วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘เทียนฉาย’กังวล คุมไม่ได้ ศาลรธน.-น่ากลัว

‘เทียนฉาย’กังวล คุมไม่ได้ ศาลรธน.-น่ากลัว

  • Share:

มีอิสระมาก-ไร้องค์กรถ่วงดุล พะจุณณ์สับพรบ.จัดซื้อฯตบตา ‘บิ๊กตู่’ขอโทษสื่อฯหลังฟิวส์ขาด

“มีชัย” นำทีม กรธ.แจงแม่น้ำ 2 สาย ตอกย้ำเนื้อหาร่าง รธน.ฉบับปราบโกง พร้อมรับไปทบทวนข้อท้วงติง “อุทัย” เปรียบเปรยนักการเมือง-ข้าราชการพอกัน “ผีกับโลง” “เทียนฉาย” บอกน่ากลัวให้อิสระมากเกินจะคุมศาล รธน.ไม่อยู่ เหตุไร้องค์กรถ่วงดุลอำนาจ “วิษณุ” ขู่ฟ่อมีวิธีเอาผิดพวกรณรงค์คว่ำ นายกฯขอให้บัญญัติ 1 หมวดเดินงานปฏิรูป ผุดรายการตีปี๊บ “แกะกล่อง รธน.ใหม่” “วัฒนา” ย้อนคำผู้นำตั้งฉายา “รธน.ขี้เรื้อน” “วรชัย” มโนเปิดสำรองซี 9 บีบ ขรก.ทำประชามติต้องผ่าน “ตู่” เย้ยคนมีอำนาจหูเบาพาชาติเจ๊ง “นิพิฏฐ์” ฉะต่อค้านที่มา ส.ว. ชำแหละร่าง พ.ร.บ.ปราบคอร์รัปชัน แฉพิรุธซ่อนกลตบตาปราบโกง “บิ๊กตู่” ฝาก “ไก่อู” ขอโทษสื่อฯหลังเหวี่ยงใส่วัน ครม. หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงอาการหงุดหงิดใส่สื่อเหตุร่างรัฐธรรมนูญถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ฝาก พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอโทษสื่อและประชาชนที่แสดงอาการเหวี่ยงออกมา

“มีชัย” แจงเนื้อหา รธน.แม่น้ำ 2 สาย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ที่รัฐสภา มีการประชุมชี้แจงสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นแก่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานในที่ประชุม โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐ-ธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวชี้แจงว่า การทำงานของ กรธ.แม้จะมีอิสระ แต่มีกรอบ 10 ข้อตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 35 เพื่อขจัดการทุจริตและป้องกันคนทุจริตเข้าสู่การเมือง เป็นกรอบสำคัญที่ กรธ.ยึดถือในการร่างรัฐธรรมนูญ สรุปว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดขึ้น คือ 1.การทุจริตประพฤติมิชอบ ที่หากปล่อยไว้ประเทศจะเดินหน้าไม่ได้ 2.ความมีวินัยของคนยังหย่อนยาน 3.การบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดกวดขัน ต้องแก้ปัญหา 3 เรื่องนี้ให้ได้

ยันสิทธิเสรีภาพไม่ด้อยกว่าเก่า

นายมีชัยกล่าวต่อว่า พยายามตรวจสอบดูว่ารัฐธรรมนูญเดิมรองรับอะไรไว้บ้าง อะไรสำเร็จแล้ว อะไรที่ต้องเขียน เราจึงเขียนตามหลักสากลว่า ประชาชนคนไทยมีสิทธิทั้งปวง ยกเว้นมีข้อกำหนดห้ามไว้ และกำหนดห้ามรัฐออกกฎหมายจำกัดสิทธิประชาชนเกินไป โดยที่สิทธิเสรีภาพต้องไม่ละเมิดสิทธิคนอื่น กำหนดหน้าที่ของรัฐเพื่อให้ประชาชนไม่ต้องไปตะเกียกตะกาย หากรัฐไม่ปฏิบัติตาม ประชาชนสามารถร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ มีโทษร้ายแรงถึงถูกให้ออกจากตำแหน่ง ซึ่งจะกำหนดไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช.ต่อไป ด้วยกลไกเหล่านี้หลายคนนึกว่าสิทธิเสรีภาพหายไป แต่จริงๆแค่ไปอยู่ในหมวดอื่นเท่านั้น

