ไลฟ์สไตล์
100 year

เร่ง ก.ม.ลูก'เลือกตั้ง60' สนช.ผนึกกำลังกรธ. ไปตามโรดแม็ป

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 ก.พ. 2559 05:05 น.
SHARE

ร่วมด้วยช่วยกันลดแรงเสียดทาน กรธ.-สนช.ผสานเสียงขึงขัง เร่งเขียน ก.ม.ลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4-5 ฉบับ ให้เสร็จก่อนเพื่อเลือกตั้งตามกำหนดเดิม ก.ค.2560 “พรเพชร” แย้มเตรียมแก้ รธน.ชั่วคราว 2 ขยัก ขั้นตอนทำประชามติ และกรณีประชามติไม่ผ่าน “มีชัย” คาใจถูกบิดเบือนปมนายกฯคนนอก เย้ยเจ็บพวกเรียนสูงๆอ่านร่างไม่ครบแล้วออกมาล้งเล้งโหวกเหวก “อภิสิทธิ์” เสนอฝ่ายค้านนั่งเก้าอี้รองประธานสภา ระบุนายกฯคนนอกควรมีเฉพาะเกิดวิกฤติเท่านั้น “นิพิฏฐ์” อัด กรธ.เพ้อเจ้อ คนออกมาใช้สิทธิ์ 80% ประเทศไทยไม่เคยมี ชี้ปัจจัยทำประชามติผ่านเพราะคนอยากเลือกตั้งเร็วๆมากกว่า เพื่อไทยสับทำเกินไปใช้ ม.44 ควบคุมประชามติ เย้ย “มีชัย” ฝากความหวังศาล รธน.ที่เคยมีวิสัยทัศน์สุดฮือฮา ขจัดถนนลูกรังก่อนสร้างรถไฟความเร็วสูง “ภูมิธรรม” ถามหาคนรับผิดชอบ ทรท.โดนยุบ-กก.บห. ถูกตัดสิทธิฟรี งามไส้ผักชีโรยหน้า กระทรวงการท่องเที่ยวฯถลุงงบล้านแปดจัดอีเวนต์ต้อนรับนายกฯ

ข่าวแนะนำ

หลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน แถลงชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้น หรือร่างแรก ต่อสาธารณะ โดยมีการระบุถึงกำหนดเลือกตั้งที่จะเลื่อนออกจากกลางปี 2560 ไปเป็นประมาณสิ้นปี 2560 กระทบกระเทือนต่อโรดแม็ป จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อื้ออึง สุดท้าย กรธ.ต้องดึงเวลากลับมาใกล้เคียงจุดเดิม ล่าสุด นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) ออกมาสำทับเร่งมือเขียนกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เพื่อให้โรดแม็ปเป็นไปตามกำหนดเดิม

“มีชัย” ย้ำที่มา ส.ว.ปลอดการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ก.พ. ที่รัฐสภา คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสำรวจความคิดเห็นของประชาชน กรธ. จัดสัมมนาเพื่อสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญก่อนการลงประชามติให้แก่สมาชิกสภาองค์กรชุมชน โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวบรรยายว่า หวังว่าองค์กรชุมชนจะช่วยทำความเข้าใจกับประชาชนได้ เพราะจัดตั้งขึ้นโดยคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่พูดถึงกันมาก เช่น ที่มา ส.ว. คือถ้าไปเลือกตั้งตรง การเมืองก็จะแทรกแซงเข้ามาอีก เพราะยากที่ใครจะไปหาเสียงโดยไม่อิงกับพรรคการเมือง ถ้าจะทำวุฒิสภาให้เป็นกลางเราก็ไม่อยากให้การเมืองเข้ามา มิฉะนั้นทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นอำนาจทางการเมืองเหมือนกัน จึงคิดว่าทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนเดินดินได้เข้ามา จึงให้เลือกกันเองโดยหากลไกไม่ให้ฮั้วกัน

รธน.เน้นสิทธิประชาชน–ปราบโกง

สิ่งที่ กรธ.ต้องการให้เกิดขึ้นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือ 1.อยากทำให้สิทธิประชาชนเกิดดอกออกผลต่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องไปต่อสู้ดิ้นรน 2.ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง 3.ทำอย่างไรการเมืองจะสุจริตขึ้น ขจัดการทุจริตประพฤติ มิชอบให้หมดไป ดังนั้น รัฐธรรมนูญนี้จะเข้มต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และการวางกลไกการมีส่วนร่วม ของประชาชนให้พออยู่กันได้ไม่เอาถึงชนะกันจนไม่มีที่อยู่

