ข่าว
100 year

คนเลี้ยงต้องอ่าน ตรวจค้น 'ตุ๊กตาลูกเทพ' แบบไหนถูก-ผิด?

ทนายเจมส์2 ก.พ. 2559 05:01 น.
SHARE

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าว “ตุ๊กตาลูกเทพ” เยอะมากๆ มีกระแสทั้งทางบวกและทางลบ ครั้งนี้ผมขอนำเสนอประเด็นข้อสงสัยที่หลายท่านสอบถามมากที่สุด

“ตุ๊กตาลูกเทพ” เป็นตุ๊กตาประเภทหนึ่ง ซึ่งมีราคาแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับขนาด วัสดุที่ใช้ทำตุ๊กตา พิธีปลุกเสก และวัตถุมงคลที่นำมาใส่ในตัวตุ๊กตา ตุ๊กตาบางตัวฝังกระดูกคนเพื่อเพิ่มความขลังยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคลครับ คงจะไปบังคับจิตใจ หรือทำลายความเชื่อกันคงไม่ได้ สิทธิส่วนบุคคลจริงๆ บางท่านเลี้ยง “ตุ๊กตาลูกเทพ” เสมือนหนึ่งเป็นคนจริงๆ มีการป้อนข้าว ป้อนน้ำ มีการพูดคุยกับตุ๊กตา หรือขึ้นรถ ขึ้นเครื่องบิน ก็ซื้อตั๋วให้นั่งเหมือนคน แต่ในทางกฎหมาย “ตุ๊กตาลูกเทพ” ไม่ถือว่าเป็นบุคคลนะครับ ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕ วางหลักไว้ว่า “สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอด แล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย” ดังนี้ “ตุ๊กตาลูกเทพ” จึงเป็นเพียงของเล่นอย่างหนึ่ง ซึ่งผู้ครอบครองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และไม่มีสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายแต่อย่างใดครับ

ปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น คือ มีกลุ่มบุคคลอาศัยช่องทางการซื้อขาย “ตุ๊กตาลูกเทพ” บังหน้า และแอบนำเอาสิ่งของผิดกฎหมายใส่ใน “ตุ๊กตาลูกเทพ” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยส่วนตัวมองว่า กลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมายในลักษณะดังกล่าวมีน้อย ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจค้าขาย “ตุ๊กตาลูกเทพ” ที่ทำโดยสุจริตมีมากกว่า หากมองในแง่ดีก็ช่วยให้คนมีอาชีพ มีรายได้ ช่วยให้เงินสะพัดในระบบมากขึ้น ส่วนผู้ที่ครอบครองก็ทำให้มีกำลังใจในการทำงาน การเรียน ฯลฯ สุดแต่ความเชื่อของแต่ละคนครับ ไม่อาจก้าวล่วงได้

เมื่อมีกรณีการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น ส่วนตัวผมเชื่อว่าการตรวจค้น “ตุ๊กตาลูกเทพ” ต่อไปน่าจะมีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งปัญหาที่ติดตามแน่ๆ คือ ขอบเขตอำนาจในการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนความเสียหายที่เกิดจากการค้นของเจ้าหน้าที่

 

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการค้นบุคคลหรือค้นสิ่งของ ซึ่งอยู่ในครอบครองของบุคคลในที่สาธารณะ พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๙๓ วางหลักไว้ว่า “ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด” และ มาตรา ๙๙ วางหลักไว้ว่า “ในการค้นนั้น เจ้าพนักงานต้องพยายามมิให้มีการเสียหาย และกระจัดกระจายเท่าที่จะทำได้”

จากหลักกฎหมายข้างต้น มีกรณีน่าศึกษา คือ

๑. ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจเป็นผู้ค้น และจะต้องมีเหตุอันควรสงสัยด้วย ดังนั้น บุคคลธรรมดา ซึ่งไม่ใช่ผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายจะมาขอค้น ท่านสามารถปฏิเสธไม่ให้ค้นได้ครับ แม้ว่าจะมีเหตุอันควรสงสัยก็ตาม

๒. “พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ” หมายความถึง เจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจ และหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน ให้รวมทั้งพัศดี เจ้าพนักงานกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า พนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ เจ้าพนักงานอื่นๆ ในเมื่อทำการอันเกี่ยวกับการ จับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องจับกุมหรือปราบปราม

๓. มีเหตุอันควรสงสัย คือ เจ้าหน้าที่สงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครอง เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือ ซึ่งมีไว้เป็นความผิด

ทั้งนี้ เหตุอันควรสงสัยมีเพียง ๓ กรณีนี้เท่านั้น เจ้าหน้าที่จะมีเหตุอันควรสงสัยอย่างอื่นแล้วมาขอค้นไม่ได้ ท่านสามารถปฏิเสธไม่ให้ค้นได้ครับ และหากมีการทะเลาะวิวาทกันขึ้นมา ท่านสามารถอ้างป้องกันตัวได้ด้วย เนื่องจากบุคคลย่อมมีสิทธิปกป้องสิทธิเสรีภาพของตัวเองครับ

สรุป การค้นบุคคลหรือสิ่งของ จะต้องค้นโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ และต้องมีเหตุอันสมควรให้สงสัยว่า มีสิ่งของในความครอบครอง เพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด

อีกหนึ่งปัญหาที่ติดตามมา เนื่องจากการค้นบุคคลหรือสิ่งของ คือ ความเสียหาย โดยปกติ “ตุ๊กตาลูกเทพ” จะฝังวัตถุมงคลลงในตัวตุ๊กตา และทำการเย็บปิดช่องใส่วัตถุมงคลอย่างดี การค้นตุ๊กตาจึงต้องทำการเปิดช่องใส่วัตถุมงคลดังกล่าวโดยการตัดด้ายที่เย็บออก ซึ่งหากพบสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่สามารถยึดตุ๊กตาไว้เป็นของกลางได้ แต่หากไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น แบ่งเป็น ๒ กรณีครับ

๑. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และมีเหตุอันควรสงสัย ถือว่าดำเนินการค้นโดยชอบด้วยกฎหมาย กรณีนี้ ท่านสามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับต้นสังกัดของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจครับ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕ วางหลักไว้ว่า “หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้”

๒. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้น และโดยไม่มีเหตุอันควรสงสัย ถือว่าดำเนินการค้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีนี้ท่านสามารถเรียกร้องค่าเสียหายกับพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจได้โดยตรงครับ และยังสามารถดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย และต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook: ทนายเจมส์ LK

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนทนายเจมส์นิติกร แก้วโตทนายความไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์คอลัมน์คนดังสังคมคอลัมน์ไทยรัฐตุ๊กตาลูกเทพวิธีเลี้ยงยาเสพติดผิดกฎหมาย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้