กลัวนายกฯคนนอกต้องล็อกกุญแจเอง

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนองคาพยพทางการเมือง ได้เปลี่ยนวิธีเลือก ส.ส. การเลือกตั้งที่ผ่านมา 40 เปอร์เซ็นต์ของคะแนนผู้มาออกเสียงหายไป จึงคิดวิธีทำให้ทุกคะแนนเกิดประโยชน์ และสร้างเสริมอำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อหยุดการทุจริตเลือกตั้งได้ทันที หากศาลตัดสินว่าผิดจริงจะลงสมัครอีกไม่ได้ ทั้งหมดนี้เชื่อว่าการทุจริตเลือกตั้งจะลดลง และการใช้บัตรใบเดียวจะทำให้ประชาชนเกิดกำลังใจออกมาเลือกตั้งมากขึ้น หากคนออกมาใช้สิทธิมากการทุจริตจะลดลง ส่วนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่กำหนดให้พรรคการเมืองต้องส่งรายชื่อนายกฯ แต่มีคนพูดว่าเปิดโอกาสให้คนนอกเป็นนายกฯ ขอชี้แจงว่า พรรคการเมืองต้องประชุมเพื่อเลือกตัวแทน ไม่มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หากพรรคกลัวก็ไปเขียนไว้ในกฎของพรรคว่าห้ามคนไม่เป็น ส.ส.เป็นนายกฯ ส่วนที่มา ส.ว.ที่ผ่านมาใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง มันพ้นวิสัยที่คนธรรมดาจะหาเสียง ต้องให้พรรคการเมืองมาช่วยหาเสียง กรธ.จึงคิดว่าหากให้ประชาชนเลือกกันเองโดยมีกลไกบางอย่างป้องกันการฮั้วกันจะดีกว่า

พลิ้วเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระ-ศาล รธน.

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วนองค์กรอิสระเราไม่ได้เพิ่มองค์กรใด แต่กำหนดคุณสมบัติให้สูงกว่าปัจจุบัน เพื่อให้คนที่มีความรู้ทำงานอย่างอิสระ และกล้าตัดสินเรื่องที่ถูกทำนองครองธรรม ส่วนศาลรัฐธรรมนูญเราไม่ได้เพิ่มอำนาจ มีเรื่องเดียวที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญก่อนคือ การวินิจฉัยการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรอิสระ และเปิดช่องเวลามีปัญหาในบ้านเมืองให้ตัดสินวิกฤติได้ ไม่มีที่ไหนในโลกองค์กรที่ตัดสินคดีความมาจากการเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีอำนาจปลดใคร แต่เมื่อ ส.ส. ส.ว. หรือ ครม. สงสัยว่ามีคนขาดคุณสมบัติ ก็เข้าชื่อร้องต่อศาล ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ไม่มีอะไรมากกว่าปกติที่เคยมีอยู่ กรธ.ได้ระดมสติปัญญาในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว แต่อาจมีอะไรที่ขาดตกบกพร่อง เราฟังทุกช่องทาง ใครมีอะไรส่งมาได้ อะไรที่สะกิดใจว่าเราทำไม่เหมาะสมก็เอาไปปรับแก้ หวังว่าจะได้รับคำแนะนำจากทุกท่านอย่างกัลยาณมิตร

สนช.-สปท.รุมซักประเด็นที่คาใจ

จากนั้นจึงเปิดให้ซักถามผ่านตัวแทน สนช. และ สปท. ส่วนใหญ่เป็นคำถามถึงเหตุผลการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ที่อาจทำให้เกิดการซื้อเสียงมากยิ่งขึ้น เพราะซื้อครั้งเดียวได้ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ การแยกศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาล การขยายอายุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็น 75 ปี จากเดิม 70 ปี การเลือกตั้ง ส.ว.ทาง อ้อมจาก 20 กลุ่มอาชีพ อาจเกิดการบล็อกโหวตได้ รวมทั้งการกำหนดให้ สนช. สปท. และ คสช. ที่จะลงสมัครเลือกตั้ง ต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วัน หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศบังคับใช้

ฟุ้งระบบจัดสรรปันส่วนคนโกงขยาด

โดยนายสุพจน์ ไข่มุกด์ รองประธาน กรธ. ชี้แจงว่า เหตุผลการแยกศาลรัฐธรรมนูญออกจากหมวดศาล เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่เด่นชัดมาก ส่วนการเพิ่มอายุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจาก 70 ปี เป็น 75 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ตุลาการ ศาลปกครองสูงสุด และศาลฎีกา เข้ามารับการสรรหาด้วย

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. ชี้แจงว่า การใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวจะช่วยให้การนับคะแนนเร็วขึ้น ประหยัดเจ้าหน้าที่ควบคุมเลือกตั้งทั่วประเทศได้ 180,000 คน และประหยัดค่าใช้จ่ายได้เกือบ 300 ล้านบาท ส่วนที่ห่วงว่าจะทำให้การซื้อเสียงรุนแรงขึ้น เพราะซื้อทีเดียวได้ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น ระบบดังกล่าวพรรคการเมืองกลัว เพราะที่ผ่านมาระบบบัตร 2 ใบ ใครทุจริตถือเป็นความผิดส่วนตัว แต่ระบบนี้พรรคต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ถ้า ส.ส.เขตทุจริต จะทำให้คะแนนของพรรคถูกตัดไปด้วย ทำให้พรรคต้องควบคุมดูแลผู้สมัครให้ดี