โวยถูกบิดเบือนนายกฯคนนอก

นายมีชัยกล่าวว่า กลไกการเลือกตั้งแบบระบบจัดสรรปันส่วนผสม เป็นกลไกที่ทำให้พออยู่กันได้ เราต้องดูทั้งพรรคและคนไปพร้อมกัน และต้องไม่ให้เสียงของประชาชนถูกทิ้งน้ำ ทำให้ทุกคนพออยู่กันได้แบบมีความสุข ส่วนเรื่องนายกฯ พรรค การเมืองก็ประกาศรายชื่อมา 3 คน เวลาประชาชนไปเลือกจะได้ดูทั้งคนทั้งพรรค และรัฐธรรมนูญจะบังคับไว้ว่าเวลาที่พรรคเสนอใครเป็นนายกฯต่อสภาฯ พรรคจะต้องเลือกจากคนเหล่านี้เอาคนอื่นไม่ได้ ถ้าไม่ชอบคนนอกจะเอามาทำไม ชอบมาพูดกรอกหูกันทุกวันว่าจะเอาคนนอกมาเป็นนายกฯ เขาหลอกเขาบิดเบือน เพราะจริงๆเขาเป็นคนเลือก พรรคต้องมีมติล่วงหน้า ดังนั้นเวลาที่ไปเห็นข้อมูลของพรรค การเมืองหรือคนบางกลุ่ม กรุณาย้อนกลับมาดูรัฐธรรมนูญตัวจริงด้วย เรารู้ว่าคน 21 คนอาจดูได้ไม่รอบคอบ ก็ต้องรับฟังเสียงจากคนอื่นว่ามีอะไรขาดตกบกพร่อง หากเป็นความเข้าใจผิดเราก็จะอธิบาย แต่หากบกพร่องจริงเราจะได้ไปเพิ่มเติมแก้ไข

ข้องใจพวกอ่านไม่ครบแล้วมั่วซั่ว

นายมีชัยกล่าวอีกว่า การเขียนเรื่องสิทธิของประชาชน กรธ.พิจารณาจากรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 แล้วนำมารวมกัน คิดว่าทำอย่างไรให้สิทธิประชาชนเกิดขึ้นจริงและได้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะคนที่ต่อสู้ให้ได้มา กรธ.จึงแยกสิทธิที่เกี่ยวกับตัวบุคคล และสิทธิจำเป็นที่ประชาชนทุกคนควรต้องมี โดยไปเขียนหมวดใหม่คือหน้าที่ของรัฐ หากรัฐไม่ปฏิบัติจะได้ชื่อว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมีโทษพ้นจากตำแหน่งซึ่งแรงกว่า เรื่องที่บิดเบือนอีกคือ บอกว่า กรธ.ตัดสิทธิหมดเลย ก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านหรือไม่ ในเรื่องของชุมชนเราเขียนไว้ถึง 6 แห่ง ส่วนที่บอกว่าเราตัดสิทธิการศึกษาของประชาชนออก 3 ปี ก็นึกไม่ออกว่าไปเอามาจากไหน ความมุ่งหวังของกรธ.ต้องการเฉลี่ยความสุข คนมีแล้วอย่าเอาไปเลย คนไม่มีจะได้ใช้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้กระทั่งการสาธารณสุข กรธ.ไม่ได้ตัดสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชน ตนก็นึกไม่ออกว่าคนพูดเป็นศาสตราจารย์ได้อย่างไร อ่านหนังสือไม่ครบ เราเขียนไว้ในหน้าที่รัฐ การเขียนอย่างนี้แปลว่ารัฐต้องจัดหาทั้งหมด

ออกตัวไม่คาดหวังผ่านประชามติ

“กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญนี้อาจไม่เหมือนปี 40 และ 50 เพราะตอนนั้นสถานการณ์ไม่เหมือนปัจจุบัน ต้องเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญต้องใช้กับคนทั้งประเทศ ดังนั้นต้องเขียนกว้าง ส่วนรายละเอียดต้องไปอยู่ในกฎหมายลูก เรื่องสิทธิมีไม่น้อยกว่าของเก่า แค่วิธีการเขียนแตกต่าง ทั้งนี้เราไม่ได้หวังว่าต้องผ่านประชามติ แค่คิดแต่ว่าจะทำอย่างไร และขอให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง จากนั้นก็อยู่ที่ประชาชนว่าจะเอาไม่เอา” นายมีชัยกล่าว

กรธ.ยันไม่เลื่อนแล้วโรดแม็ป

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัยเป็นประธานการประชุม กรธ. วาระพิจารณาทบทวนความคิดเห็นจากส่วนต่างๆ จากนั้นนายนรชิต สิงหเสนี โฆษก กรธ.แถลงหลังประชุมว่า ข้อเสนอหลายส่วนน่าสนใจพยายามหาทางตอบสนองอยู่ ส่วนขั้นตอนการร่างกฎหมายลูกก็ยืนยันว่า เมื่อ กรธ.ทำเสร็จและส่งให้ สนช.พิจารณาแล้วก็สามารถประกาศใช้ได้เลย เว้นแต่มีความเห็นแย้งไม่สามารถเจรจากับ สนช.ได้ หรือมีคนไปร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะอยู่ในระยะเวลาตามกำหนดไม่เกิน 8 เดือน และ กรธ.จะเร่งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวกับ การเลือกตั้ง 5 ฉบับให้เสร็จก่อน ดังนั้น โรดแม็ปจึงเหมือนเดิม ส่วนการกำหนดในบทเฉพาะกาลว่าหากแม่น้ำ 4 สายจะลงสมัคร ส.ส. หรือ ส.ว.ต้องลาออกก่อนเป็นเวลา 90 วันนั้น ก็เพื่อให้มีความชัดเจนหากใครจะลงเล่นการเมือง จะได้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนตอนร่างกฎหมายลูก หากไม่เอาตามนี้ก็ต้องถามว่าจะเอาแบบข้อกำหนดของ กรธ.ที่ห้ามทุกตำแหน่งเลยหรือไม่

