วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชียงใหม่พลิกวิกฤติ บำบัดน้ำเสียสู้แล้ง

เชียงใหม่พลิกวิกฤติ บำบัดน้ำเสียสู้แล้ง

  • Share:

“ภัยแล้ง” ปีนี้ ทุกภาคส่วนอย่าได้ประมาท ต้องวางแผนรับมืออย่างรัดกุม

ชัยเกียรติ ห่านสัมฤทธิ์ ประธานกรรมการองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บอกว่า หนึ่งในการรับมือภัยแล้งที่ไม่ควรมองข้ามคือให้ความสำคัญในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดและได้มาตรฐาน กลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆตามความเหมาะสม

“ในปีที่ผ่านมา...หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้น้ำใช้ในการเกษตรกรรมไม่เพียงพอ องค์การจัดการน้ำเสียได้มีแนวทางในการช่วยแก้ปัญหาน้ำไม่เพียงพอ โดยการนำน้ำที่ผ่านการบำบัด ได้มาตรฐาน เป็นแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้ประโยชน์”

โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่อยู่บริเวณพื้นที่รอบๆโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำที่ไม่มีแหล่งน้ำสำรองที่มีคุณภาพมาตรฐาน ในช่วงที่มีปัญหาน้ำขาดแคลน

นอกจากนี้แล้ว องค์การจัดการน้ำเสียจะได้พิจารณาในการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดที่ได้มาตรฐาน กลับมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆตามความเหมาะสมในพื้นที่อื่นๆต่อไป

ภาพใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่อยู่ใกล้เคียงกับที่ตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ได้ใช้ประโยชน์ ดังนี้...ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครเชียงใหม่ ปริมาณน้ำ 10,000 ลบ.ม./วัน...ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองพะเยา ปริมาณน้ำ 3,900 ลบ.ม./วัน...ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครลำปาง ปริมาณน้ำ 3,700 ลบ.ม./วัน

ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครอุดรธานี ปริมาณน้ำ 6,000 ลบ.ม./วัน...ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองมุกดาหาร ปริมาณน้ำ 3,200 ลบ.ม./วัน...ระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองสิงห์บุรี ปริมาณน้ำ 1,600 ลบ.ม./วัน...และระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลเมืองบ้านโป่ง ปริมาณน้ำ 1,200 ลบ.ม./วัน

เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะกรรมการองค์การจัดการน้ำเสีย อนุกรรมการ และผู้บริหารลงพื้นที่สำนักงานจัดการน้ำเสียสาขาเชียงใหม่ ...โรงปรับปรุงคุณภาพน้ำเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่บำบัดน้ำเสียแล้วนำกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรกรรม

องค์การจัดการน้ำเสียกับเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ทำข้อตกลงร่วมในการบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.56 เป็นระยะเวลา 15 ปี (นับตั้งแต่ 25 มิ.ย.56 ถึง 30 ก.ย.70) โดยโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำเสียเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นระบบบำบัดน้ำเสียประเภทสระเติมอากาศ มีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียชุมชนสูงสุด 55,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือ 20 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

อัศนี บูรณุปกรณ์ เลขานุการ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ บอกว่า ปัญหาภัยแล้งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเกษตรกร...ชาวบ้าน น้ำเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการประกอบอาชีพ การบำบัดน้ำเสียจนได้คุณภาพมาตรฐานแล้วนำกลับมาใช้เป็นน้ำสำรองเพื่อการเกษตรเป็นประโยชน์มาก

“เพื่อเพิ่มสมดุลให้กับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม...เติมเต็มในช่วงที่ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ”

“น้ำเสีย”...จากอาคารบ้านเรือน สถานประกอบการต่างๆจะผ่านการบำบัดในเบื้องต้น ไหลมารวมกันที่บ่อพักน้ำเสีย จากนั้นจะไหลผ่านท่อระบายน้ำเสีย และท่อรวบรวมน้ำเสีย

ท่อระบายและท่อรวบรวมน้ำเสีย ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง มีความยาวประมาณ 48 กิโลเมตร จะทำหน้าที่รับน้ำเสียจากบ่อพักน้ำเสียและน้ำฝน ลงไปสู่ระบบท่อระบายน้ำเสีย ผ่านอาคารดักน้ำเสีย เข้าสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียหลัก การไหลจะอาศัยแรงโน้มถ่วง...ยกระดับน้ำเป็นระยะๆ ตามสถานียกระดับน้ำเสียทั้ง 9 สถานี

