วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่วนน้อยแต่เสียหายรวม

2-3 ปีหลังมานี้ ตลาดการบินของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อปี 2557 ยอดนักท่องเที่ยวขาออก (จากจีน) ทะลุ 100 ล้านคน เป็นครั้งแรก จีนยังใกล้แซงสหรัฐฯขึ้นเป็น เจ้าตลาดผู้โดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกภายในปี 2577 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า

แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ก็มาพร้อมปัญหาการล่าช้า เพราะมีเที่ยวบิน จำนวนมากและพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของ ผู้โดยสารชาวจีนที่พบเห็นเป็นข่าวบ่อยครั้งในระยะหลังๆ ไม่ว่าจะในจีนเองหรือต่างประเทศ รวมทั้งในบ้านเราก็เคยลิ้มรสพิษสงของ ผู้โดยสารไร้วินัยชาวจีน (ส่วนน้อย) กันดี

องค์กรการบินพลเรือนของจีน เลือกวิธีนำแก้ปัญหาก่อนแล้ว โดยจัดทำลิสต์พฤติกรรมต้องห้ามรวมทั้งการเข้ายึดเคาน์เตอร์เช็กอินและทำร้ายเจ้าหน้าที่สายการบิน แต่ในส่วนของสายการบินยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรออกมา

กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมานี่เอง สายการบินของจีน 5 แห่งคือ แอร์ ไชน่า ไชน่า อิสเทิร์น ไชน่า เซาเธิร์น ไห่หนาน แอร์ไลน์ส และ สปริง แอร์ ประกาศจับมือสู้ผู้โดยสารนิสัยเสียด้วยการขึ้นบัญชีดำ คนเหล่านี้ที่แม้เป็นส่วนน้อยแต่ก่อปัญหาให้กลุ่มสายการบินอย่างมาก นอกจากถูกขึ้น บัญชีดำยังถูกห้ามขึ้นเครื่องสายการบิน 5 แห่งด้วย

ส่วนจะแก้ได้แค่ไหนก็ต้องรอพิสูจน์ผลดำเนินการกันต่อไป

“พวกเรามีลิสต์รายชื่อ (ผู้โดยสารจอมเกเร) แล้ว ซึ่งก็รวมทั้งคนที่ทุบตีพนักงานของพวกเรา ผู้ที่ปฏิเสธขึ้นเครื่องหรือกีดขวางทางออก” เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของสายการบินสปริง แอร์ เผย

กรณีตัวอย่างผู้โดยสารที่ก่อปัญหาก็อย่างเช่น เมื่อปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวชาวจีน ราว 30 คน ก่อหวอดประท้วงด้วยการร้อง เพลงชาติจีนและไม่ยอมขึ้นเครื่องหลังเที่ยวบิน ในไทยดีเลย์นานกว่า 10 ชม. และเมื่อปี 2557 เครื่องบินโดยสารของสายการบินแอร์ เอเชีย เที่ยวบินสู่เมืองหนานจิงของจีน ต้องวกกลับมาจอดที่กรุงเทพฯ หลังผู้โดยสารหญิงชาวจีนปาบะหมี่ที่ลวกน้ำร้อนใส่พนักงานต้อนรับบนเครื่อง หลังแค่ถูกแจ้งว่าเธอไม่สามารถนั่งติดกับคนที่มาด้วยกันได้

เรื่องนี้แม้เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลและคนส่วนน้อย แต่ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติ ของจีนถึงกับออกมาระบุว่า ได้ทำลายภาพลักษณ์ชาวจีนทั้งมวลอย่างร้าย แรง....เข้าทำนอง “ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งข้อง”.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์

3 ก.พ. 2559 08:44 3 ก.พ. 2559 08:44 ไทยรัฐ