วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พรีเมียร์รวยเว่อร์

พรีเมียร์รวยเว่อร์

โดย หมวดแซม
2 ก.พ. 2559 05:01 น.
  • Share:

พอจบเกมรอบ 4 เมื่อคืนวันอาทิตย์ปุ๊บ ก็มีการจับสลากประกบคู่เอฟเอคัพ รอบ 5 ปั๊บทันที โดยมีบิ๊กแมตช์ “ยักษ์ชนยักษ์” ให้คอบอลร้องซี้ดเกิดขึ้นจนได้ เมื่อ “สิงห์บลู” เชลซีจะได้เฝ้ารังสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับมือ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้

น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ต้องมีทีมใดทีมหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเชลซีหรือแมนฯซิตี้ ตกรอบไปก่อนเวลาอันควร ถ้าเป็นไปได้ ทั้ง 2 ทีมน่าจะเข้าไปเจอกันในรอบที่ลึกกว่านี้มากกว่า

ขณะที่แชมป์เก่าอย่างอาร์เซนอลและแมนฯยู ต่างเจองานเบาด้วยกันทั้งคู่ โดย “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ซึ่งมีดีกรีเป็นราชาเอฟเอคัพ ซิวแชมป์มากสุด 12 สมัย จะยังคงได้เล่นในบ้านที่เอมิเรตส์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “เดอะ ไทเกอร์ส” ฮัลล์ ซิตี้ ทีมจากลีกแชมเปียนชิพ

นับเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ปี 2014 ซึ่งตอนนั้น อาร์เซนอล เป็นฝ่ายแซงเฉือนชนะ ฮัลล์ หวุดหวิดในช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-2 ชนิดที่ทีมปืนใหญ่ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2 ลูก ก่อนจะมาไล่ตีเสมอ 2-2 ในเวลา 90 นาที และมายิงแซงชนะ 3-2 ในการต่อเวลาพิเศษ ทำให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์ไปครองได้แบบสุดระทึก

ส่วน “ผีแดง” แมนฯยู ของกุนซือจอมปรัชญา หลุยส์ ฟานกัล ที่ประกาศหลังจบเกมรอบ 4 ที่บุกไปทุบดาร์บี้ถึงถิ่น 3-1 ว่า ต้องการนำแมนฯยูคว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลนี้มาครองให้ได้ หนทางสดใสสำหรับการผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อเจองานเบาในรอบ 5 ที่จะบุกไปเยือน ชรูว์สบิวรี ทาวน์ ทีมจากลีกวัน

ทางด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถ้าสามารถฝ่าด่าน “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ไปได้ในเกมรอบรีเพลย์รอบ 4 ก็จะเข้าไปเจอกับ “กุหลาบไฟ” แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส ทีมจากแชมเปียนชิพ ในรอบ 5

แต่ที่แน่ๆ ลิเวอร์พูล ทีมของเจอร์เกน คลอปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะต้องเจอโปรแกรมสุดชุก ที่อาจต้องเล่นถึง 25 เกม ภายใน 85 วันเลยทีเดียว ซึ่งทำให้นักเตะหงส์แดงอาจมีอาการแข้งขาสั่น เพราะความล้าจากการกรำศึกหนักก็ได้

ไปดูความเคลื่อนไหวตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาวที่จะปิดทำการในวันที่ 1 ก.พ.นี้กันบ้าง คาดว่า “พรีเมียร์ลีก” ลีกสูงสุดของอังกฤษ จะทุบสถิติมีเงินสะพัดในการซื้อ-ขายนักเตะสูงที่สุดถึง 1 พันล้านปอนด์ (5 หมื่นล้านบาท) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

นั่นหมายความว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นลีกที่อู้ฟู่รวยเว่อร์เป็นอันดับ 1 ของยุโรป เหนือกว่า บุนเดสลีกา ของเยอรมัน, กัลโชซีรีเอ ของอิตาลี, ลีกเอิง ของฝรั่งเศส หรือแม้แต่ลาลีกา ของสเปน

ตลาดหน้าหนาวนี้จะปิดตัวลงในเวลา 23.00 น.ตามเวลา GMT ของวันจันทร์ที่ 1 ก.พ. โดยตอนนี้ การเซ็นสัญญาซื้อนักเตะที่แพงสุดเป็นของนิวคาสเซิล ที่จ่ายเงินซื้อ จอนโจ เขลวีย์ และ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ในราคาคนละ 12 ล้านปอนด์

ส่วนนักเตะที่ขายออกไปแพงที่สุด คือ รามิเรส กองกลางทีมชาติบราซิล ที่เชลซีขายให้กับ เจียงซู ซูหนิง สโมสรในศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีกของจีน ในราคาถึง 25 ล้านปอนด์ (1,250 ล้านบาท)

ขณะที่บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีก ซึ่งมีแม็กซิม เดนิม มหาเศรษฐีนักธุรกิจชาวรัสเซีย เป็นแบ็กอัพหนุนหลัง ก็ใช้เงินในตลาดช่วงนี้ไปแล้วถึง 16 ล้านปอนด์ ในการซื้อกองหน้าอย่าง เบนิก อโฟเบ จากวูล์ฟ และลูอิส กรับบัน จากนอริช

ส่วนการย้ายทีมที่คาดว่าน่าจะเกิดในช่วงเดดไลน์นั้น ก็มี นิวคาสเซิลเล็งซื้อ ไซโด เบราฮิโน จากเวสต์บรอมวิช

ลิเวอร์พูลกับอเล็กซ์ เทเซรา กองหน้าทีมชาติบราซิลของชัคเตอร์ โดเนตสก์ และเลสเตอร์กับโลอิก เรมี ศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสของเชลซี

เชื่อว่าจะมี “บิ๊กดีล” เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของการเปิดตลาดอย่างแน่นอน.

หมวดแซม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้