วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปั้น "โอทอป" บุกตลาดอาเซียน : อย.ปูพรมเสริมมาตรฐาน Primary GMP เกราะคุ้มกันผลิตภัณฑ์ชุมชน

31 ธ.ค.2558 วันเริ่มต้นการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวอย่างเป็นทางการของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือประชาคมอาเซียน

เป้าหมายเพื่อผนึกพลังสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้มีกำลังต่อรองกับภูมิภาคอื่น ทั้งถือเป็นโอกาสที่ดีในการหารายได้เข้าประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านอาหารและการเกษตร

ประเทศไทย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ เพราะมีความพร้อมทางด้านอาหารและการเกษตรซึ่งน่าจะเป็นข้อได้เปรียบ แต่นั่นคงยังไม่เพียงพอที่จะสามารถฉกฉวยโอกาสทองครั้งนี้ได้ เพราะการมีวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว ย่อมจะยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจและสร้างความน่าเชื่อถือได้ เนื่องจากสิ่งที่สำคัญและถือเป็นหัวใจไม่แพ้วัตถุดิบคือคุณภาพมาตรฐาน โดยเฉพาะความสะอาด

PrimaryGMP (ไพรมารีจีเอ็มพี) หรือ มาตรฐานการผลิตที่ดีขั้นพื้นฐาน น่าจะเป็นหัวใจของคำตอบสำหรับโจทย์ข้อนี้ เพื่อทำให้ผู้ผลิตสามารถขอเลขสารบบ ซึ่งเป็นเครื่องการันตี ความสะอาด และถือเป็นใบเบิกทางที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภคในกลุ่มประชาคมอาเซียนได้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หนึ่งหน่วยงานที่รับหน้าเสื่อดูแลให้กลุ่มเกษตรกรสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี รวมถึงการให้คำปรึกษากับกลุ่มผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อย อาทิ กลุ่มโอทอป เป็นต้น ขณะเดียว กันก็เล็งเห็นว่าการกำกับดูแลอาจทำได้ไม่ทั่วถึง

และนั่น จึงเป็นที่มาของการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน โดยเบื้องต้นมีการส่งเสริมให้เปิดศูนย์เรียนรู้อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง แต่หากจังหวัดใดมีความพร้อมก็สามารถเปิดเพิ่มได้ ส่งผลให้ขณะนี้ทั่วประเทศมีศูนย์การเรียนรู้แล้วประมาณ 90 แห่ง โดยศูนย์การเรียนรู้นี้จะคอยให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อเตรียมพร้อมส่งขายในตลาดต่างประเทศไม่เว้นแม้แต่ตลาดในกลุ่มประชาคมอาเซียน ซึ่งศูนย์ดังกล่าวนี้ถือเป็นกำลังสำคัญในการทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยหลายชนิดสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เล่าว่า สำหรับมาตรฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆในระดับชุมชนนั้น อย.มีการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ได้รับมาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี ส่วนในโรงงานขนาดใหญ่จะเป็นการใช้ GMP ตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งจะเน้นความสะอาดเป็นหลัก ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์โอทอปปัจจุบันถือว่ามีความสะอาดและมีความเสี่ยงน้อย แต่ อย.ก็จะต้องตรวจให้เข้มข้นที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจ รวมถึงพยายามผลักดันให้สินค้าโอทอปเข้าเกณฑ์ไพรมารีจีเอ็มพี ที่จะเป็นเครื่องการันตีความสะอาด เพื่อง่ายแก่การส่งออก

“อย.ตั้งเป้าว่าจะทำให้สินค้าโอทอปได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี 100% ถึงแม้กลุ่มผู้ผลิตเหล่านี้จะมีการเปลี่ยน-แปลงจำนวนผู้ผลิตเร็วมาก เพราะบางกลุ่มจะผลิตเป็นช่วงฤดูกาล จึงต้องใช้การตั้งเป้าเป็นรายปีว่าแต่ละจังหวัดจะให้มีความพร้อมอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ซึ่งจากการที่อย.เริ่มดำเนินการมาเป็นเวลา 3 ปี มีผู้ผลิตที่ได้รับไพรมารี จีเอ็มพีประมาณ 4-5 พันแห่งคิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 60% จากจำนวนของผู้ผลิตที่ อย.ทำสำรวจมา และยังเหลืออีก 40% ที่ อย.จะต้องเร่งส่งเสริมและช่วยพัฒนาให้ได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพีต่อไป” เลขาธิการ อย. ขยายภาพการตั้งเป้าการส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ของคนไทยเพื่อให้ได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี

