วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก๊งทมิฬยิ้มระรื่น สารภาพฆ่า-รุมโทรม อ้างแค้นเหยื่อเลิกน้องสาว

แก๊งทมิฬยิ้มระรื่น สารภาพฆ่า-รุมโทรม อ้างแค้นเหยื่อเลิกน้องสาว

  • Share:

ผู้การฯพัทลุงสั่งกวาด ล้างขุดรากถอนโคนแก๊งทมิฬที่ก่อคดีฆ่าโหดฝังดินคู่อริ แถมรุมโทรมแฟนสาวของเหยื่อก่อนโยนลงเหว จ่อดำเนินคดีกับผู้ปกครองของเยาวชนที่รู้เห็นเป็นใจ โดยเฉพาะเจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุ หากพบมีส่วนรู้เห็นต้องถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างผู้ปกครองคนอื่น ขณะที่หัวหน้าแก๊งโหดสารภาพ ชนวนเหตุมาจากผู้ตายคบหากับน้องสาวแล้วทิ้งหันไปคบกับเหยื่อที่ถูกรุมโทรมทั้งที่เหยื่อยังเป็นแฟนกับหัวหน้าแก๊งยิ่งทำให้แค้นทวีคูณ ส่วน นอภ.ปลุกกระแสต้านความรุนแรงในพื้นที่

กรณีแก๊งทมิฬฆ่าแล้วฝังนายภาสกรณ์ คงสวัสดิ์ อายุ 18 ปี และรุมโทรม น.ส.แดง (นามสมมติ) แฟนสาวของผู้ตายที่ตั้งท้อง 3 เดือนในป่าบนเทือกเขาบรรทัด ท้องที่ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ก่อนทำร้าย น.ส.แดง อย่างทารุณและนำร่างไปโยนทิ้งเหวในท้องที่ สภ.กันตัง จ.ตรัง แต่ชะตาเหยื่อไม่ถึงฆาตเลยรอดตายฉิวเฉียด ภายหลังนายชัยพงศ์ หรือโอม อายุ 19 ปี กับนายเอก (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุถูกจับกุมได้ที่ อ.ศรีนครินทร์ ล่าสุดนายนพพร หรือคิว ทองเอียด อายุ 19 ปี หัวหน้าแก๊งกับนายแจ็ค (นามสมมติ) อายุ 17 ปี คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุและหนีไปกบดานที่บ้านญาติใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน


ต่อมาเวลา 22.30 น. วันที่ 1 ก.พ. ชุดสืบสวน ภ.จ.พัทลุง และ สภ.ศรีนครินทร์เดินทางไปรับตัวนายนพพร หรือคิว ทองเอียด อายุ 19 ปี กับนายแจ็ค (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน มาส่งมอบให้ พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ และ พ.ต.ต.ปรีชา หาสังข์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสอบสวน โดยนายแจ็คมีใบหน้าที่ซีดเซียวและอิดโรย ส่วนนายนพพร ไม่มีทีท่าหวั่นเกรงกฎหมายบ้านเมืองแต่อย่างใด แถมยังตอบคำถามโต้ตอบสื่อมวลชนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มปะปนด้วยเสียงหัวเราะอย่างครึกครื้น

นายนพพรให้การว่า พวกตนทั้ง 4 คน รวมทั้งนายชัยพงศ์ หรือโอม อายุ 19 ปี กับนายเอก(นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่มอบตัวก่อนหน้านั้นร่วมกันวางแผนและลงมือฆ่านายภาสกรณ์และข่มขืนแฟนสาวของนายภาสกรณ์จริง แต่ไม่ได้ข่มขืนต่อหน้าผู้ตายตามที่เป็นข่าว กระทำหลังจากที่ก่อเหตุฆ่านายภาสกรณ์แล้ว สาเหตุที่ต้องฆ่านายภาสกรณ์และข่มขืน น.ส.แดง แฟนสาวผู้ตายนั้น เนื่องจากมีความโกรธแค้นผู้ตายที่ชอบพูดจาหยามและท้าทายทั้งที่ก่อนหน้านี้ผู้ตายเป็นเพื่อนรักกัน เที่ยวด้วยกันและกินนอนด้วยกัน