สนช.เร่งทำ ก.ม.ลูกเลือกตั้ง ก.ค.60

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลงก่อนการประชุมว่า สนช.ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้นำไปสู่การทำประชามติตามโรดแม็ปของ คสช. อยากทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ประเทศชาติ และสนับสนุนให้รัฐธรรมนูญออกมาดีผ่านการทำประชามติ ส่วนการทำกฎหมายลูก สนช. ได้ประสานงานกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)อยู่ตลอด ยืนยันว่าจะทำในส่วนที่จำเป็นสำหรับการเลือกตั้ง 4-5 ฉบับให้เสร็จก่อน เพื่อให้มีการเลือกตั้งในเดือน ก.ค. 2560 และระหว่างการเลือกตั้งจะทำกฎหมายที่เหลืออยู่ให้เสร็จ อย่างไร ก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่จะพิจารณา 3 วาระรวด เว้นแต่ร่างที่มีเพียง 2-3 มาตราเท่านั้น

แย้มแก้ รธน.ชั่วคราว 2 ขยัก

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนการออกเสียงประชามติที่มีการถกเถียงว่าหมายถึงผู้มีสิทธิออกเสียงหรือผู้มาใช้สิทธิต้องเกินกึ่งหนึ่งนั้น จากการหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นไปได้ที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ในเรื่องดังกล่าวเร็วๆนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ คิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจเขาคิดไว้แล้ว ดังนั้น ชัดเจนว่าอย่างไรก็ต้องมีการเลือกตั้งในปี 2560 เพราะนายกฯได้บอกไว้แล้ว อย่าเซ้าซี้ถามท่าน เพราะท่านก็จะพูดประชด เดี๋ยวสื่อก็โกรธท่านและท่านก็โกรธสื่อ และคิดว่าไม่ต้องห่วงเรื่องการใช้มาตรา 44 เพราะไม่ใช้แน่นอน
“ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ โดยคะแนนตกไปนิดเดียว ไม่กี่ร้อย กี่พัน หรือแม้แต่คะแนนเดียวก็ถือว่าไม่ผ่าน ควรนำร่างรัฐธรรมนูญไปวิจัยว่าเพราะอะไร ไปทำโพลให้ชัดเจนเพื่อปรับปรุงให้ถูกใจประชาชน แต่ถ้าคะแนนไม่ผ่านเยอะก็จำเป็นต้องกลับมาทบทวน ผมมองว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2 ครั้ง คือ ความชัดเจนการออกเสียงประชามติ และกรณีประชามติไม่ผ่านจะมีทางออกอย่างไร” นายพรเพชรกล่าว

สนช.อภิปรายหยิกหยอกราบรื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม สนช. มีสมาชิกอภิปรายทั้งหมด 22 คน ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับ กรธ.ที่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกไขว้ เพราะยุ่งยาก แก้ปัญหาบล็อกโหวตในอดีตไม่ได้ และไม่เห็นด้วยกับการใช้บัตรใบเดียว เพราะไม่ตอบโจทย์ประชาชนเลือกคนที่รัก พรรคที่ชอบ มองว่าพรรคใหญ่จะได้เปรียบ เกิดการทุ่มซื้อเสียงง่ายกว่าเดิม ส่วนที่มานายกฯ ควรมาจากความเห็นชอบของสภาฯ ไม่จำเป็นต้องเปิด 3 รายชื่อก่อน อย่างไรก็ตามน่าสังเกตว่าไม่มี สนช.คนใดอภิปรายประเด็นการให้อำนาจองค์กรอิสระกับศาลรัฐธรรมนูญ หรือการกำหนดให้อำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ยังคงอยู่ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาล ก่อนปิดประชุมไปอย่างเรียบร้อยราบรื่นในเวลา 17.30 น. โดยจะมีการรวบรวมความเห็นเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอส่งไปให้ กรธ. วันที่ 15 ก.พ.

10 ก.พ.ถกหลักเกณฑ์ประชามติ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 10 ก.พ. จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบฯ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เตรียมความพร้อมในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในประเด็นต่างๆ อาทิ การกำหนดโทษผู้ขัดขวางการทำประชามติ ที่กำหนดได้ 3 วิธีคือ การใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 การออกพระราชกำหนดและการออกพระราชบัญญัติ ซึ่งโทษมีทั้งทางอาญา ทางปกครอง โทษทางแพ่ง รวมไปถึงการคาดโทษ นอกจากนี้จะหารือถึงการกำหนดวันออกเสียงประชามติ หลักเกณฑ์การนับคะแนน การแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญ การเชิญชวนประชาชนให้มาออกเสียงประชามติ รวมถึงงบประมาณที่จะใช้ในการทำประชามติ ซึ่งอยากหาวิธีทำให้ประหยัด เพราะการทำประชามติครั้งหนึ่งๆ ใช้เงินถึง 3 พันล้านบาท อย่างการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ต่างประเทศเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต

“วิษณุ”ยันใช้เสียงข้างมากผู้ใช้สิทธิ์

“เรื่องสำคัญต้องหารือกับ กกต.เรื่องเกณฑ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งจะใช้จำนวนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์หรือจะใช้จำนวนเสียงข้างมากของผู้มีสิทธิ์ โดยจะต้องหาความชัดเจนกันต่อไป แต่สำหรับรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่าเจตนารมณ์คือใช้จำนวนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์ เพราะไม่มีที่ใด ในโลกจะนับคะแนนรวมผู้ที่ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ซึ่งอยู่กับบ้าน อธิบายมาหลายรอบแต่ก็ยังมีคนบอกว่าไม่ชัดเจน ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว จึงต้องมาหารือเพื่อประกอบการตัดสินใจ” นายวิษณุกล่าว