“มีชัย” พร้อมรับไปทบทวนข้อท้วงติง

ต่อมานายมีชัย ฤชุพันธุ์ ชี้แจงปิดท้ายว่า จะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปพิจารณาทบทวน ส่วนข้อสงสัยของ สปท. ในมาตรา 269 ที่เว้นว่างเนื้อหาไว้ เพราะต้องรอคำตอบจาก สปท.ว่าจะปฏิรูปเรื่องใด จะได้ไปเขียนในรัฐธรรมนูญว่า ใครที่มาเป็นรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามเรื่องการปฏิรูป ส่วนที่สงสัยว่าเหตุใด กรธ.จึงต้องมาร่างกฎหมายลูกเอง เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 39 ที่ต้องมาสานต่อทำกฎหมายลูกให้เสร็จ หลังจากที่นายมีชัยชี้แจงจบ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้สั่งปิดประชุมหลังจากใช้เวลาซักถามและชี้แจงประมาณ 2 ชั่วโมง

“อุดม” อ้างคำพูดนายกฯไม่ใช่ใบสั่ง

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมเสนอหลักการ 10 ประเด็นต่อการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็นต่อ กรธ. ว่า เป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายที่มีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จะสื่อสารมายัง กรธ. ถือเป็นเรื่องดีทำให้สังคมเห็นชัดเจนว่า กรธ.ทำงานแบบไม่มีใบสั่ง และยืนยันจะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

“อุทัย” เปรียบเปรยพอกัน “ผีกับโลง”

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ คณะกรรมาธิการการเมือง สนช. จัดสัมมนา “หลักความเป็นอิสระ : ภูมิคุ้มกันการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง” โดยนายอุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า อยากเน้นว่า ปัญหาทุกวันนี้ไม่ได้เกิดจากนักการเมือง ถ้าผู้ใช้กฎหมายไม่สนับสนุน นักการเมืองจะไม่กล้า ขอให้ข้าราชการสำนึกว่าคือหลักของบ้านเมือง ไม่ต้องกลัวนักการเมือง แต่ที่ผ่านมาข้าราชการมักไปเออออกับนักการเมืองด้วย พอกันผีกับโลง ข้าราชการต้องทำตัวใหม่ ปัญหาที่เป็นอยู่ไม่รู้จะแก้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างไร เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของนักการเมือง และจิตสำนึกของข้าราชการว่าจะเป็นหลักยึดให้ประชาชนได้เพียงใด ถ้าทำได้ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ที่มันซวย เพราะข้าราชการกลับเอาด้วย

“เทียนฉาย” หวั่นคุมศาล รธน.ไม่อยู่

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ อดีตประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า หลักประกันความมีอิสระของเจ้าหน้าที่รัฐ ร่างรัฐธรรมนูญเขียนครอบคลุมได้ยาก เพราะเป็นเรื่องพฤติกรรม ความคิด และการกระทำที่ข้าราชการต้องปรับปรุงแก้ไขด้วย สิ่งที่น่ากังวลคือ ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติให้บางองค์กรมีอิสระสุดๆ ควบคุมไม่ได้ เป็นเรื่องน่ากลัว โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่พบเรื่องการถ่วงดุลอำนาจองค์กรอิสระในร่างรัฐธรรมนูญ หลายองค์กรไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล มีความลึกลับมาก เรื่องนี้ควรอยู่ในรัฐธรรมนูญ ไม่ควรอยู่ในกฎหมายลูก เห็นด้วยว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ควรได้รับหลักประกันความอิสระในการทำงาน ขณะที่องค์กรอิสระควรได้รับหลักประกันบางเรื่อง เช่น การบริหารงานบุคคล และให้นำเรื่องธรรมาภิบาล จริยธรรม และคุณธรรมมาปรับใช้

ตั้งโจทย์นักการเมืองเลวไม่ถูกต้อง

นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ระบบพรรคการเมืองไทยไม่เอื้อให้เกิดความเป็นอิสระในพรรคการเมือง เพราะมีนายทุนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นของมวลชน การให้ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวจะทำให้พรรคที่มีนายทุนเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนหลักความเป็นอิสระของ ส.ส.ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้อยลงกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 40 และปี 50 การมองว่านักการเมืองเลว มีอะไรจึงโยนไปข้างนอกตรวจสอบหมด ถือเป็นแนวคิดไม่ถูกต้อง ถ้าเอาเนื้อหารัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 35 (5) มาตรวจสอบกับร่างรัฐธรรมนูญนี้ นอกจากจะไม่มีแล้ว ยังหายไปเยอะ ทั้งเรื่องความเป็นอิสระของฝ่ายการเมือง และข้าราชการประจำ

