วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหตุอันควรปรานี

เหตุอันควรปรานี

โดย สหบาท
4 ก.พ. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไม่พลิกความคาดหมาย หลังศาลอาญากรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีรื้อบาร์เบียร์ในซอยสุขุมวิท 10 ที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2546

ตัดสินจำคุก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พ.ท.หิมาลัย ผิวพรรณ พ.ต.ธัญเทพ ธรรมธร คนละ 2 ปี ส่วนลิ่วล้อคนอื่นๆอีก 31 คนที่มาฟังคำพิพากษา ถูกจำคุกลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 2 ปี 15 วัน ไปจนถึง 4 ปี

เรียกว่า เดินคอพาเหรดเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพไปตามๆกัน

เนื่องจากพฤติกรรมก่อเหตุที่อุกอาจ ใช้ชายฉกรรจ์กว่า 100 คน ขนรถแบ็กโฮไปลุยรื้ออาคารสถานที่อย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน

ถึงแม้ว่านายชูวิทย์ จะเป็นเจ้าของที่ดินพิพาท แต่ไม่ใช้กฎหมายตัดสินความขัดแย้ง!

ถ้าดูจากคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ตัดสินจำคุกผู้ต้องหาทั้งหมดคนละ 5 ปีแล้ว ศาลฎีกายังปรานีลดโทษให้ด้วยเหตุผลว่า

หลังเกิดเหตุนายชูวิทย์ได้เยียวยาผู้เสียหายจนเป็นที่พอใจ และยังนำที่ดินพิพาทไปทำประโยชน์เป็นสวนสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ บ่งบอกว่า นายชูวิทย์กับพวกรู้สึกสำนึกผิดนับว่ามีเหตุให้ปรานี

จึงเห็นควรปรับบทลงโทษให้เหมาะสม และผลแห่งการนี้เป็นคุณไปถึงจำเลยอื่นด้วย

นอกจากนี้ที่ลุ้นว่า นายชูวิทย์จะเดินทางมาฟังคำตัดสินของศาลฎีกาหรือไม่ สุดท้ายก็เดินทางมาฟังคำพิพากษา และน้อมรับคำตัดสินอย่างที่เคยยืนยัน

“วันนี้ตนพร้อมเป็นตัวอย่างให้นักการเมืองและประชาชนทั่วไปเห็นว่า ตนไม่หนี จะอยู่ตรงนี้ และยอมรับคำพิพากษา แม้ว่าตนจะถอนคำให้การที่เคยปฏิเสธมาเป็นการยอมรับสารภาพ ก็เป็นวิธีทางกฎหมายที่ตนได้สู้จนนาทีสุดท้าย ตนไม่เคยคิดจะหลบหนีไปนั่งจิบไวน์บนเรือยอชต์ ถ้าวันนี้จะติดคุก ถูกสื่อมวลชนนำไปพาดหัว ยังไงก็พร้อม”

“ผมไม่อยู่ แล้วจะคิดถึงผม” นายชูวิทย์ตบท้ายก่อนเดินเข้าคุก

ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยให้ราคานายชูวิทย์เท่าไหร่ เพราะเชื่อว่า เป็นแค่คนทำธุรกิจสีเทาที่ถูกตำรวจรังแกจนทนไม่ไหว เลยมาเล่นการเมือง ใช้สื่อเป็นอาวุธในการต่อสู้

แต่ถึงวันนี้ อย่างหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ นายชูวิทย์สำนึกในการกระทำตัวเอง

สมควรให้ศาลปรานีจริงๆ?

สหบาท

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้