ไลฟ์สไตล์
100 year

ไทยจับมือสหรัฐฯ สกัด"มะเร็ง" คุกคามโลก.

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
6 ก.พ. 2559 05:01 น.
SHARE

4 กุมภาพันธ์ของทุกปีเป็น “วันมะเร็งโลก” หรือ World Cancer Day ซึ่งสมาพันธ์ควบคุมโรคมะเร็งสากล (Union for International Cancer Control, UICC) และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) กำหนดขึ้น เพื่อให้คนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญ และสาเหตุของโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรโลก

ข่าวแนะนำ

องค์การอนามัยโลกประมาณการว่า ในปี 2563 จะมีประชากรโลกตายด้วยโรคมะเร็งมากกว่า 11 ล้านคน ในจำนวนนี้ 7 ล้านคน จะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า มะเร็งเป็นปัญหาการเสียชีวิตอันดับต้นๆของประชากรโลก โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ปีละประมาณเกือบ 8 แสนราย เสียชีวิตประมาณกว่า 500,000 ราย โดยมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และ มะเร็งช่องปาก

สำหรับในประเทศไทย อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของประชากรไทย รองลงมา คือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ

“จากข้อมูลล่าสุดมีคนไทยตายจากโรคมะเร็งปีละประมาณ 60,000 ราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 7 ราย มะเร็งที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก” คุณหมอสุพรรณบอกพร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับมะเร็งตับเป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่มากถึง 20,000 ราย เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย และอันดับ 3 ในเพศหญิง อัตราการเสียชีวิตประมาณ 15,000 รายต่อปี โรคมะเร็งตับที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ โรคมะเร็งของเซลล์ตับ และโรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ

อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า มะเร็งแต่ละชนิดจะมีการดำเนินของโรคและวิธีการรักษาที่แตกต่างตามอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสมของผู้ป่วยมะเร็ง ส่วนการรักษาจะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและการดำเนินโรคของมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง รักษาง่ายกว่ามะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น

การป้องกันควบคุมโรคมะเร็งนอกจากทำในระดับประเทศแล้ว ความร่วมมือกับต่างประเทศในระดับนานาชาติก็เป็นเรื่องสำคัญ นพ.สุพรรณ บอกว่า ประเทศ ไทยมีการทำแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งระดับชาติตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 และถือเป็นประเทศแรกๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการจัดทำแผนในเรื่องนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2556 ได้มีการผลักดันแผนนี้ลงสู่การปฏิบัติในระบบบริการสุขภาพทุกระดับ หรือที่เรียกว่า Service Plan สาขาโรคมะเร็ง มีการดูแลประชาชนตั้งแต่การป้องกันโรค จนถึงผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายในทุกเขตสุขภาพทั่วประเทศ รวมทั้งความร่วมมือของสถาบันมะเร็งแห่งชาติกับศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S.-CDC) ผ่านทางศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐอเมริกา ด้านสาธารณสุข เรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non communicable disease) ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองประเทศได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมากขึ้น รวมถึงความร่วมมืองานวิจัยที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา มีความก้าวหน้าและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ด้าน นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ บอกว่า การมีแผนป้องกันรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพจะทำให้อัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งลดลงเช่นเดียวกับการรักษามะเร็งให้หายขาดก็จะทำได้มากขึ้นในส่วนของประเทศไทยมีสถาบันมะเร็งแห่งชาติเป็นแกนนำหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในการจัดทำแผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งให้กับประเทศเพื่อนบ้านมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น การจัดฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ภายใต้โครงการ ASEAN Collaborative Training on Cancer พร้อมกัน 6 หลักสูตร ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจำนวน 152 คน จาก สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และ มาเลเซีย นอกจากนี้ยังนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งสาขาต่างๆ จากประเทศไทยและต่างประเทศลงพื้นที่เพื่อจัดการฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์ เช่น การทำทะเบียนมะเร็ง การคัดกรองและการรักษามะเร็งปากมดลูกให้แก่ประเทศต่างๆ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมในความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้

ทั้งนี้ Dr.Edward L. Trimble ผู้อำนวยการ NCI Center of Global Health สหรัฐอเมริกา บอกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งและเป็นผู้นำด้านนี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด โดยสหรัฐอเมริกามีความยินดีที่มีความร่วมมือกับประเทศไทยและประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน จะทำให้การแก้ปัญหาโรคมะเร็งของภูมิภาคนี้ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สมาร์ทไลฟ์ไทยจับมือสหรัฐ สกัดมะเร็งควบคุมโรคมะเร็งวันมะเร็งโลกมะเร็งที่พบมากมะเร็งปอดมะเร็งเต้านมมะเร็งตับมะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งช่องปากคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 01:18 น.