ไลฟ์สไตล์
100 year

พิพิธภัณฑ์รำลึก "โตโยต้า" ความมุ่งมั่น...แห่งยนตรกรรมสายพันธุ์ปลาดิบ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 ก.พ. 2559 05:01 น.
SHARE

โตโยต้า เซลิก้า...สปอร์ตพันธ์ุแท้รุ่นแรกของโตโยต้า

โตโยต้า...เชื่อว่าเมื่อพูดชื่อนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก อย่างน้อยมากกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเราต่างต้องเคยนั่ง หรือขับรถยนต์ ยี่ห้อนี้กันมาบ้าง และวันนี้เราจะพาไปเที่ยว Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกชื่อสั้นๆว่า Toyota Techno Museum

การประกอบรถยนต์...
การประกอบรถยนต์...

ข่าวแนะนำ

ในญี่ปุ่นมีพิพิธภัณฑ์โตโยต้าอยู่ 3 แห่ง คือ Toyota Automobile Museum หรือพิพิธภัณฑ์รถยนต์ ซึ่งจัดแสดงรถโมเดลหายากทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียตั้งแต่ยุค 1800-1960, Plant Tour and Toyota Kaikan Museum หรือหอศิลป์โตโยต้า เป็นสถานที่จัดแสดงนวัตกรรมรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และโรงงานผลิตรถยนต์ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ แต่ต้องจองล่วงหน้า และ Toyota Commemorative Museum of Industry and Technology หรือพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นอนุสรณ์และความภาคภูมิใจของโตโยต้า โดยใช้พื้นที่ซึ่งเป็นโรงงานเก่าที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของโตโยต้ากรุ๊ป จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อถ่ายทอดวิธีการผลิตและจิตวิญญาณของความมุ่งมั่น ผ่านประวัติศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของโตโยต้ามานับเป็นเวลามากกว่า 90 ปี

หุ่นจำลองแสดงการขึ้นรูปรถยนต์โตโยต้ายุคแรก
หุ่นจำลองแสดงการขึ้นรูปรถยนต์โตโยต้ายุคแรก

โตโยต้า เทค– โน มิวเซียม ตามชื่อเรียกของคนญี่ปุ่นแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมืองนาโกยา การเดินทางไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ต้องบอกว่าไม่ยากเลย แค่นั่งรถไฟของบริษัท Mietetsu จากสถานีนาโกยา ไปลงที่สถานีซาโก (Sako) แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงตัวพิพิธภัณฑ์ รูปร่างหน้าตาเป็นตึกอิฐแดงโบราณ ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่สมัยที่โตโยต้ายังไม่ได้เริ่มทำธุรกิจรถยนต์เหมือนทุกวันนี้

รถยนต์ A1...คันแรกของโตโยต้า
รถยนต์ A1...คันแรกของโตโยต้า
รถยนต์รุ่น AA
รถยนต์รุ่น AA

มีคำถามว่า แล้วก่อนที่จะมาผลิตรถยนต์ โตโยต้าทำอะไรมาก่อน คำตอบอยู่ที่ห้องโถงห้องแรกของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดง กี่ทอผ้าแบบวงกลมขนาดใหญ่ หรือเรียกอีกอย่างว่าเครื่องทอผ้าแบบหมุนเวียน ซึ่งถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของโตโยต้า เนื่องจากกี่ทอผ้าเครื่องนี้ คิดค้นและออกแบบโดย ซากิชิ โตโยดะ บิดาของ คีชิโร โตโยดะ ผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์โตโยต้า ในปี ค.ศ.1906 ถือเป็นกี่ทอผ้ารุ่นแรกที่สามารถ ทอผ้าในลักษณะสามมิติทำให้ได้ผ้าผืนใหญ่ขึ้นโดยใช้เวลาทอเพียงไม่นาน

