วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังคมอันตรายฆ่าตัวตายที่3 ของโลก

สังคมอันตรายฆ่าตัวตายที่3 ของโลก

โดย สายล่อฟ้า
1 มี.ค. 2559 05:01 น.
  • Share:

เป็นเรื่องที่สังคมต้องฉุกคิดให้มากขึ้นนั่นคือการฆ่าตัวตายของไทย ซึ่งมีสถิติสูงเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากญี่ปุ่นอันดับ 1 อันดับ 2 มี 2 ประเทศ คือ สวีเดนและสแกนดิเนเวียที่มีอัตราการฆ่าตัวตายเท่ากัน

ทั้ง 3 ประเทศนี้ส่วนใหญ่ที่ฆ่าตัวตายจะเป็นกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมีปัญหาสุขภาพ และเกิดความเบื่อหน่ายการดำเนินชีวิต หลังเข้าสู่วัยชราและไม่อยากเป็นภาระของคนในครอบครัว

“ญี่ปุ่น” นั้น เป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุลำดับต้นๆของโลก และมีการแข่งขันสูงทำให้ชีวิตเป็นไปด้วยความเครียดข้อสังเกตก็คือ คนญี่ปุ่นจะสูบบุหรี่ และดื่มสุราจัด

ทั้งนี้ นพ.ยงยุทธ วงษ์ภิรมย์ศานย์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้รายละเอียดว่าเพียงแค่ 2 เดือนของปี 2559 ปรากฏว่าคนไทยฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง ปัจจุบันมีสถิติคนไทยฆ่าตัวตายสูงขึ้น

ในจำนวนนี้ 70% ฆ่าตัวตายด้วยวิธีการแขวนคอ รองลงมา 20% ใช้ยาพิษโดยเฉพาะยาฆ่าแมลงและอีก 10% เลือกวิธียิงตัวตาย

“ผู้ชาย” จะฆ่าตัวตายมากกว่า “ผู้หญิง”

เหตุที่นำมาซึ่งปัญหานี้ คือการดื่มสุรามักพบในผู้ที่ดื่มสุราจัดทำให้ขาดสติในการควบคุมตัวเอง ปัญหาสุขภาพโดยเฉพาะผู้ที่มีสุขภาพจิตไม่ปกติด้วยโรคซึมเศร้า ปัญหาในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง

บางรายเกิดความคิดไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ทำให้คิดสั้น และที่พบมากที่สุด คือปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ผิดหวังในเรื่องความรัก ขาดการดูแลเอาใจใส่ และไม่อยากเป็นภาระของคนในครอบครัว

คนไทยที่ฆ่าตัวตายอยู่ในวัยทำงานอายุราว 20 ปี ปลายๆไปจนถึงประมาณ 50 ปี ซึ่งมักจะผิดหวังในความรัก ปัญหาในครอบครัวและหนี้สิน ความเครียดในหน้าที่การงาน

แต่ละปีมีแนวโน้มว่าคนที่อยู่ในวัยทำงานจะฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 6 ราย คือ 1 แสนคน

แนวโน้มการฆ่าตัวตายมีมากขึ้นในสังคมไทย สาเหตุมาจากสภาพจิตใจที่ไม่สมหวัง สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ความรุนแรงในครอบครัว อารมณ์ชั่ววูบ โรคซึมเศร้าและปัญหาทางสุขภาพจิต

นี่คือสภาพความเป็นจริงของคนในสังคมไทย

ยิ่งปัจจุบันปัญหาสังคมมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เกิดปัญหาในการปรับตัวเป็นอย่างมาก

จึงเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

สังคมไทย ณ เวลานี้ พูดได้ว่าเป็นสังคมของผู้สูงวัยที่เพิ่มจำนวนมาก เป็นเรื่องที่รัฐจะต้องดูแลเอาใจใส่และหาทางช่วยเหลือเยียวยาให้ดี มิฉะนั้น จะเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต

ครอบครัวก็ต้องดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น อย่าปล่อยให้บุคคลเหล่านี้เกิดความรู้สึกโดดเด่ียว อ้างว้างจนทำให้คิดสั้นได้

ยิ่งปัจจุบันสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไปมากจนทำให้เกิดความตึงเครียด หาหลักยึดพึ่งพาได้ยากแม้แต่พุทธศาสนาที่เคยเป็นหลักสำคัญก็เกิดปัญหาจนทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธา

ปรากฏการณ์ “ตุ๊กตาเทพ” คือตัวอย่างที่เกิดขึ้น

หน้าที่การงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดการฆ่าตัวตายอย่างกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจฆ่าตัวตายอย่างต่อเนื่องก็คงไม่พ้นจากแรงกดดัน ทั้งจากผู้บังคับบัญชาและสภาพสังคม

ถึงวันนี้ซึ่งมีการตั้งกรรมการสอบสวนหาสาเหตุ แต่ยังไม่มีคำตอบว่ามาจากอะไรกันแน่ ทำให้กลายเป็นความลับดำมืดจนไม่สามารถลงโทษอะไรได้ก็ต้องตายฟรีไป

เพราะสังคมไทยเป็นสังคมลูบหน้าปะจมูกไม่กล้าเผชิญความจริง.

“สายล่อฟ้า”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้