วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศึกษาประชามติ 2550

ศึกษาประชามติ 2550

  • Share:

ต่อจากการถกเถียงเกี่ยวกับเนื้อหา มาสู่คำถามที่ว่าการรณรงค์ควํ่าร่างรัฐธรรมนูญ จะทำได้หรือไม่? ได้รับคำตอบจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายว่า “ยังตอบไม่ถูก” แต่ถ้าจะเอาผิดมันก็มีวิธี ไม่ได้บอกว่าการแสดงความคิดเห็นทางใดทางหนึ่ง ทำได้หรือไม่ได้ แต่เราเคยลงประชามติมาแล้ว เมื่อปี 2550 มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ไม่น่าจะพิสดารกว่านั้น

เป็นคำตอบที่แสดงว่าแม้แต่รัฐบาลก็ยังไม่มั่นใจ จะเอาผิดผู้รณรงค์ควํ่าร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่? และเอาผิดอย่างไร? จะเอาผิดก็ได้ไม่เอาผิดก็ได้ เพราะไม่มีกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ รัฐบาลอาจจะงัดเอามาตรา 44 ออกมา เพื่อห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน หรืออาจจะใช้กฎหมายอื่นๆ เรื่องนี้สำคัญ ต้องให้ชัดเจนก่อนมีปัญหา

ต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่า “การรณรงค์ควํ่าร่างรัฐธรรมนูญ” คืออย่างไรกันแน่ หมายรวมถึงการเดินสายปราศรัย การแจกใบปลิวหรือเอกสาร เรียกร้องให้ประชาชนออกมาลงประชามติ แต่ให้กาบัตรในช่อง “ไม่เห็นด้วย” กับร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการรณรงค์โดยสันติ ไม่ก่อความรุนแรง แบบนี้ถือว่ารณรงค์ควํ่าร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่?

หรือหมายถึงการรณรงค์ ไม่ให้ประชาชนไปลงประชามติ ขัดขวางประชาชนไม่ให้เข้าคูหา ขัดขวางเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ เหมือนกับที่บางกลุ่มเคยขัดขวางการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 แบบนี้ไม่น่าจะเรียกว่า “รณรงค์ควํ่าร่างรัฐธรรมนูญ” แต่เป็นการรณรงค์เพื่อล้มการลงประชามติ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว อยู่ที่รัฐบาลจะบังคับใช้กฎหมายหรือไม่?

ถ้ารัฐบาลห้ามกลุ่มผู้เห็นต่าง ไม่ให้รณรงค์ให้ประชาชนออกเสียง “ไม่เห็นชอบ” แต่ขณะเดียวกัน รัฐก็ยึดสถานีโทรทัศน์ทั้งของรัฐและเอกชน ให้เป็นกระบอก เสียงของ กรธ. เพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชน “เห็นชอบ” ฝ่ายเดียว ก่อนการลงประชามติ จะกลายเป็นประชามติแบบมัดมือชก เปิดหูและเปิดตา ฟังและดูข้างเดียว เราจะเป็นประชาธิปไตยแบบไหนกัน?

แต่ยังอุ่นใจที่รองนายกรัฐมนตรีพูดถึงการลงประชามติ เพื่อรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย มีหลักเกณฑ์และแบบอย่างอยู่แล้ว ไม่ได้ซับซ้อนและน่ากลัวที่ตรงไหน การลงประชามติคราวนั้นประสบความสำเร็จด้วยดี แม้จะมีสองฝ่ายที่เห็นต่าง แต่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความรุนแรง ไม่ต้องหาวิธีเอาผิดผู้ที่เห็นต่าง

ก่อนลงประชามติรัฐธรรมนูญ 2550 รัฐบาลขณะนั้นได้เปิดเวทีให้ทุกฝ่ายที่เห็นต่างเพื่อแสดงความคิดเห็นโดยเสรี ส่วนคราวนี้ประชาชนบางส่วนได้ส่งสัญญาณผ่านสวนดุสิตโพลเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่าง 78.48% บอกว่ารัฐธรรมนูญที่ยอมรับได้ ต้องได้มาตรฐานสากลและเป็นประชาธิปไตย 70.40% จะไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่ปิดกั้นการแสดงความเห็นของประชาชน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้