หุ่นยนต์ทำหน้าที่รีดเหล็กเพื่อขึ้นรูปประกอบรถยนต์
หุ่นยนต์ทำหน้าที่รีดเหล็กเพื่อขึ้นรูปประกอบรถยนต์

นอกจากนี้ กี่ทอผ้าเครื่องนี้ ยังมีความหมายเชิงปรัชญาว่าเป็นเสมือน “จิตวิญญาณแห่งการค้นคว้าและความคิดสร้างสรรค์” อันเป็นจุดเริ่มต้นของโตโยต้า

ด้านหลังกี่ทอผ้ายักษ์เป็นประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ โดยโซนแรกเป็นการแสดงวิวัฒนาการของการทอผ้า ปั่นด้าย เริ่มตั้งแต่เครื่องปั่นด้ายด้วยมือนำเข้าจากเมืองจีน พร้อมกับเกษตรกรรมการปลูกฝ้าย โซนนี้มีสาวญี่ปุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มคอยสาธิตวิธีการปั่นด้ายโดยใช้อุปกรณ์ทำมือเหมือนในยุคก่อน จากนั้นก็เริ่มสาธิตการปั่นด้ายสไตล์โตโยต้า ด้วยเครื่องทอผ้ามือเดียวที่ใช้งานได้ง่าย ผลิตโดย ซากิชิ โตโยดะ ว่ากันว่าเครื่องทอผ้ารุ่นนี้เป็นเครื่องแรกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก

การทดลองผลิตรถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าครั้งแรกของโตโยต้า
การทดลองผลิตรถยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าครั้งแรกของโตโยต้า

ซากิชิได้คิดค้นอุปกรณ์ทอผ้ามากมาย สิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือเครื่องทอไฟฟ้าอัตโนมัติซึ่งเขานำมาจากหลักการ จิโดกะ คือ เครื่องจะหยุดตัวเองเมื่อเกิดปัญหาขึ้น...ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิตของโตโยต้า

ในโซนที่แสดงถึงอุตสาหกรรมทอผ้านี้ ได้จัดแสดงจุดเริ่มต้นในธุรกิจของโตโยต้าไว้อย่างละเอียด ไปจนถึงเครื่องทอผ้าอัตโนมัติรุ่น G ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังเครื่องปั่นด้ายด้วยมือถึง 34 ปี โดย ซากิชิ ได้คิดค้นเครื่องทอผ้าอัตโนมัติโตโยดะ ที่เปลี่ยนกระสวยได้โดยไม่ต้องหยุดเดินเครื่อง

กี่ทอผ้าเครื่องแรกในห้องโถงของพิพิธภัณฑ์
กี่ทอผ้าเครื่องแรกในห้องโถงของพิพิธภัณฑ์

จบจากโซนทอผ้า ก็จะเป็นโซนวิวัฒนาการอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ หรือที่เรียกว่า Automotive pavilion เรื่องราวในโซนนี้ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการของการผลิตรถยนต์โตโยต้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เริ่มตั้งแต่การตีโป่งขึ้นรูปโลหะแผ่นให้เป็นโครงของรถ การเคาะ ดัด ตัด กลึง หล่อ เพื่อให้เป็นโครงรถยนต์ที่มีความสวยงาม และออกมาเป็นรถยนต์สุดคลาสสิก ขนาดสี่ที่นั่งคันแรก รุ่น A1 ในปี ค.ศ.1936 หรือที่ต่อมามีการผลิตเพื่อจำหน่ายเต็มรูปแบบโดยใช้ชื่อว่า โตโยต้า AA ทำให้โตโยต้าสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดรถยนต์จากฟอร์ดที่เป็นรถยนต์นำเข้ารุ่นเดียวในสมัยนั้นได้

พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ที่วัดนิตไทจิ
พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ที่วัดนิตไทจิ