“วิษณุ” แจง ก.ค.60 เข้าโหมดเลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้ให้ ครม.กลับไปอ่านร่างรัฐธรรมนูญ ทำความเห็นส่งมายังตน ภายในวันที่ 10 ก.พ. จะใช้เวลารวบรวม 3-4 วัน จากนั้นเชิญเจ้าหน้าที่หน่วยงานกลาง เช่น กฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ อัยการ มาช่วยดู เสร็จแล้วส่งนายกฯลงนาม ก่อนส่งไป กรธ. แต่ถ้าตรงช่วงที่นายกฯไปประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ ที่สหรัฐอเมริกา วันที่ 14-18 ก.พ. ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ลงนามแทน ส่วนความเห็น คสช.แยกส่งไปต่างหาก นายกฯสั่งว่า อยากให้รัฐธรรมนูญมีหมวดการปฏิรูปขึ้นมาเป็นหนึ่งหมวดเลย อย่าให้ไปซุกอยู่ตรงไหน และนายกฯมีความเห็นส่วนตัวต้องการเห็นการเลือกตั้งในปี 60 ให้ได้ ในเดือน ก.ค.ต้องเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งให้ได้ ทุกคนต้องรู้แล้วว่าจะเลือกตั้งตอนไหน อาจช้ากว่าเดือน ก.ค. แต่ต้องรู้วันที่เลือกตั้งชัดเจน

ขู่มีวิธีเอาผิดพวกรณรงค์คว่ำร่างฯ

นายวิษณุกล่าวว่า นายกฯอยากให้ไปดูว่าหากเกิดความไม่เรียบร้อยภายหลังจากการเลือกตั้ง เรามีกลไกใดใช้แก้ไขปัญหาหรือไม่ ถ้ายังไม่มีให้เขียนเติมลงไป โดยรัฐบาลจะไม่บอกว่ากลไกนั้นคืออะไร ให้ไปช่วยกันคิดดูจะเพิ่มอำนาจใคร หรือลดอำนาจใคร ส่วนปัญหาอื่นๆ รวมถึงการทำประชามติ ครม.มอบหมายตนไปหารือหน่วยงาน อาทิ กระทรวงยุติธรรม กฤษฎีกา ให้เกิดความชัดเจน ได้นัดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดหารือต้นสัปดาห์หน้า เมื่อถามว่า การรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญทำได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ยังตอบไม่ถูก แต่ถ้าจะเอาผิดมันมีวิธี แต่ไม่น่าพิสดารอะไร ปี 2550 เคยทำประชามติมาแล้ว มีหลักเกณฑ์อยู่

วิป 3 ฝ่ายขอ 1 หมวดเพื่อปฏิรูป

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สนช. และ สปท. ว่า หารือถึงร่างรัฐธรรมนูญ พบว่าในบทเฉพาะกาลมีประเด็นการปฏิรูปการศึกษาและปฏิรูปตำรวจ และเว้นไว้ให้ใส่ประเด็นปฏิรูปอื่นได้อีก ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายเห็นว่าการปฏิรูปควรเป็นหนึ่งหมวดในรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้การปฏิรูปต่อเนื่อง รัฐบาลหน้าต้องทำต่อ ซึ่งตรงกับความเห็นที่ประชุม ครม.ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้การปฏิรูปอยู่ในบทเฉพาะกาลเท่านั้น จะนำผลการหารือของวิป 3 ฝ่ายเสนอไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

ผุดรายการ “แกะกล่อง รธน.ใหม่”

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คสช. มีแนวคิดอยากให้คนเขียนร่างรัฐธรรมนูญ มาอธิบายให้คนในสังคมฟังว่า เขาคิดยังไง มีปัญหาประเทศอย่างไร ถึงเขียนรัฐธรรมนูญอย่างนี้ แตกต่างจากของเดิมอย่างไร และช่วยแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร จึงได้จัดทำรายการ “แกะกล่องรัฐธรรมนูญใหม่” เผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ แบ่งเป็น 2 ช่วง คือหลังเวลา 08.00 น. และก่อนรายการเดินหน้าประเทศไทย ในเวลา 18.00 น. ความยาวประมาณ 3-5 นาที เพื่อไม่ให้ประชาชนเบื่อหน่าย โดยวันศุกร์จะมีเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น รูปแบบรายการ ให้กรรมการ กรธ.ชี้แจงไล่ไปตามหมวดต่างๆ เน้นเฉพาะประเด็นสำคัญๆ ซึ่งเย็นวันที่ 3 ก.พ. ตอนแรกเรื่อง “ทำไมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ. และนายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรธ. ซึ่งรายการจะมีไปถึงวันที่ 15 ก.พ. ส่วนใครชอบ ไม่ชอบ วิพากษ์วิจารณ์อย่างไรถือเป็นสิทธิ์แต่ละคน แต่อย่างน้อยควรได้ฟังจากต้นทางคนเขียน

“วัฒนา” ย้อนตั้งฉายา “รธน.ขี้เรื้อน”

