วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สำเภาพระสงฆ์ไทย

สำเภาพระสงฆ์ไทย

  • Share:

ความขัดแย้งเรื่องแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช นำมาสู่หัวข้อสนทนา เป็นห่วงบ่วงใยพระพุทธศาสนาของฆราวาสกลุ่มใหญ่ ประกอบด้วยนักธุรกิจ นักกฎหมาย และคนวัดเก่า

นักธุรกิจดีกรีด็อกเตอร์ ใช้ฐานะมหาอุบาสก เปิดประเด็นว่า

“สถานการณ์เหมือนเรือใหญ่ใกล้จม “แล้วตั้งคำถาม” เราจะปล่อยให้เรือจม แล้วกู้เรือขึ้นมาชำระใหม่จะดีไหม”

คนวัดเก่ารู้ราตรีกาลยาวนานพระสงฆ์ไทย ย้อนไปสมัยกึ่งพุทธกาล คณะสงฆ์ไทยปกครองกันด้วยสังฆสภา มีสังฆมนตรีแบ่งหน้าที่การดูแลพระสงฆ์

สมาชิกสภาประกอบด้วยพระแก่ระดับหัววัด และพระหนุ่ม-มหาเปรียญ

ผลการเอาแบบการปกครองโลกมาใช้กับคณะสงฆ์ พระที่มีทั้งพระวินัย มีทั้งพระธรรมกำกับ...ก็ลืมพระธรรมพระวินัย กลายเป็นนักการเมือง อภิปรายตอบโต้กันดุเด็ดเผ็ดมัน เหมือนนักการเมือง

ความแตกร้าวถึงขนาดจอมพลสฤษดิ์สั่งจับท่านเจ้าคุณพระพิมลธรรม สังฆมนตรีปกครอง เข้าคุก

นับแต่นั้น รัฐบาลเลิกใช้ระบบสังฆสภา หันมาใช้ระบบที่ใช้กันในสมัยรัชกาลที่ 5 คือระบบเถรสมาคม

และก็ใช้กันเรื่อยมา แต่ยังปล่อยให้ประเด็นสมเด็จพระสังฆราช...ของพระสองนิกาย เป็นปมคาใจ

ว่ากันโดยระบบ...ปัญหาที่ซ่อนเร้นร้าวลึก...ก็คือพระสงฆ์เถรวาทไทย แบ่งเป็นสองนิกาย พระที่บวชโดยมหานิกาย หากไปอยู่วัดธรรมยุต ก็ต้องเข้าโบสถ์บวชใหม่

ประสกภูมิปัญญาระดับประธานศาล เจอมากับตัว ถึงขั้นอุทาน “เรามีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันเปล่า?”

เสวนามาถึงตรงนี้ พอมีคำตอบในใจ ความขัดแย้งน่าจะลดลงไป หากคณะสงฆ์ไทยรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ตัวอย่างจากคณะสงฆ์ลาว พ.ศ.2518 หลังเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยม อำนาจรัฐเข้มแข็งมาก หลวงปู่พระมหาผ่อง ท่านใช้เป็นโอกาส เลิก “ขุนนางพระ” ให้เป็นพระธรรมดา รวมสองนิกายเป็นนิกายเดียว

นับแต่นั้น บทบาทคณะสงฆ์ลาวก็สงบเงียบเรียบง่ายและงดงาม

ในเขมร ปัญหาประมุขสองนิกายมีเหมือนไทย-ลาว อำนาจรัฐใหม่ แก้ไขด้วยการมีพระสังฆราชสององค์ มหานิกายองค์หนึ่ง ธรรมยุตองค์หนึ่ง

เอาลาวเขมรเป็นกรณีศึกษา มองไปที่คณะสงฆ์เวียดนามตอนนี้มีอยู่สี่นิกาย...ไกลไปถึงญี่ปุ่น ผมจำได้เงาๆว่ามีมากกว่า 30 นิกาย บางนิกายก้าวหน้า พระมีเมียได้

พระญี่ปุ่นแม้จะมีมากนิกาย แต่นับถือสุดใจกับพระพุทธเจ้า พระบรมสารีริกธาตุ ที่ฝรั่งขุดได้จากกรุงกบิลพัสดุ์ รัชกาลที่ 5 แบ่งให้ญี่ปุ่นไปไว้วัดหนึ่ง พระทุกนิกายขอมีส่วนแบ่งมาอยู่ วัดนี้จึงมีสมภารผลัดเปลี่ยนกันเป็น

บัตรประชาชนคนญี่ปุ่นไม่ระบุศาสนา คนญี่ปุ่นจึงไม่มีปัญหาเรื่องแบ่งศาสนา แบ่งนิกาย แย่งกันเป็นใหญ่

เอาพระสงฆ์เมืองอื่น ตั้งเปรียบเทียบ...พอจะได้เค้าลาง การแก้ปัญหาพระสงฆ์ไทย

หากจะย้อนอดีตความตกต่ำ...ของพุทธศาสนา พระสงฆ์หันไปลุ่มหลงงมงายไสยศาสตร์ ทิ้งพระวินัย หันไปมั่วกิเลสตัณหา สุดโต่งเต็มที่อย่างนิกายวัชรยาน แสวงหานิพพาน ด้วยการเสพเมถุน ดื่มเหล้า ฯลฯ

พระสงฆ์ไทย...แม้แตกแยกแบ่งสองนิกาย แต่โดยภาพรวมๆ ก็ยังมั่นคงในพระธรรมพระวินัย จับได้ว่าพระเสพเมถุน หรือโกงเงินใคร...ก็ต้องสึกสถานเดียว

เทียบสงฆ์หลายประเทศ พระสงฆ์ไทยก้าวหน้า ทางชำระพระธรรม ได้หมดจดเรียบร้อยกว่า หนังสือ “พุทธธรรม” ของพระพรหมคุณาภรณ์ ท่าน ว.วชิรเมธี ยกย่องว่า เป็นรัฐธรรมนูญพุทธศาสนาแห่งโลก

ถอยหลังมามองคณะสงฆ์ให้ห่างๆ...ก็จะเห็น พระสงฆ์ที่เก่งที่ดียังมีอยู่ ส่วนที่ดีส่วนที่งามพุทธศาสนายังมีอยู่ เรือสำเภาสงฆ์ไทยแม้จะโคลงเคลงเพราะคลื่นลมบ้าง แต่ก็ยังแล่นไปข้างหน้า ยังไม่ใกล้จมเหมือนที่มหาอุบาสกว่า

พระพุทธเจ้านั้นเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียว พระธรรมคำสอน...ก็แน่วแน่ไม่มีข้อสงสัย พระสงฆ์นั้นเลือกกราบองค์ที่มีวัตรปฏิบัติสะอาดหมดจด ก้มกราบพระรัตนตรัย...กราบครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เราจะกราบได้เต็มตัวเต็มหัวใจ

โชคดีที่เกิดมาในร่มเงาพระพุทธศาสนา จะหาที่พึ่งที่ระลึกอื่นใด สงบเย็นกว่านี้ไม่มีแล้ว.


กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้