อึกอักแก้ รธน.กรณีประชามติไม่ผ่าน

เมื่อถามว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ระบุหารือกับท่านแล้วถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 นายวิษณุตอบว่า มีการคุยกันไม่เป็นทางการ หารือเยอะกว่าที่รู้กัน แต่จะเปิดเผยภายหลัง รวมถึงคนอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็คุยแล้ว เมื่อถามกรณีนายพรเพชรระบุว่า ได้เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 สองรอบคือรอบทำประชามติ และแก้อีกรอบในกรณีหากประชามติไม่ผ่านนั้น นายวิษณุตอบว่า ตนก็รับทราบ แต่ไม่ได้เป็นคนพูด เรื่องนี้นายพรเพชรเป็นคนพูด นายกรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ไม่ใช่ความเห็นของ ครม. และสนช. ไม่อยากให้เอาการหารือภายในมาพูดให้เป็นประเด็นในสังคม

สปท.เสนอ คสช.ตั้ง ส.ว.ชุดแรก

ที่รัฐสภา พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในช่วง 5 ปีแรกขอเสนอให้ กรธ.บัญญัติในบทเฉพาะกาลว่า ส.ว.ชุดแรกให้มาจากการคัดสรรของ คสช.จากทุกสาขาอาชีพ หรือจะคัดสรรให้เหมือน สปท.ก็ได้ เชื่อว่าวิธีนี้จะสามารถเดินไปสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติได้

ด้านนายธงชัย ลืออดุลย์ สมาชิก สปท. กล่าวว่า การสรรหา ส.ว. โดย คสช.นั้นมีประโยชน์สามารถตัดประเด็นข้อถกเถียงว่า ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้ง หรือการแต่งตั้ง โดยให้ คสช.สรรหามาทั้ง 200 คน เพื่อลดความยุ่งยากในการเลือกตั้งแบบไขว้ และจะหมดปัญหาการกังวลกันว่าจะมีการล็อบบี้แบบสภาสนามม้า

“มาร์ค” จี้เผยทางเลือกถ้า รธน.คว่ำ

ส่วนความคิดเห็นจากฟากฝั่งพรรคการเมือง วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงร่างแรกรัฐธรรมนูญว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสังคมร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพราะหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านการประชามติโดยประชาชนไม่มีทางเลือก ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญเป็นปมความขัดแย้งของประเทศไทยต่อไปอีกหลายปี กรธ.ต้องเปิดใจกว้างรับฟังข้อติติง เพื่อปรับให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเสนอต่อประชาชน ดังนั้น รัฐบาลและ คสช. ควรเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้ประชาชนทราบทางเลือกในการลงประชามติ เราเสียเวลามามากพอแล้วกับปัญหาทางการเมือง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะเป็นปัญหากดดันต่อ คสช. และเกิดความขัดแย้งทางการเมืองในวงกว้าง

ให้ฝ่ายค้านเป็นรองประธานสภา

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนมีข้อสังเกตในร่างแรก ดังนี้ 1.ขอสนับสนุนมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบในร่างรัฐธรรมนูญ โดยควรเพิ่มกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ เช่น ให้มีกระทู้ถามสดในสภาฯ เพิ่มบทบาทของฝ่ายค้านเป็นรองประธานสภาและประธานคณะกรรมาธิการที่สำคัญบางคณะ การโต้แย้งการใช้อำนาจรัฐในการปรับพระราชกำหนดที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน มีการตรวจสอบถ่วงดุลองค์กรอิสระและศาล ให้ประธานรัฐสภาใช้ดุลพินิจดำเนินการกับกรณีที่ ป.ป.ช.ใช้อำนาจในทางมิชอบ 2.ไม่เห็นด้วยกับการลดทอนสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมในทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดินของประชาชน เช่น การลดสิทธิของประชาชนในด้านสวัสดิการต่างๆ การลดสิทธิในการชุมนุม การฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐ สิทธิในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม สิทธิของผู้ทำหน้าที่สื่อมวลชนในภาคเอกชน ที่สำคัญร่างนี้ไม่ได้ระบุกระบวนการการใช้สิทธิของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรมเหมือนรัฐธรรมนูญปี 50 และ 3.ขอเรียกร้องให้ กรธ.ทบทวนบทบัญญัติที่เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง เช่น ระบบการได้มาของ ส.ว.สุ่มเสี่ยงต่อกระบวนการวิ่งเต้นเจรจา

นายกฯคนนอกเฉพาะยามวิกฤติ

“หากมีความจำเป็นที่จะถอยจากหลักประชาธิปไตยที่นายกรัฐมนตรีควรเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ควรจะกำหนดเงื่อนไข เช่น การใช้มติพิเศษของที่ประชุมสภาในยามวิกฤติ มิใช่เปิดช่องให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยสามารถดำรงตำแหน่งสูงสุดให้ฝ่ายบริหารได้เป็นกรณีทั่วไป ที่สำคัญนายกฯคนนอกของรัฐธรรมนูญฉบับร่างนี้ ไม่มีคุณสมบัติของการเป็นคนกลาง เนื่องจากจะต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเท่านั้น โดยรายละเอียดต่างๆจะทำเป็นหนังสือเสนอแนะไปยัง กรธ.ต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว