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รู้สึกสมเพชเมื่อเห็นข่าวผู้ที่เกี่ยวของกับรัฐธรรมนูญ เช่น นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. โกรธนักการเมืองที่ออกมารุมยำร่างรัฐธรรมนูญที่ตัวเองตั้งฉายาว่าฉบับปราบโกง ตนกล้าพูดแทนคนในพรรคเพื่อไทย ว่าเห็นด้วยกับมาตรการป้องกันไม่ให้คนโกงเข้ามามีอำนาจ ไม่ขี้ขลาดกลัวการตรวจสอบเหมือนขยะทางการเมืองบางคน หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำโดยประชาชน แผนการที่จะหนีคดีด้วยการนิรโทษกรรม ที่นายมีชัยสนองคุณให้จะตกไปด้วย และสิ่งที่อยากเสนอเพิ่มเติมคือนอกจากการปราบโกงแล้ว ควรมีบทบัญญัติปราบพวกหน้าด้านที่โกงอำนาจประชาชนด้วย นึกถึงคำให้สัมภาษณ์นายกฯที่เปรียบเปรยเรื่องหมาขี้เรื้อน และยังกล่าวย้ำว่า “ผมมันไร้ค่า” ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายคำว่าขี้เรื้อนว่า ไม่มีคุณค่า จึงขอยืมคำนายกฯมาใช้เรียกชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญฉบับขี้เรื้อน” คงเหมาะสมกับอาการที่หลายฝ่ายตั้งข้อรังเกียจเพราะเป็นสิ่งไร้คุณค่า แถมน่ารังเกียจเหมือนขี้เรื้อน

ขอประชาชนคิดรอบคอบก่อนโหวต

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ทำประชาชนเดือดร้อนไม่สามารถเรียกร้อง หรือสั่งให้พรรคการเมืองที่ตนเองรักหรือชอบทำอะไรให้ได้เช่นในอดีต ดังนั้น ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การชี้แจงของฝ่ายที่ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ต้องฟังหูไว้หู อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ เดี๋ยวจะตกเป็นเหยื่อ การเลือกตั้งต้องเลื่อนหรือยืดเวลาออกไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับนักการเมืองอย่างพวกตน แต่ต้องให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนและเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้นสำคัญที่สุด อยากเตือนสติเอาไว้ว่าทุกวันนี้ไม่มีนักการเมืองอยู่ แต่การทุจริต โกงบ้านกินเมืองก็ยังมีอยู่ ขอภาวนาว่าอย่าให้สังคมไทยต้องเจอกับการหนีเสือไปปะจระเข้อีกเลย

เปิดสำรองซี 9 บีบทำประชามติให้ผ่าน

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่า กอ.รมน.ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชน ปรากฏว่าคะแนนเสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ลดต่ำลง ขณะที่คะแนนเสียงพรรคเพื่อไทยเพิ่มขึ้น เลยทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ฉุนเฉียวมากในช่วงนี้ใช่หรือไม่ เพราะทำงานแทบตายแต่ประชาชนกลับไม่เอาด้วย ทั้งการร่างรัฐธรรมนูญ การดำเนินคดีกับฝ่ายตรงข้าม การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ไปจนถึงการเรียกแต่ฝ่ายตรงข้ามไปปรับทัศนคติ ล้วนแต่ช่วยเพิ่มคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทย หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่เชื่อลองไปถาม กอ.รมน.ดูได้ และเมื่อเห็น พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งสำรองอัตรากําลังชั่วคราวข้าราชการซี 9 ขึ้นไปที่ไม่ผ่านการประเมินผลงาน อดสงสัยไม่ได้เป็นการขู่เตรียมไว้สำหรับข้าราชการในพื้นที่ที่ทำประชามติไม่ผ่านหรือไม่

เตือนสติ “โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า”

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ว่า ทีมติดตามการร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ได้เสนอแนะต่อ กรธ.ในทางสร้างสรรค์มาตลอด แต่กรธ.ไม่ได้สนใจเอง แต่ไม่ขอวิจารณ์ฝ่ายใดว่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา มีพระที่เคารพนับถือท่านให้ข้อคิดมาว่า ในการต่อสู้ทางความคิดเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมือง ย่อมมีปัญหาอุปสรรคเป็นธรรมดาต้องมีสติ เพราะโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า บางคนเป็นตัวตลกในสายตาคนไทยและชาวโลกเพียงครู่เดียวที่แสดงอารมณ์ต่อสาธารณะ ตนจะเสนอทีมติดตามร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ส่งข้อเสนอแนะในการปรับแก้ร่างรัฐธรรมนูญตามกำหนด คือภายในวันที่ 15 ก.พ. ส่วน กรธ.จะไปปรับแก้หรือไม่ ถือว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว

