท็อปบูต แต่โดย “เนื้อแท้” เขาก็คือทีมเดียวกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ “ด็อกเตอร์ปื๊ด” นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

“พะจุณณ์–วิษณุ” ก็คือเครือข่ายฝ่าย “อำมาตย์”

ยิ่งเป็นอะไรที่ประกอบเข้าฉากตามท้องเรื่องที่กำลังยื้อเหลี่ยมเกมแฝงอำนาจในกติกาใหม่ ในมุมที่ท็อปบูตชงสูตรการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2 ขยัก ขออยู่บนหลังเสือคุมเกมการปฏิรูปประเทศหลังปล่อยเลือกตั้งช็อตแรก 5 ปี ช็อตยาว 20 ปี

ไม่เสี่ยง “เสียของ” โดนถีบหัวส่งเหมือนคิวปฏิวัติปราสาททรายของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.

ปรากฏทหารโดนต้านหนัก ระแวงเกมสืบทอดอำนาจ

แต่ในเหลี่ยมของฝ่ายอำมาตย์ที่ซ่อนอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ได้ลากอำนาจการคุมเกมรัฐบาลหลังเลือกตั้งไปไว้กับศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.

ชัดเจนเลยว่า อำมาตย์เทน้ำหนัก ไว้ใจตุลาการมากกว่าทหาร

ตามรูปการณ์ท็อปบูตก็หนีไม่พ้นสภาพมวยรองบ่อน สุดท้ายก็เป็นได้แค่ “ม้าใช้”

เรื่องของเรื่อง อ่านกันตามสถานการณ์ เหมือนเกมเดิมพันมาถึงจุดต้องตัดสินใจเลือก “ตีไพ่” ภายใต้เงื่อนไขที่ทหารกุมอำนาจกองทัพ อำมาตย์ถือดุลในกระบวนการยุติธรรม

คิวของ “พะจุณณ์-วิษณุ” ก็คือปฏิบัติการเคลียร์ “ภาพเชิงซ้อน”

ฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ที่เกาะกันอย่างหลวมๆในขั้วอำนาจรัฐบาล คสช. ชั้นแรกระหว่าง “อำมาตย์” กับทหาร ชั้นต่อไปก็ระหว่างท็อปบูตกับท็อปบูต

ก่อนถึงชั้นลึกสุดก็คือภาวะวัดใจระหว่างพี่ๆน้องๆในทีม คสช.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้