ต่อไปก็เป็นโซนการผลิตรถยนต์รุ่นต่างๆของโตโยต้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้ง Corolla รุ่นแรก, Celica รุ่นแรก, Corona รุ่นแรก Camry และ Prius ไปจนถึงรถยนต์ประหยัดพลังงานแห่งอนาคตที่ใช้กระแสไฟฟ้าแทนน้ำมันเชื้อเพลิง

ซึ่งก่อนจะถึงโซนจัดแสดงวิวัฒนาการของรถยนต์รุ่นต่างๆมีการจัดแสดงสมรรถนะของชิ้นส่วนรถยนต์แต่ละชิ้น ทั้งเกียร์ เพลา เสื้อสูบ เครื่องยนต์ โช้กอัพ ฯลฯ เรียกว่าเปลือยให้เห็นความแข็งแรง คงทนของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเพื่อสร้างความมั่นใจในความเป็นโตโยต้าอย่างชัดเจน

หุ่นยนต์ดนตรี...
หุ่นยนต์ดนตรี...

ที่น่าสนใจคือ เครื่องประกอบขึ้นรูปรถยนต์ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ มีการสาธิตให้เห็นการประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นกว่าจะเป็นรถยนต์คันหรูว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง ตรงจุดนี้ดูเหมือนจะเป็นที่สนใจของเด็กที่เข้าชมพิพิธภัณฑ์มากกว่าจุดอื่นๆ เพราะทั้งสนุกและเพลิดเพลิน

บรรยากาศภายในโบสถ์วัดนิตไทจิ
บรรยากาศภายในโบสถ์วัดนิตไทจิ

ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์ ตรงประตูทางออก หุ่นยนต์โตโยต้า 2 ตัว บรรเลงดนตรีส่งทั้งสีไวโอลิน และเป่าทรัมเป็ต ดูน่ารักไปอีกแบบ สำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คิดค่าเข้าชม 500 เยน หรือประมาณ 100 กว่าบาท ถือว่าถูกมาก แถมเด็กเล็กและคนแก่อายุเกิน 65 ปี ให้เข้าชมฟรี เห็นแล้วอิจฉาคนญี่ปุ่นจริงๆจากพิพิธภัณฑ์โตโยต้า เราแวะไปเที่ยว วัดนิตไตจิ หรือ นิตไทจิ (Nittaiji) ซึ่งถือเป็นวัดแห่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ชื่อเต็มๆของวัดนี้ คือ คาคูโอ-ซาน นิตไตจิ เป็นวัดแรกที่เป็นศูนย์รวมของทุกนิกายในญี่ปุ่น และเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุบางส่วนที่ประดิษฐานอยู่ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ มาไว้ที่นี่ โดยเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานด้วยพระองค์เอง ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และได้พระราชทานพระพุทธรูปสัมฤทธิ์อายุกว่าหนึ่งพันปีให้ด้วย

วัดนิตไทจิ
วัดนิตไทจิ

วัดนิตไทจิ เป็นวัดศิลปะสไตล์ญี่ปุ่น แต่ภายในอาคารตกแต่งสไตล์ไทยๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ มีการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ในบริเวณวัดด้วย ซึ่งถ้ามีโอกาสไปเที่ยวนาโกยา ควรหาเวลาไปเที่ยววัดนิตไทจิ เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นใกล้ชิดระหว่างไทยกับญี่ปุ่นรวมถึงความศรัทธาในฐานะชาวพุทธที่ไม่แตกต่างกัน

ฝาท่อน่ารักๆที่เมืองนาโกยา
ฝาท่อน่ารักๆที่เมืองนาโกยา

สำหรับนาโกยา มีเที่ยวบินของสายการบินไทย (TG) บินตรงเครื่องออกประมาณเที่ยงคืน ไปถึงนาโกยาเช้าเที่ยวต่อได้ทันที ใครที่เบื่อโตเกียว โอซากา จะลองหันมาเที่ยวญี่ปุ่นแถบโชริวโด นาโกยาแทนก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว....

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 13 เมษายน 2564 เวลา 16:08 น.