พท.ลั่นไม่มีวันจูบปากกับ ปชป.แน่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุยังไม่มีแนวคิดจะจับมือพรรคเพื่อไทยคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันกับนายองอาจที่จะไม่จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรอยู่แล้ว เพราะจุดยืน ทัศนคติ อุดมการณ์ แนวทางดำเนินการทางการเมืองแตกต่างกันสิ้นเชิง เราไม่อิงแอบเผด็จการ ไม่ต้องใช้ทหารเป็นตัวช่วยพิเศษ นายองอาจอาจอ่านร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เข้าใจ มองไม่ออก แต่พรรคเพื่อไทยเข้าใจและมองเห็นเจตนา เล็งเห็นผลของ กรธ.เป็นอย่างดี ดังนั้น ใครจะพูดเอาหล่อ ใครจะบอกว่าเร็วเกินไปที่จะค้านก็บอกไป แต่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องแทงกั๊กเล่นการเมืองหลายหน้า

เย้ยคนมีอำนาจหูเบาพาชาติเจ๊ง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงเหตุการณ์ถูกทหารเชิญตัวไปกองทัพภาคที่ 1 ว่า ทหารต้องการให้ไปทานข้าวเที่ยงกับ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 แต่ผู้มาพูดคุยเป็นหัวหน้าสำนักงานกองทัพภาคที่ 1 ไม่ใช่แม่ทัพภาคที่ 1 เหตุผลที่มาเชิญไปพูดคุยเพราะตนตอบโต้นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. ว่าพวกโหนเผด็จการ แต่ทหารเข้าใจผิดว่าไปต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯยืนยันว่าไม่ได้พูดปลุกปั่นประชาชน ถ้าตีความแบบหาเรื่องกันคงเกิดขึ้นทุกวัน ที่ผ่านมาคนมีอำนาจแล้วหูเบา ประเทศเสียหายทั้งนั้น การที่ตนประกาศคว่ำร่างรัฐธรรมนูญถือเป็นสิทธิ และอีกฝ่ายประกาศรับร่างก็เป็นสิทธิเช่นกัน ถ้าไม่ต้องให้ประกาศคว่ำก็ควรยกเลิกประชามติ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติตนไม่ลงเลือกตั้งแน่นอน เพราะจุดยืนคือต่อต้าน นายกฯคนนอก ไม่มีวันยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์

“นิพิฏฐ์” ฉะต่อค้านระบบที่มา ส.ว.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญในหมวดการเลือกตั้ง ส.ว. ตนไม่เห็นด้วยกับวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว.ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญนี้กำหนด เพราะ 1.มีการบล็อกโหวตได้ 2.คนทั่วไปไม่สามารถได้รับเลือก ต้องเป็นคนที่มีชื่อเสียงและมีพลังบางอย่างเท่านั้น 3.ระบบประชาธิปไตยเป็นระบบของ “คนธรรมดา (common man)” มิใช่ระบบของ “คนพิเศษ” ทุกคนจึงควรได้รับโอกาสเท่าๆกัน 4.การไม่ให้สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นมีสิทธิสมัคร แต่กลับให้ สปท. หรือ สนช.ที่มาจากการยึดอำนาจสมัครได้ โดยไร้เหตุผลรองรับ ชี้ให้เห็นว่าผู้ร่างให้ความสำคัญต่อผู้มาจากการยึดอำนาจ มากกว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน 5.การได้มาซึ่ง ส.ว.แบบนี้ จะทำให้บางจังหวัดมี ส.ว.หลายคน แต่บางจังหวัดไม่มี ส.ว.เลย

ชำแหละร่าง พ.ร.บ.ปราบคอร์รัปชัน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ประกาศนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ชุดที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน เสนอแผนการปฏิรูปแก้ไขปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ จากเดิมใช้ระเบียบว่าด้วยการพัสดุสำนักนายกรัฐมนตรี ยกระดับเป็น พ.ร.บ.แทน โดยยกเป็นร่าง พ.ร.บ.ร่วมกับกระทรวงการคลัง เสนอเข้า ครม. เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.2558 ซึ่ง ครม. เห็นชอบและส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ตรวจสอบแก้ไขส่งกลับมายัง ครม. ขณะนี้ถูกส่งมาที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

แฉพิรุธซ่อนกลตบตาปราบโกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเสนอแนะมาตรการและกลไกในการปราบปรามการทุจริต สปท. ตรวจพบว่าร่าง พ.ร.บ.เปิดช่องให้มีการทุจริตในหลายมาตรา เช่น มาตรา 7 ที่ระบุว่า พ.ร.บ.นี้มิให้ใช้บังคับแก่ (1) การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ซึ่งอนุฯ กมธ.ตั้งข้อสังเกตท้วงติงว่า จะเป็นการเปิดช่องให้ทุจริต เพราะคำว่าการพาณิชย์หมายถึงการค้าทุกประเภท อาจรวมถึงกรณีโครงการจำนำข้าว อาจถูกนำไปกล่าวอ้างในชั้นศาลว่าเป็นการพาณิชย์เชิงปกติ (2) การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ การบริการทางทหารโดยวิธีรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือโดยการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศที่กฎหมายของต่างประเทศนั้นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น อนุฯ กมธ.ท้วงติงว่าให้ตัด (2) ออกเพราะทหารจะถูกโจมตีว่าออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ต่อกองทัพและเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะออกในช่วงรัฐบาล คสช.ได้