นพ.บุญชัย เล่าด้วยว่า ขณะนี้เหลือผู้ประกอบการรายย่อยอีก 40% ที่ยังไม่ได้มาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพี และถือเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างดึงเข้าสู่มาตรฐานได้ยาก เพราะบางรายมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องของผู้ผลิต ที่บางครั้งชาวบ้านทำเป็นอาชีพรอง ผลิตเป็นบางช่วงและมีปัญหาด้านเงินทุน จึงยากที่จะได้ครบ ในแต่ละปี อย.จึงจะใช้การตั้งเป้ามากกว่า โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ อย.ในแต่ละจังหวัดร่วมกันสำรวจและกำหนดเป้าของแต่ละปีโดยในปี 2559 ตั้งเป้าว่าทั่วประเทศจะผลักดันให้ผู้ผลิตได้รับมาตรฐานไพรมารีจีเอ็มพีประมาณ 1,000 แห่งทั่วประเทศ

“การเปิดเสรีอาเซียนเราเตรียมรับมืออยู่ตลอด เพราะเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้น คือจะมีทั้งการนำเข้าและส่งออกระหว่างประ-เทศ ดังนั้นผลิตภัณฑ์จำพวกอาหารที่มาจากประเทศในอาเซียนคงมีมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ไทยจะทำการตลาดในผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายย่อย ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้รับไพรมารีจีเอ็มพีจะช่วยให้ไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน เพราะว่ามาตรการที่กรีดกันคงยาก ต้องสู้ด้วยเรื่องของคุณภาพ” คุณหมอบุญชัย กล่าวเสริม
ขณะที่ปัญหาการให้ความช่วยเหลือชาวสวนยาง พารา นพ.บุญชัย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนวงการแพทย์ในการใช้ถุงมือยางทางการแพทย์ ถุงยางอนามัย ซึ่งไทยมีผู้ประกอบการที่ผลิตถุงยางอนามัย 9 ราย ถุงมือยาง 20 ราย โดยในการผลิตถุงยางอนามัยพบว่าร้อยละ 80-90 จะใช้ยางพาราในไทย โดยในแต่ละปีมีกำลังการผลิต 65,000 ตัน ทั้งนี้ ไทยมีบริษัทที่ผลิตถุงยางอนามัยและส่งออกไปขายยังทั่วโลกถึง 75 ประเทศ ทั้งยังมีระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ดังนั้นจึงควรให้การสนับสนุนเพื่อช่วยชาวสวนยาง ส่วนถุงมือมีการรับซื้อยาง 56,000ตัน แต่จากการรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการพบว่ายังสามารถเพิ่มการผลิตได้อีก 2-3 เท่า แต่รัฐบาลต้องสนับสนุนเงินกู้เพื่อนำมาปรับปรุงเครื่องจักร และนั่นย่อมหมายถึงปริมาณการซื้อยาพาราจะเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ทีมข่าวสาธารณสุข มองว่า การผลักดันและส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ชุมชน มีคุณภาพมาตรฐาน ไพรมารีจีเอ็มพี จะส่งผลให้เกิดความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์โอทอปถึงขั้นสามารถแข่งขันกับตลาดในอาเซียนได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากฝาก คือ การเอาจริง เอาจัง และส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือการสามารถรักษาคุณภาพมาตรฐานให้เท่าเดิมหรือมากขึ้นกว่าเดิม

....เพราะโอกาสที่ดีมีไว้สำหรับผู้ที่มีความพร้อมเสมอ.

ทีมข่าวสาธารณสุข

31 ธ.ค.2558 วันเริ่มต้นการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวอย่างเป็นทางการของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือประชาคมอาเซียน 1 ก.พ. 2559 13:20 1 ก.พ. 2559 13:22 ไทยรัฐ