ปัจจุบันมีระบบรวบรวมน้ำเสียครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 50 ของเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ทั้งหมด...ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ได้แก่ แขวงนครพิงค์ แขวงศรีวิชัย และแขวงเม็งราย ยกเว้นแขวงกาลวิละ ที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง มีประชากรโดยรวมประมาณ 102,416 คน...ไม่รวมประชากรแฝง

โดยสรุป...ระบบบำบัดน้ำเสียในปัจจุบันยังมีความสามารถเพียงพอที่จะรองรับน้ำเสียชุมชนในเขตพื้นที่ที่มีระบบท่อรวบรวมน้ำเสียรองรับ ...ประมาณการจากประชากรจะมีปริมาณน้ำเสียเข้าระบบ 18,400-27,500 ลบ.ม. ต่อวัน สัดส่วนที่อยู่ที่ร้อยละ 50 ของความสามารถระบบบำบัดน้ำเสียเท่านั้น

ในอนาคตหากมีการขยายระบบท่อรวบรวมน้ำเสียเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งจะรวมแขวงกาลวิละของเทศบาลฯหรือการขยายตัวของชุมชน โรงงาน และอื่นๆ ฯลฯ ระบบยังเพียงพอที่จะรองรับ

เพียงแต่ต้องปรับปรุงระบบรวบรวมน้ำเสีย...เครื่องสูบน้ำเสีย และท่อส่งน้ำเสียให้สามารถรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น

ขั้นตอนกระบวนการ...“น้ำเสีย” ชุมชนที่ผ่านระบบการปรับปรุงคุณภาพน้ำของโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำเทศบาลนครเชียงใหม่ จะมีการควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากระบบบำบัดน้ำเสีย ชุมชน ลงวันที่ 7 เมษายน 2553 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 127 ตอนพิเศษ 69 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2553

...มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำเสียชุมชนก่อนเข้าระบบ และตรวจวัดน้ำในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนระบายน้ำทิ้งเป็นรายวัน...เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง และตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำรายเดือน จากหน่วยงานภายนอกที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรับรองผล

“น้ำทิ้ง”...ที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำ จากระบบบำบัดน้ำเสียประเภทสระเติมอากาศ ได้แจกจ่ายไปยังเกษตรกรในพื้นที่บริเวณรอบๆ จำนวนพื้นที่ 53 ไร่ ด้วยท่อจ่ายตรงโดยเฉพาะ

...เป็นระบบท่อแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน...แบบกาลักน้ำ สามารถจ่าย หรือระงับการจ่ายได้โดยทันที เพื่อป้องกันกรณีฉุกเฉิน โดยมีอัตราการใช้น้ำเพื่อการเกษตร 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่...ต่อครั้ง คิดปริมาณในการทำการเกษตร 2 ครั้งในระยะเวลา 1 ปี

“น้ำทิ้งที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำ ส่วนที่เหลือจะถูกปล่อยลงสู่ลำรางสาธารณะไปรวมกับน้ำที่ไหลตามลำเหมืองแม่ข่า ที่อยู่ด้านหลังของระบบฯ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำได้เช่นกัน”

สำหรับปัญหาและอุปสรรค ในการบริหารจัดการน้ำเสียของเทศบาลนครเชียงใหม่ที่สำคัญก็คือ หิน กรวด ทราย และขยะ ที่ปะปนเข้าไปในระบบท่อ ทำให้เกิดการอุดตันในเส้นท่อรวบรวมน้ำเสีย

หากไหลไปสู่ “อาคารสูบน้ำเสีย” จะส่งผลให้เครื่องสูบน้ำชำรุดได้ นับรวมไปถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่า มีผลกระทบเรื่องการบริหารการใช้พลังงาน

หทัยรัตน์ ลิขิตอนุภาค รองผู้อำนวยการปฏิบัติการรักษาการแทนผู้อำนวยการ องค์การจัดการน้ำเสีย เสริมว่า องค์การจัดการน้ำเสียมีภารกิจในการบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้คุณภาพ ปัจจุบันดูแลอยู่กว่า 30 แห่ง สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ การสร้างคุณค่าจากน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว

“การใช้ประโยชน์จากน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วได้มาตรฐาน เพื่อจะได้เป็นแหล่งน้ำสำรอง ได้นำน้ำไปใช้ในการเกษตรบริเวณใกล้เคียง ในช่วงที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ”

“องค์การจัดการน้ำเสีย”...สร้างมูลค่าน้ำเสียที่บำบัดแล้ว นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้...ในยามที่ “น้ำ” มีใช้อย่างเพียงพออาจจะไม่เห็นความสำคัญ แต่เมื่อใดที่ขาดแคลน...จะรู้ว่า “น้ำ” มีคุณค่ามากแค่ไหน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้