ให้องค์กรตรวจสอบนั่งบอร์ดทับซ้อน

ส่วนมาตรา 13 ระบุให้ กรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่มีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นประมูลงาน และมีการประมูลจนได้งานนั้นแล้วไม่ถือว่าผิด ไม่จำเป็นต้องยกเลิกงานประมูลงานนั้น เพื่อทำการประมูลใหม่ และมาตรา 19 ในหมวด 3 คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่กำหนดให้ รมว.คลังหรือผู้แทนเป็นประธาน โดยมี อัยการสูงสุด (อสส.) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการหรือบอร์ด จะขัดแย้งต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ หากเกิดปัญหาการทุจริตจะตรวจสอบได้อย่างไร ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ มีเจตนาอย่างไรที่เอาองค์กรตรวจสอบมาเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง

นายกฯเรียก “บิ๊กหมู” เข้าทำเนียบ

สำหรับความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังแสดงอารมณ์หงุดหงิดในสื่อมวลชนก่อนเข้าประชุม ครม. เมื่อเวลา 08.45 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ กระทั่งเวลา 09.30 น. พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ.ได้เข้าหารือใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพื่อรายงานสถานการณ์ต่างๆ ก่อนจะเดินทางกลับ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาเก็บตัวอยู่บนห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า

ต้อนรับรองประธานาธิบดีอินเดีย

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้การต้อนรับนายเอ็ม ฮามิด อันสารี รองประธานาธิบดีอินเดียและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล พร้อมนำรองประธานาธิบดีอินเดีย เดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ก่อนหารือข้อราชการคณะเล็ก จากนั้นเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ การเยือนไทยในระดับผู้นำอินเดียครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี และเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ ที่จะครบรอบ 70 ปี ในปี 2560

ฝาก “ไก่อู” ขอโทษสื่อฯที่ถูกเหวี่ยง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯฝากขอโทษ ต่อสื่อและประชาชน เชื่อว่านายกฯรู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน คงมีแรงกดดันมากพอสมควรกับความคาดหวังของประชาชน ที่จะนำพาประเทศไปในทิศทางที่สังคมต้องการ คิดว่าท่านอาจรู้สึกว่าเมื่อเหลียวไปข้างหลัง ท่านเดินอยู่คนเดียวหรือเปล่า เพราะสังคมไทยส่วนใหญ่จะนิ่งรอรับฟัง ทำให้คนตั้งใจแก้ไขปัญหารู้สึกอ้างว้างและเดียวดาย จึงอยากเรียกร้องสื่อมวลชนอย่าเปิดโอกาสให้สิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความดีงามได้ใช้พื้นที่นำเสนอเรื่องราวที่ทำให้สังคมสับสน นายกฯแบกภาระเยอะ ปัญหาทั้งหมดอยู่บนบ่าของท่าน ถ้าวันหนึ่งเรามีภาระแบบนี้คงเข้าใจความรู้สึก ประเทศไทยคนเก่งและมีความสามารถมีเยอะ แต่คนที่กล้าหาญมีไม่เยอะนัก ตนเชื่อมั่นว่านายกฯเป็นคนที่มีทั้งความสามารถและกล้าหาญ วิงวอนว่าอย่าปล่อยให้คนที่กล้าหาญและมีความสามารถ ต้องเผชิญสิ่งต่างๆโดยลำพัง

ปัดไม่คิดรังแกข้าราชการน้ำดี

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนการออกคำสั่งที่ 5/2559 มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการว่า มีสื่อวิทยุบางที่เสนอข่าวว่าเป็นการรังแกข้าราชการ ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าข้าราชการเกียร์ว่างรัฐบาลไม่ทำอะไร พอออกคำสั่งมาก็วิจารณ์ทำให้คนออกคำสั่งน้อยใจ ยืนยันว่าการออกคำสั่งดังกล่าวเพื่อเป็นการรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการ ข้าราชการที่มีเนื้อแท้และจิตวิญญาณในการทำงาน จะไม่รู้สึกอึดอัด หรือคิดว่าถูกรังแก แต่ถ้าเป็นข้าราชการที่ใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชา วิ่งเต้น ก็อาจอึดอัด สิ่งที่ออกคำสั่งเป็นเกราะคุ้มกันให้ข้าราชการแข็งแกร่งขึ้น นักการเมืองจะมาโยกย้ายไม่ได้

ร่วมรำลึกสดุดีวันทหารผ่านศึก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ วางพวงมาลา เนื่องในวันทหารผ่านศึก เพื่อรำลึกถึงความเสียสละและสดุดีวีรกรรมทหารผ่านศึก มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้แทน ผบ.เหล่าทัพ ผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงาน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ตลอดจนทหารผ่านศึกนอกประจำการ เข้าร่วมวางพวงมาลาต่อเนื่อง