หัวหน้าแก๊งทมิฬให้การต่อว่า ก่อนหน้านี้ นายภาสกรณ์คบหากับ น.ส.เขียว (นามสมมติ) ซึ่งเป็นญาติของตนแต่ภายหลังผู้ตายกลับทิ้ง น.ส.เขียว ไปคบหากับ น.ส.แดง เหยื่อสาวที่พวกตนรุมโทรมและ น.ส.แดง ยังเป็นแฟนของตนมาก่อนทำให้แค้นฝังใจทวีคูณเลยต้องชำระแค้นดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุพวกตนได้กินน้ำต้มใบกระท่อมก่อนวางแผนไปชักชวนนายภาสกรณ์ กับ น.ส.แดง แฟนสาวของผู้ตายออกไปเที่ยวข้างนอก จากนั้นใช้ปืนจี้บังคับทั้งคู่ขึ้นไปที่ขนำในป่าเทือกเขาบรรทัดจุดเกิดเหตุ โดยตนกับนายบี (นามสมมติ) เป็นคนลงมือยิงและใช้มีดแทงซ้ำก่อนจะขุดหลุมฝังศพ ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุร้ายเป็นของนายบีได้หายไปหลังก่อเหตุ


ด้าน พ.ต.อ.วิชัยกล่าวว่า คดีนี้ยังมีผู้รู้เห็นอีก 3 คน เป็นเยาวชนอายุ 15-17 ปี และ 1 ใน 3 เป็นผู้หญิงต้องนำตัวมาสอบปากคำ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นต้องถูกดำเนินคดีทุกคน อย่างไรก็ตามกรณีที่ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ถ่ายคลิปตอนสังหารโหดและข่มขืนเหยื่อสาวด้วยนั้น จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไม่พบหลักฐานดังกล่าวแต่อย่างใด

ส่วน พล.ต.ต.สิทธิพน ธรรมสถิตย์พร ผบก.ภ.จ.พัทลุง เปิดเผยว่า คดีนี้มอบหมาย พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภ.จ.พัทลุง รับผิดชอบในด้านการสืบสวนสอบสวน และ พ.ต.อ.วิสูตร นาคจูรอง ผบก.ภ.จ.พัทลุง รับผิดชอบด้านการป้องกันปราบปรามโดยให้ขยายผลคดีให้ลึก เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหามีประวัติร้ายกาจต้องกวาดล้างขุดรากถอนโคนให้สิ้นซากโดยเฉพาะพ่อแม่ของกลุ่มผู้ต้องหาและเจ้าของรถกระบะมิตซูบิชิ คันก่อเหตุ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อผู้ปกครองคนอื่น

ต่อมาสายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่คุมตัวนายนพพร หรือคิว ทองเอียด อายุ 19 ปี หัวหน้าแก๊งกับนายแจ็ค (นามสมมติ) อายุ 17 ปี สองผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุและเข้ามอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพรไปให้ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 แถลงข่าวที่หน้า บก.ภ.จ.สงขลา โดยผู้ต้องหารับสารภาพสาเหตุเกิดจากความแค้นที่ผู้ตายซึ่งเป็นเพื่อนรักกับนายนพพรเป็นแฟนกับน้องสาวของนายนพพรแล้วแต่กลับทิ้งน้องสาวนายนพพรไปคบหากับ น.ส.แดงเหยื่อที่ถูกรุมโทรมมาเป็นแฟนใหม่ ทั้งที่ น.ส.แดงเป็นแฟนกับนายนพพรทำให้น้องสาวเสียใจและสร้างความไม่พอใจให้กับนายนพพรเป็นอย่างมากจึงร่วมกับพวกวางแผนลวงทั้งสองไปฆ่าทิ้งและรุมข่มขืน น.ส.แดงแต่โชคดีที่เหยื่อกามรอดตายฉิวเฉียด

สำหรับ น.ส.แดง ที่รอดตายยังพักรักษาตัวที่ รพ.ศูนย์ตรัง โดย พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รอง ผกก. (ป.) สภ.เมืองตรัง จัดกำลังตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังญาติร้องเรียนมีกลุ่มชายแปลกหน้ามาสอบถามหาเหยื่อสาว และช่วงบ่ายสามวันเดียวกัน นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง นายพรชัย สุขโสม นอภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พร้อมคณะเดินทางมาเยี่ยมอาการเหยื่อสาวที่ รพ.ศูนย์ตรัง พร้อมสอบถามถึงอาการโดยเหยื่อรู้สึกตัวดี พูดรู้เรื่อง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางกลับและไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

