วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นเกมยึดประชาธิปัตย์

“ผมน่ะไร้ค่า”

ประโยคทิ้งท้ายก่อนที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. จะกระชากสคริปต์กระดาษ ตบโพเดียมจนแว่นตากระเด็น

เป็นอารมณ์ต่อเนื่องจากอาการ “ต่อมฉุนอักเสบ” ตลอดทั้งวัน

มันบ่งบอกเบื้องลึกของผู้นำรัฏฐาธิปัตย์กำลังเกิดอาการ “น้อยใจ” อย่างแรง

แน่นอนถ้าเป็นอย่างบทสรุปเบื้องต้นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์โมโหแกมน้อยใจสื่อที่ถามแต่เรื่องร่างรัฐธรรมนูญ เร่งวันเร่งคืนให้เลือกตั้ง เหมือนอยากให้รัฐบาลทหารคสช.พ้นไปไวๆ

มันก็ไม่น่าจะออกแอ็กชั่นแรงอะไรมากมายแบบที่คนตะลึงกันทั้งบ้านทั้งเมือง ในเมื่อปมรัฐธรรมนูญกับเลือกตั้งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักข่าวก็ตั้งคำถามรูทีนประจำทุกวัน

มันน่าจะชินเป็นปกติอยู่แล้ว

เรื่องของเรื่อง สังเกตแววตา อากัปกิริยา ด้วยอาการ “ต่อมฉุนอักเสบ” ขนาดนี้ มันน่าจะมีปมที่กดดันภายในจิตใจมากกว่าการน้อยใจนักข่าวที่เป็นแค่กระโถนให้ระบายอารมณ์ “กระฉอก” น่าจะเก็บกดจากปมคนวงในใกล้ชิดด้วยกันมากกว่า

ตามสูตรทำอะไรไม่ได้ ก็มาลงกับสื่อมวลชน

ที่แน่ๆโดยปรากฏการณ์ที่เห็นกัน ณ วันนี้ โดยอาการมันชัดเจนเลยว่า พล.อ.ประยุทธ์มาถึงจุดที่ชักจะทนต่อแรงกดดันต่อไปไม่ไหว

ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ตอกย้ำกระแสการเลือกตั้งที่เป็นทางออกตามฟอร์มทางการเมืองทั่วไป

อีกทั้งจากการยืนยันของ พล.อ.ประยุทธ์ หรือการที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขอปรับสูตรใหม่จาก 6–4–6–4 เป็น 6–4–8–5 ยืดเวลาออกไป

การเลือกตั้งก็ยังอยู่ในกรอบโรดแม็ปคือปี 2560

และนั่นก็ไม่แปลกที่นักเลือกอาชีพจะขยับเตรียมพร้อมลงสนามกันตั้งแต่ตอนนี้

อย่างล่าสุดที่ “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มเสื้อแดง นปช. เปิดปฏิบัติการปูด “ทฤษฎีกองผ้าป่า” อ้างเลยว่าตลอดปีที่ผ่านมามีการดึงนักเลือกตั้ง อดีต ส.ส.กลุ่มละ 10 คน หลายกลุ่ม เพื่อให้ได้พรรคขนาดเล็กหลายพรรคในการเลือกตั้ง นำไปสู่การตั้งรัฐบาลหลายพรรค

เพื่อทำให้เป็นอุปสรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ดักคอการวางหมากอำนาจของฝ่ายต้าน “ทักษิณ”

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ล้อกับข่าววงในที่เช็กไปในหมู่บิ๊กท็อปบูตที่แรกๆมีข่าวต่อสายกับนักเลือกตั้งอาชีพระดับขาใหญ่ ต่างบอกปัดการตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่ใช้ต้นทุนสูง ไม่คุ้มค่าความเสี่ยง

ถึงตอนนี้พรรคนอมินีทหาร พรรคขั้วที่สาม พับแผนกันหมด

และที่ชัดเจนที่สุด ก็คือปฏิบัติการกลับไป “ยึดที่มั่นเดิม”

ตามจังหวะการเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงของ “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ที่แตะมือกับ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ที่เริ่มต้นในการจุดพลุไปตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่อรองรับโครงสร้างอำนาจตามสูตรท็อปบูต

แต่ภายหลังกระแสพลิกกลับไปที่การตั้งธงยึดพรรคประชาธิปัตย์แรงกว่า อย่างที่ชื่อของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะถูกดันเสียบแทน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค แต่เข็นไม่ขึ้น ก็มีชื่อของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน โผล่มาเป็นแคนดิเดต

ตอกย้ำธงของสาย “ลุงกำนัน” มุ่งไปที่การลุยยึดประชาธิปัตย์

“รีโนเวต” พรรคเก่าแทนแผนไปตั้งป้อมค่ายใหม่

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย มาถึงตรงนี้เก้าอี้หัวหน้าประชาธิปัตย์ไม่ได้เซ้งกันง่ายๆ

ตามปรากฏการณ์อย่างที่ทีมงาน “อภิสิทธิ์” กล้าเดินหน้าหักดิบ เปิดแถลงข่าวตัดหาง “คุณชายสุขุมพันธุ์” สวนหมัดเกมยึดเก้าอี้ทันที

ไม่สนบารมี “ลุงกำนัน” จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน

นั่นก็เพราะเบื้องหลังของหัวหน้า “แก๊งไอติม” ได้มวยรุ่นใหญ่อย่างนายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา กับ “น้าหยัด” บัญญัติ บรรทัดฐาน แท็กทีมกันถือหาง “อภิสิทธิ์” บล็อกการบุกยึดพรรคของกองทัพ กปปส.

“รุ่นเดอะ” ซัดกัน ประชาธิปัตย์ไม่เคยผิดหวังเรื่องความมัน.


ทีมข่าวการเมือง

3 ก.พ. 2559 23:36 3 ก.พ. 2559 23:36 ไทยรัฐ