สับ กรธ.เพ้อเจ้อคนใช้สิทธิ์ 80%

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโรดแม็ปการเลือกตั้งของกรธ. ที่ขยับเวลาเลือกตั้งเป็นช่วงเดือน ส.ค.ปี 2560 ว่า เข้าใจว่านายมีชัยคงเอาเรื่องนี้ไปพิจารณาไตร่ตรองแล้วเห็นว่าถ้าร่นโรดแม็ปการทำงานให้ตรงกับ คสช. ก็ทำได้ ถ้าหากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกความน่าเชื่อถือของ คสช.อาจลดลง และถูกกดดันจากสังคมโลก ดังนั้น มี 2 วิธีที่จะช่วยให้มีเลือกตั้งปี 60 ตาม คสช.บอกได้ 1.กรธ.ออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4-5 ฉบับเสร็จแล้วให้มีการเลือกตั้ง กฎหมายลูกที่เหลือค่อยเขียนในช่วงเลือกตั้ง 2.เพิ่มจำนวนสมาชิก กรธ.มาช่วยร่างกฎหมายลูกให้เสร็จทันเวลา ส่วนการที่ กรธ.ระบุว่าถ้ามีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ 80 เปอร์เซ็นต์ รัฐธรรมนูญจะผ่านฉลุย เป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ ขนาดเลือกตั้งใหญ่ของประเทศ ทั้งภาครัฐ เอกชนช่วยกันรณรงค์ทุกวิถีทาง ประชาชนยังออกมาใช้สิทธิ์ไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ อดีตผู้แทนฯหลายพื้นที่ที่ตนคุยด้วย บอกว่าตอนนี้ประชาชนไม่ค่อยสนใจเนื้อหารัฐธรรมนูญเท่าไหร่ แต่อยากเลือกตั้งเร็วๆ ปัจจัยนี้น่าจะทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติมากกว่า

พท.โวยโอเวอร์ใช้ ม.44 ปิดปาก

นายสามารถ แก้วมีชัย คณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุจะให้มาตรา 44 ในการควบคุมการทำประชามติว่า ก็ต้องดูว่าจะควบคุมอะไรบ้าง ถ้าไม่ให้แสดงความคิดเห็นแบบนี้ก็เกินไปหรือไม่ ทุกวันนี้แค่คำสั่ง คสช.ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม ห้ามประชุมก็แย่อยู่แล้ว นี่ยังจะใช้มาตรา 44 อีกหรือจะใช้เพื่ออะไร คิดว่าน่าจะเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็น ให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารมากกว่า เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกติกาที่ทุกคนในประเทศต้องถูกบังคับใช้

“มีชัย” โกหกหมกอำนาจศาล รธน.

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กบทความ “คำชี้แจงแบบขี้เรื้อน” ว่า รัฐธรรมนูญฉบับขี้เรื้อนเอาอำนาจการควบคุมรัฐบาลไปมอบให้องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่ กรธ.จะไปเขียนขึ้นเองในภายหลัง และมาตรฐานทางจริยธรรมเป็นเครื่องมือในการควบคุมตัวแทนของประชาชน หาก ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืน จะถูกเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หากรับเรื่องไว้พิจารณาผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย และหากศาลวินิจฉัยว่ามีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหาต้องพ้นจากตำแหน่ง ดังนั้นคำแถลงของนายมีชัยที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยมาตรฐานทางจริยธรรมขององค์กรอิสระ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับ ส.ส. ส.ว. หรือรัฐมนตรี จึงเป็นการโกหกประชาชนอย่างน่าละอาย

ยกวลี “ถนนลูกรัง” เย้ยวิสัยทัศน์

นายวัฒนาระบุว่า หากจะดูผลงานและวิสัยทัศน์ของศาลรัฐธรรมนูญ ขอทบทวนความจำเรื่องโครงการเงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่จะนำมาลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงแต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ให้ทำ หลังจากยึดอำนาจโครงการรถไฟความเร็วสูงถูกรัฐบาลนี้เอาไปทำเป็นความเร็วปานกลางแต่ใช้เงินงบประมาณมากกว่า ล่าสุดรถไฟรางคู่จะเหลือเพียงรางเดียว คงจำได้ดีที่ตุลาการท่านหนึ่งเคยกล่าวว่ารถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็น ควรทำถนนลูกรังให้หมดไปก่อน ตุลาการท่านนั้นคือรองประธาน กรธ. คนที่หนึ่งต่อจากนายมีชัย จึงไม่แปลกใจที่คนพวกนี้ต้องใส่หมวกตอนแถลงข่าวคงกลัวประชาชนจะจำได้

