ไลฟ์สไตล์
100 year

รถไฟไทย—จีน คำตอบสุดท้ายจาก ดร.สมคิด

ลม เปลี่ยนทิศ
3 ก.พ. 2559 05:01 น.
SHARE

วันนี้ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม ที่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ส่งไปเจรจา โครงการรถไฟไทย—จีน มูลค่า 530,000 ล้านบาท ที่กรุงปักกิ่ง พร้อมกับ ข้อเสนอสุดท้าย ก่อนจะเดินหน้าโครงการต่อ คงจะเดินทางกลับมาแล้ว ฝ่ายจีนจะเยสหรือโนจะได้รู้เรื่องกันไปเสียที

ก่อนหน้านี้ คุณอาคม เปิดเผยว่า ดร.สมคิด จะเป็นหัวหน้าคณะเดินทางไปหารือด้วยตัวเอง แต่ในที่สุด ดร.สมคิด ก็ตัดสินใจไม่ไป

ข่าวแนะนำ

ดร.สมคิด ให้เหตุผลที่ยังไม่เดินทางไปจีนเพื่อเจรจากับจีนด้วย ตัวเองว่า “รอบนี้ต้องให้ฝ่ายจีนรับหลักการใหญ่ก่อน การทำงานใหญ่ จะต้องมีการตั้งองค์กรให้เกิดขึ้นมาก่อน องค์กรที่ตั้งขึ้นนี้ค่อยคุยในรายละเอียด ถ้ามัวแต่พูดว่าดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์ มันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ให้ข้างล่างทะเลาะกัน ข้างบนก็ไม่จบ อย่างนี้ไม่ได้ ฟ้องทูต เขาไปแล้ว ผู้ใหญ่ฝั่งโน้นเขาก็รู้เรื่องและอยากให้จบ จะได้เดินหน้าต่อไป เพราะยังมีอีกหลายโปรเจกต์ที่จะต้องทำงานร่วมกัน”

ส่วน กำหนดการไปเยือนจีน ได้บอกกับทางจีนไปแล้วว่า หากคุณเริ่มเมื่อไหร่ ก็จะไปเมื่อนั้น ทางการจีนอยากให้ไทยไปเยือนมาก จีนได้เสนอจะระดมนักลงทุนที่ไทยต้องการให้มาพบ ตนก็ได้แจ้งไปแล้วว่า ขอให้เรื่องรถไฟเดินหน้าไปก่อน ไม่เช่นนั้นไปแล้วก็กระอักกระอ่วน รอบนี้จะต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรมจริงๆ เพราะเป็นเรื่องที่สองฝ่ายได้ประโยชน์ หากทางจีนรับหลักการและคุยกันจบได้เร็วในเดือนมีนาคม ก็จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนต่อไป

เรื่องที่ ดร.สมคิด ฝากสองรัฐมนตรีไปเจรจากับจีนในครั้งนี้ก็คือ รายละเอียดโครงการ สัดส่วนการลงทุน สัดส่วนการถือหุ้น เงินกู้ และ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุน

(ไม่น่าเชื่อนะครับ หลักการพื้นๆการลงทุนเหล่านี้ บริษัทเอกชนเล็กๆก็ยังต้องพิจารณาก่อนลงทุน แต่รัฐบาลไทยก่อนหน้านี้กลับไม่สนใจพิจารณาก่อนลงทุน ตั้งหน้าจะตอกเสาเข็มก่อสร้างตามที่จีนเสนอ ทั้งที่ยังไม่มีรายละเอียดโครงการ แถมยังโกรธสื่อที่เขียนค้านอีก)

ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่ ดร.สมคิด ฝากสองรัฐมนตรีไปเจรจากับจีนให้จบก็คือ การลงทุนในโครงการนี้ 530,000 ล้านบาท ฝ่ายจีนต้องร่วมลงทุนทั้งโครงการ โดยให้จีนถือหุ้นในสัดส่วน 70% ไทย 30% เพราะโครงการนี้จีนได้ประโยชน์สูงถึง 80% ไม่ใช่ให้ฝ่ายไทยลงทุนก่อสร้างทั้งหมด แล้วจีนมาถือหุ้นแค่ 40% ในบริษัทเดินรถนิดเดียว อย่างที่รัฐบาลไทยเคยไปตกลงเสียเปรียบจีนอย่างไม่น่าเชื่อในอดีต

ผมเชื่อว่า จีนจะต้องยอมรับข้อเสนอนี้แน่นอน มิฉะนั้น เส้นทางสายไหมทางรถไฟของจีนเพื่อลงสู่ทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อแผ่อิทธิพลทางการเมือง การทหาร และการค้าของจีนในภูมิภาคนี้ ก็จะไม่เกิดขึ้น ฝ่ายที่จะเสียประโยชน์สูงสุดก็คือจีน

วันก่อนผมได้อ่านบทความ กรณีศึกษารถไฟเฉิงตู–ยุโรป ของ รศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผอ.ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย—จีน ศึกษาเส้นทางรถไฟจีนยุโรป 5 ประเทศ จาก เมืองเฉิงตู ผ่าน คาซัคสถาน รัสเซีย เบลารุส ไปสิ้นสุดที่ โปแลนด์ รวมระยะทาง 9,826 กม. มีราง 3 ระบบคือ จีน ราง 1.435 เมตร คาซัคสถาน รัสเซีย เบลารุส ราง 1.520 เมตร โปแลนด์ ราง 1.435 เมตร ทำให้ทุกประเทศมีรายได้จากค่าใช้ราง และการขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ เหมือนที่ผมเคยเสนอในคอลัมน์นี้ว่า ให้ไทยใช้ราง 1 เมตร ไทยจะได้ประโยชน์จากค่าราง และได้ค่าขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ตรงชายแดนอีกด้วย

เส้นทางรถไฟ เฉิงตู–ยุโรป เปิดดำเนินการมา 2 ปีครึ่งยังขาดทุน แต่ทางการจีนมองว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทำให้เฉิงตูมีทางออกทะเล รัฐบาลจีนจึงต้องลงทุนเอง

ผมหวังว่าวันนี้ รัฐบาลไทยคงหูตาสว่างแล้ว ถ้าหากใช้ “โมเดลเฉิงตู–ยุโรป” ผมเชื่อว่าไทยจะได้ประโยชน์และประหยัดเงินลงทุน ได้อีกหลายแสนล้านบาทเลยทีเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยรถไฟไทย—จีนลม เปลี่ยนทิศคอลัมน์คอลัมน์ฉบับพิมพ์คอลัมน์ไทยรัฐหนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564 เวลา 10:33 น.