เย็นวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมเกียรติ ฤทธิเลื่อน รอง ผบก.ภ.จ.พัทลุง พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ พร้อมชุดสืบสวนนำหมายศาลจังหวัดพัทลุง จับกุม น.ส.ศิริมา ภูพวก อายุ 20 ปี ลักษณะคล้าย สาวทอม ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา จับกุมขณะหลบซ่อนในสวนยางพารา หมู่ 5 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ แต่จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธ อ้างว่าอยู่ในแก๊งจริงแต่ไม่ได้ร่วมลงมือในการสังหารโหดแต่อย่างใด ทำหน้าที่เพียงคอยซื้ออาหารให้กลุ่มคนร้ายกินตามคำสั่งของนายนพพร หัวหน้าแก๊งเท่านั้น


ส่วน พ.ต.อ.วิชัยกล่าวว่า น.ส.ศิริมาไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทำงานรับจ้างเป็นลูกจ้างกรีดยางในสวนยางพารา โดยเจ้าของสวนยางพารา นายจ้างเป็นญาติของนายนพพรจึงนำตัวไปส่ง พ.ต.ต.ปรีชา หาสังข์ พงส.สภ.ศรีนครินทร์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนต่อไป และก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนายนพพร หัวหน้าแก๊ง กับนายชัยพงศ์ หรือโอม สองผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในป่าบนเทือกเขาบรรทัดจุดที่เกิดเหตุโดยมีกำลังตำรวจ 100 นาย คอยอารักขา ท่ามกลางกลุ่มญาติของผู้ตายและชาวบ้านแห่มามุงดูจำนวนมากแต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอศรีนครินทร์ จ.พัทลุง นายพรชัย สุขโสม นอภ.ศรีนครินทร์ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประมาณ 500 คนร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ ในพิธีต่อต้านความรุนแรงขึ้น หลังเกิดเหตุความรุนแรงคดีดังกล่าวในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่และภาพลักษณ์ของพื้นที่ที่มีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการท่องเที่ยว ในนามของข้าราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและพี่น้องประชาชนชาว อ.ศรีนครินทร์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าขอต่อต้านการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทุกรูปแบบ ยึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหาและอยู่ร่วมกันโดยการเคารพกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ จะเคารพและให้เกียรติผู้อื่นพร้อมยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาโดยเคร่งครัด และจะร่วมกันสร้างความเข้าใจในหลักการอยู่ร่วมกัน


ส่วนนายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง กล่าวว่า ชาวพัทลุงทั้งในและต่างจังหวัดต่างรู้สึกเศร้าสลดใจกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเพราะทำให้ภาพพจน์ของจังหวัดพัทลุงรวมทั้งภาพพจน์ของเด็ก เยาวชน ได้รับความเสียหายอย่างมากมาย เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและทารุณ ตนได้เรียกประชุมหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวางมาตรการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้พี่น้องประชาชน เด็ก และเยาวชนในจังหวัดแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีซึ่งหน่วยงานรัฐพร้อมอำนวยความสะดวกอยู่แล้ว

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนทั้ง 4 คนในคดีนี้เข้าข่ายประเภท “แก่เกินวัยใจอาชญากร” ดูจากพฤติกรรมการกระทำผิดมีการวางแผนเตรียมการมาก่อน มีพฤติกรรมอุกอาจ โหดร้าย ทารุณ ส่วนผลที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความเสียหาย ร้ายแรงหรือเกิดความเสียหายแก่สังคมโดยรวม กระทำโดยขาดความเห็นอกเห็นใจเหยื่อและเคยมีประวัติการกระทำผิดในทำนองเดียวกันมาก่อนไม่ว่าจะถูกจับกุมหรือไม่

โฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวอีกว่า เยาวชนที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงมีสติสัมปชัญญะไม่บกพร่องหรือไอคิวไม่ต่ำกว่า 70 ตามหลักการทดสอบเชาวน์ปัญญารวมทั้งพิจารณาภาวะแห่งจิตและนิสัย ตามหลักการตรวจสภาพจิตโดยจิตแพทย์และผลการทดสอบทางจิตวิทยา หากพบว่าไม่มีอาการของโรคจิตหรือวิกลจริตหรือพยาธิสภาพทางสมอง ศาลเยาวชนและครอบครัวสามารถโอนคดีไปพิจารณายังศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีธรรมดาได้ ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 97

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้