ถาม กรธ.จะมี ครม.ทำขี้เกลืออะไร

นายคณิน บุญสุวรรณ อดีต ส.ส.ร. คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ กรธ.ระบุว่ารัฐธรรมนูญเป็นยาแรงนั้น ความจริงเป็นยาสลบมากกว่า เพราะจะทำให้ ส.ส. และ ครม.เป็นเพียงตรายาง คอยประทับรับรองงบประมาณแผ่นดินที่จัดทำโดยข้าราชการประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณของกองทัพ ไม่ให้รัฐมนตรี และ ส.ส.แตะต้อง ที่สำคัญมีการบิดเบือนให้คนทั่วไปคิดว่า ส.ส.ชอบประพฤตินอกลู่นอกทางแปรญัตติเอางบประมาณไปลงในพื้นที่ของตัวเอง ที่จริงเป็นเพียงวาทกรรมทำลายความน่าเชื่อถือ ดังนั้นมองเห็นเจตนาของ กรธ. ว่าไม่ต้องการให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง แตะต้องหรือตัดทอนงบประมาณ ถ้าอย่างนั้นจะมี ครม.ไว้ทำไม ให้ข้าราชการประจำอย่างอธิบดี ปลัดกระทรวง หรือผู้บัญชาการเหล่าทัพ ไปหาเงินเอาเองไหม ถ้าเป็นแบบนี้แค่ 2 ปี ประเทศก็ล่มจมจนไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการแน่ เพราะรัฐมีหนี้ท่วมหัวและหารายได้ไม่พอกับรายจ่าย

ถามหาคนรับผิดชอบ ทรท.โดนยุบฟรี

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า เมื่อคำตัดสินของศาลฎีกาชี้ชัด ว่าพรรคไทยรักไทยบริสุทธิ์ ไม่ได้จัดจ้างพรรคเล็กตามข้อกล่าวหา พรรคประชาธิปัตย์ผู้กล่าวหา คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย จะชี้แจงความผิดพลาดครั้งนี้อย่างไร พรรคไทยรักไทยถูกยุบฟรี และอดีต กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คน ถูกตัดสินประหารชีวิตทางการเมืองโดยถูกเพิกถอนสิทธิโดยไม่ยุติธรรมไปฟรีๆ 5 ปี จะถามหาความยุติธรรมได้จากใคร ขอส่งเสียงถามดังๆ ถึงองค์กรอิสระที่มีอำนาจเต็มในกระบวนการยุติธรรมให้ช่วยตอบ และหากเป็นแบบนี้ยังจะเชื่อใจ มอบอำนาจมากมายให้องค์กรเหล่านี้ได้หรือ

นปช.แขวะกรอกหู ปชช.เช้าเย็น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบว่า รัฐบาลและ คสช.พยายามเร่งให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการทำประชามติ โดยบังคับให้สื่อมวลชนประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัยเต็มที่ถึง 2 ช่วงเวลาเช้าเย็น รวมทั้ง กรธ.ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อได้ทั่วไป แต่ฝ่ายที่มีความเห็นต่างจัดรายการที่ยูทูบกลับรับไม่ได้ ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ เอาเปรียบเกินไป รังแกกันมากมาย เห็นด้วยกับที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ว่าเป็นประชามติลวงโลก ถ้าไม่ให้วิจารณ์แล้วควรยกเลิกไปเลย เพราะไม่สิ้นเปลืองงบประมาณ การแสดงความเห็นเรื่องบ้านเมืองนั้น ผู้มีอำนาจมองว่า เป็นภัยคุกคาม ถ้าบ้านเมืองไม่สามารถเห็นต่างได้ ก็บอกตรงๆว่า อย่าคิดถึงระบอบประชาธิปไตย การที่นายกฯโกรธนักข่าวที่ถามวันเลือกตั้งนั้น ต้องไปโกรธนายมีชัยที่เลื่อนวันเลือกตั้งเป็นปลายปี 2560 ไม่ควรไปโกรธนักข่าว

นายกฯประชุม ขรก.สงวนถ้อยคำ

สำหรับความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรี วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2559 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อม เพรียง ใช้เวลาประชุมประมาณ 4 ชั่วโมง ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์เดินไปยังบริเวณจุดแถลงข่าวที่ได้จัดเตรียมไว้ ระหว่างเดินลงบันได พล.อ.ประยุทธ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่เสียงดัง 1 ครั้ง ก่อนจะไปยืนที่โพเดียมพร้อมกล่าวสั้นๆว่า วันนี้เป็นการประชุมหัวหน้าส่วนราชการขับเคลื่อนงานที่สั่งการไปแล้วรวมทั้งพิจารณาแผนงานที่จะทำต่อไปในช่วงเวลา 1.6 ปี ที่เหลืออยู่ การขับเคลื่อนทุกอย่างจะมีการชี้แจงจากฝ่ายเลขาธิการ ก.พ. เมื่อพูดจบโดยใช้เวลาแค่ 20 วินาที พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากโพเดียมทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉย เอ่ยกับผู้สื่อข่าวสั้นๆว่า “ไปแล้ว” จากนั้นขึ้นรถกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล

งดจ้อกับนักข่าวสามวันติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์หรือตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน นับแต่วันประชุม ครม.อังคาร 2 ก.พ. ที่นายกฯออกอาการฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดกับคำถาม-คำตอบของสื่อมวลชนจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ขณะที่นายวิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวภายหลังการประชุมว่า บรรยากาศในการประชุมวันเดียวกันนี้เป็นไปตามปกติ โดยนายกฯประชุมด้วยอารมณ์ปกติไม่มีท่าทีหงุดหงิดแต่อย่างใด