ต่อมาเวลา 15.00 น.ที่ลานอเนกประสงค์ ร.11 รอ. บางเขน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานพิธีรับการแสดงความเคารพ และพิธีสวนสนามเชิดชูเกียรติทหารผ่านศึก ประจำปี 2559 โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวให้โอวาทว่า ขอให้ภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนทหารผ่านศึกที่มีมานะสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ ชาติ สมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง

“ภุชงค์” จ๋อย กกต.ไม่รับอุทธรณ์

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนิศร์ ศรีประเทศ ผู้ทรงวุฒิ กกต. แถลงว่า สำนักงานกฎหมายและคดีได้ไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้องเมื่อวันที่ 1 ก.พ.เพื่อกล่าวโทษนายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการ กกต.ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขณะเดียวกัน กกต.ยังมีมติไม่รับพิจารณาคำยื่นอุทธรณ์นายภุชงค์ กรณี กกต.มีคำสั่งเลิกจ้าง ส่วนเหตุนั้นไม่ขอระบุเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ที่ประชุม กกต.ยังมีมติเห็นชอบร่างประกาศ กกต.เรื่องการรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 8 ก.พ.-7 มี.ค.

ศาลฎีกายืนยกฟ้อง “ธรรมรักษ์”

อีกเรื่อง ที่ห้องพิจารณาคดี 913 ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ ฟ้อง พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหมและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย นายอมรวิทย์ สุวรรณผล อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายชวการ หรือกรกฤต โตสวัสดิ์ อดีตสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย นายสุขสันต์ หรือจตุชัย ชัยเทศ อดีต ผอ.การเลือกตั้งพรรคพัฒนาชาติไทย และนายบุญทวีศักดิ์ อมรสินธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคพัฒนาชาติไทย เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 6 และมาตรา 11 ในคดีจ้างวานพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา จำคุกจำเลยที่ 1, 3-5 คนละ 3 ปี 4 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี ริบเงินของกลาง 30,000 บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษให้จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 3-5 จำคุก คนละ 2 ปี และยกฟ้อง พล.อ.ธรรมรักษ์ จำเลยที่ 1 ศาลฎีกาประชุมสำนวน หารือกันแล้ว พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ พร้อมออกหมายจับนายชวการจำเลยที่ 3 และนายสุขสันต์จำเลยที่ 4 ให้มารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป

“เเทนคุณ” ถอนฟ้อง “เก่ง–การุณ”

ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ ฟ้องนายการุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีนายการุณกล่าวปราศรัยหาเสียงในการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. กทม. ที่ตลาดนัดบุญอนันต์ และตลาดโกสุมรวมใจ เขตดอนเมือง ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและมีผลต่อการลงคะแนนเลือกตั้ง คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายการุณ 1 ปี 4 เดือน แต่นัดนี้นายการุณไม่มาศาลอ้างว่าป่วย ขณะที่ทนายความโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลเห็นว่าการพิจารณาคดีอาญาจะต้องกระทำต่อหน้าจำเลย เมื่อจำเลยมีเหตุจำเป็นไม่มาศาล ให้งดอ่าน คำพิพากษา และส่งคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...
มีชัยมีชัย ฤชุพันธุ์กรธ.ฟันธงแจงสนช.สปท.คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญสภานิติบัญญัติแห่งชาติสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศประธาน กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญสมาชิก สนช.ผบ.ทร.มาเลเซียมาเลเซียมาเลเซียเยือนไทยคงชีพ ตันตระวาณิชย์ประมงผิดกฎหมายอาเซียนกระทรวงกลาโหมแก้ปัญหาค้ามนุษย์ก่อการร้ายประชามติวิษณุ เครืองามร่างแรกคว่ำร่างฯแก้ไขร่างฯนายกฯคนนอกบัตร ลต. ใบเดียวการเลือกตั้งโรดแม็ปมาตรา 44บิ๊กตู่ขอโทษสื่อประชาชนสัมภาษณ์ฉุนขาดกดดันนายกรัฐมนตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไก่อูประยุทธ์พล.อ.ประยุทธ์ประยุทธ์ จันทร์โอชาพรรคเพื่อไทยวัฒนา เมืองสุขความเห็นร่าง รธน.เพื่อไทยตั้ง ฉายา รธน.เสวนาวิชาการเทียนฉาย กีระนันทน์เลือกตั้งบัตรใบเดียวความปรองดองความขัดแย้งศาลรัฐธรรมนูญนิพิฏฐ์ค้านระบบเลือกตั้งนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ร่าง รธน.ข่าวข่าวหน้า1ข่าวการเมืองไทยรัฐฉบับพิมพ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้