จี้อ่าน รธน.อย่าฟังแต่นักการเมือง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง นายกฯได้ปรารภในที่ประชุมถึงร่างรัฐธรรมนูญ โดยอยากให้คนไทยศึกษาร่างรัฐธรรมนูญให้ละเอียด อ่านและทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญให้มากขึ้น เพราะคนไทยมีนิสัยชอบฟังและดูมากกว่าอ่าน การฟังมักจะได้ยินแต่คำวิพากษ์วิจารณ์จากแวดวงการเมือง ไม่ฟังจากต้นทาง ดังนั้น ทุกคนควรรู้ว่าอะไรในร่างรัฐธรรมนูญที่เหมือนเดิมหรือแตกต่าง ส่วนที่แตกต่างนั้นแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาได้อย่างไร รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่วิจารณ์กัน หากใครเปิดประเด็นก็ต้องตอบคำถามให้สังคมรับรู้ด้วยว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร ภาคส่วนต่างๆต้องนำร่างรัฐธรรมนูญเข้าถึงประชาชนให้มากขึ้น

ผงะใช้งบฯผักชีโรยหน้าล้านแปด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเตรียมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ได้มีการจัดอีเวนต์ เป็นดอกไม้และฉากหลังที่สะท้อนประเพณีของไทย สร้างความสนใจให้แก่บรรดาผู้สื่อข่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าพิธีการต้อนรับในครั้งนี้ใช้งบประมาณสูงถึง 2 ล้านบาท เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามข้อมูลจากข้าราชการได้รับการเปิดเผยว่า ใช้งบฯไป ราว 1.8 ล้านบาท ขณะที่ข้าราชการบางรายระบุว่า เห็นเอกสารในการประชุมเตรียมการต้อนรับนายกฯใช้งบฯถึง 2.1 ล้านบาท

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายพงษ์ภาณุ เศวตรุณทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่ารู้เรื่องงบฯนี้หรือไม่อย่างไร นายพงษ์ภาณุได้ยินคำถามแล้วตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ สีหน้าเคร่งเครียดว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่งบประมาณในการจัดงานต้อนรับไม่น่าจะสูงอย่างที่พูดกัน ก่อนเดินเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวออกไปทันที

“กอบกาญจน์” สะดุ้งลุยตรวจสอบ

ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กรณีที่มีการใช้งบประมาณในการจัดจ้างออแกไนซ์ จัดอีเวนต์ต้อนรับนายกฯที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประมาณ 2 ล้านบาทนั้น เรื่องนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่างบฯที่จัดงานต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการมีวงเงินเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบก่อน ยอมรับว่ายังไม่เห็นเอกสารการเซ็นอนุมัติงบฯจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเป็นงานที่ผู้บริหารในส่วนราชการเป็นคนจัดการ แต่ยืนยันจะตรวจสอบในเรื่องนี้แน่นอน

“บิ๊กเข้” เข้มงานบอลต้องอยู่ในกรอบ

พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยในการจัดแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 ว่าตนได้สั่งเพิ่มกำลังดูแลรักษาความปลอดภัย ที่สนาม ศุภชลาศัย ในวันที่ 13 ก.พ. โดยได้รับการประสานจากสมาคมศิษย์เก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อขอกำลังเข้าดูแลรักษาความปลอดภัยและความเรียบร้อยภายในงาน พร้อมทั้งได้ประสานงานกับทางคณะอาจารย์ว่า การจัดกิจกรรมทางการเมืองหรือการล้อเลียนการเมืองได้ตามปกติ ซึ่งทาง คสช.ไม่ได้ปิดกั้นอะไร แต่ขอให้ ปฏิบัติและแสดงออกให้อยู่ในกรอบ ไม่สร้างความแตกแยกทางการเมือง และส่งผลดีต่อการปฏิรูปประเทศตามนโยบายของรัฐบาลและ คสช.

ร้องสอบอ้าง “บิ๊กป้อม” งาบหัวคิว

ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและ คอร์รัปชัน นำโดยนายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มฯ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีมีบุคคลแอบอ้าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เรียก รับผลประโยชน์ และเก็บค่าหัวคิวโครงการขุดลอกแหล่งน้ำ ขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) โดยนายวิวัฒน์กล่าวว่า อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษในการเป็นผู้รับจ้างปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำ งานขุดลอกคูคลอง โดยไม่ต้องมีการประกวดราคา และมีกลุ่ม บุคคลที่แอบอ้างว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร ใช้ชื่อว่า “กลุ่มคุณนาย อ.” และ “ส.จ. ผู้กว้างขวางในสุพรรณบุรี” ไปเรียกเก็บค่าหัวคิวกับกลุ่มผู้ประกอบการและผู้รับเหมาที่รับงานต่อจาก อผศ.ทั่วประเทศ ร้อยละ 40-50 จากทุกโครงการ โดยเก็บค่าจองล่วงหน้าร้อยละ 10-15 ส่วนที่เหลือต้องจ่ายให้ครบในวันที่เซ็นสัญญารับงาน คาดว่าเรียกรับเงินไปแล้วกว่า 1 พันล้านบาท ทั้งนี้จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อตรวจสอบกรณีที่ คสช.ให้สิทธิพิเศษในการเป็นคู่สัญญาโดย ไม่มีการประกวดราคา รวมถึงกรณีที่มีบุคคลแอบอ้างชื่อรองนายกฯในการเรียกรับผลประโยชน์ภายในเดือน ก.พ.นี้ด้วย

มท.1 เผยกาตาร์สนใจลงทุนในไทย

ที่กระทรวงมหาดไทย เวลา 10.00 น. H.E. MR.NING Fukui เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และจากนั้น H.E. Mr.Jabor Ali H. A. Al-Dosari เอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้มอบเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 40 เครื่อง ซึ่งจะพิจารณามอบให้กับพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะโรงเรียน และได้เชิญเราให้ไปศึกษาดูงาน ส่วนเอกอัครราชทูตรัฐกาตาร์ หารือกระชับความสัมพันธ์ในการพัฒนาความร่วมมือ โดยเฉพาะนโยบายด้านการรักษาความสงบภายในประเทศ นอกจากนี้ประเทศกาตาร์มีความสนใจจะร่วมลงทุนในประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน การค้าขาย รวมถึงสินค้าโอทอป เบื้องต้นอาจเป็นการลงทุนในเรื่องการก่อสร้าง

“บิ๊กตู่” กร้าวกำจัดพวกปลุกปั่น

ค่ำวันเดียวกัน เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า วันนี้ขอเรียนอีกครั้งถึงปัญหาของประเทศ มีความวุ่นวายพอสมควร ในขั้นการเตรียมการเลือกตั้ง การเตรียมการทำประชามติ หรือร่างรัฐธรรมนูญ เราจะต้องแก้ไขและวางพื้นฐานให้ได้โดยเร็วให้เป็นประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน ด้านความเข้มแข็งของประเทศ ต้องพัฒนาจากภายใน เริ่มจากระดับหมู่บ้าน แสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมมือมากกว่าขัดแย้ง โดยใช้การเป็นประชารัฐ หากสุดโต่งกันไปทั้งคู่มันไปไม่ได้ทั้งหมด หลายปีมานี้เรามีความขัดแย้งกันมาก แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเกิดจากการบิดเบือน ปลุกปั่นสุดโต่งจากผู้ที่ไม่หวังดี อาจจะหวังผลประโยชน์ทางการเมือง มีนักวิชาการที่สุดโต่งมุ่งเน้นในเรื่องประชาธิปไตย โดยไม่ได้สอนให้คน อยู่ร่วมกัน หรือแม้กระทั่งสื่อบางสื่อที่มีจรรยาบรรณไม่เพียงพอ โซเชียลมีเดียที่สร้างความเกลียดชัง ต้องขจัดออกไปให้ได้

อย่าหวัง รธน.ยาวิเศษแก้ทุกโรค

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องระมัดระวังไม่เปิดทางให้ใครหรือผู้ใดเข้ามาเป็นรัฐบาลที่ไม่มีธรรมาภิบาล รัฐธรรมนูญทุกคนอาจจะมองว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดูเหมือนกับทุกคนคาดหวังว่าเป็นยาวิเศษ หรือสูตรสำเร็จแก้ไขปัญหาของประเทศ แก้ได้ทุกโรค อยากจะให้ทบทวนดู ถ้าฟังคนโน้นพูดคนนี้พูด โดยที่ไม่ใช่ กรธ.ที่เป็นคนร่างพูดจะทำให้สับสน ในส่วนของตนก็ศึกษาในนามประชาชนและรัฐบาล จากนั้นเอาปัจจัยต่างๆมาวิเคราะห์ โดยเอาปัญหาก่อนเดือน พ.ค.57 มาคลี่ออก รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้หรือไม่ เพราะต่อไปนี้จะเป็นช่วงสำคัญในการปฏิรูป เดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง อย่าไปกังวลกับรัฐธรรมนูญมากนัก มันอยู่ที่ใจ อย่างไรก็ตาม คิดว่า กรธ.เต็มที่แล้ว เห็นว่าเหน็ดเหนื่อย เครียด ถ้าผ่านประชามติไปได้ก็เข้าสู่การเลือกตั้ง ตั้งรัฐบาล ถ้าเลือกตั้งไม่ได้ วุ่นวายกันอีก มีการทำร้ายกัน หรือใช้อาวุธใส่กันอีกก็ไปไม่ได้เหมือนเดิม

เลือกตั้งแล้วผู้แพ้ต้องยอมรับ

“อย่าพูดว่าไม่เป็นไร วันนี้ก็เห็นสงบเงียบเรียบร้อยดี แต่ปัญหาคือมีการเอาชนะคะคานกัน ทำให้ประชาชนสับสน แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เจ้าหน้าที่ก็ลำบาก อย่าให้เกิดขึ้นอีกเลย หลังเลือกตั้งผลเป็นยังไงอีกฝ่ายก็ต้องรับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีกเช่นที่ผ่านมา ผมค่อนข้างเครียดเหมือนกัน ในช่วงนี้ก็ทั้งปัญหา ทั้งเตรียมการปฏิรูป เตรียมการประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ มันหลายเรื่องด้วยกัน แม่น้ำ 5 สาย แล้วก็ปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดินก็เยอะแยะ วันนี้เราควรจะต้องพิจารณากันแล้วว่าเราจะต้องมีกลไกอะไรหรือไม่ ที่จะทำให้ประเทศเราผ่านช่วงนี้ไปได้ นั่นแหละคือเหตุผลที่มีความแตกต่าง” นายกฯกล่าว

ถกอาเซียน–สหรัฐฯ 14–18 ก.พ.

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ ณ ซันนีแลนด์ (Sunnylands) เมืองแรนโช มิราจ (Rancho Mirage) รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 14-18 ก.พ.2559 ตามคำเชิญของนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยการที่สหรัฐฯย้ำคำเชิญไทยให้เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เพราะคำนึงถึงบทบาทสำคัญของไทยในกรอบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียน มองว่าไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่นำไปสู่ความร่วมมือทุกด้าน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 17:26 น.