วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รองปลัดยธ.สนใจแพะคดีข่มขืนแหม่ม นัดหนุ่มขายสลาก ดูหลักฐานโอนลอย

รมว.ยุติธรรม สนใจคดีหนุ่มขายสลากกินแบ่งรัฐบาลร้องขอความเป็นธรรมตกเป็นแพะคดีพยายามข่มขืนแหม่มที่ภูเก็ต สั่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ด้านมารดาของหนุ่มที่ตกเป็นแพะออกมาเปิดเผยอีกว่าเคยร้องเรียนไปที่ บช.ภ.8 ได้รับแจ้งกลับมาว่าตำรวจทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วให้ไปต่อสู้ในชั้นศาล แต่ไม่เคยมาสอบถามเลย ขณะที่ทนายความจำเลยอีกคนที่ถูกฟ้องด้วยกันเผยยินดีเป็นทนายให้หนุ่มที่ตกเป็นแพะ และตั้งข้อสังเกตว่าตำรวจขาดหลักฐานหลายขั้นตอน

กรณีหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำเสนอข่าวนายสฤษดิ์ จั่นทอง อายุ 41 ปี อาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและรับซื้อรางวัลเลขท้าย ออกมาร้องขอความเป็นธรรมจากกรณีที่ตกเป็นแพะถูกตำรวจ สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จับกุมข้อหาร่วมกันพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และร่วมกันกระทำอนาจารผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ในคดีพยายามข่มขืนแหม่มสาวชาวแคนาดา โดยกล่าวหาว่าเป็นคนขับรถแท็กซี่ร่วมกับเพื่อนอีกคนพาแหม่มสาวไปโรงแรม และพยายามข่มขืน ทั้งๆที่ไม่เคยเดินทางไป จ.ภูเก็ต เลย แต่ได้ขายรถยนต์ไปโดยการโอนลอย และรถยนต์ได้มีการเปลี่ยนผู้ครอบครองไปแล้วก่อนที่จะเกิดเหตุ ส่วนคดีขณะนี้อยู่ในขั้นตอนพนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสอบสวนเพิ่มเติมบางประเด็นนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อตอนสายวันที่ 31 พ.ค. นางถนอมจิตต์ จั่นทอง มารดาของนายสฤษดิ์ จั่นทอง เหยื่อที่ตกเป็นแพะ ได้แจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ให้ความสนใจเรื่องของบุตรชาย ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ประสานงานรับเรื่องดังกล่าวมาตรวจสอบแล้ว โดยทีมงานของ พล.อ.ไพบูลย์ ติดต่อแจ้งให้ทราบและนัดให้ไปพบ พ.ต.อ.ดุษฎี ที่ห้องทำงานในวันที่ 1 ก.พ. เวลา 09.30 น. เนื่องจาก พ.ต.อ. ดุษฎี ดูแลเรื่องที่มีคนตกเป็นแพะและติดคุก 5 ปีด้วย ตนพร้อมด้วยนายสฤษดิ์ จั่นทอง บุตรชาย และนางวิยดา จั่นทอง บุตรสาว ซึ่งเป็นพี่สาวของนายสฤษดิ์ จะเดินทางไปพบ พ.ต.อ.ดุษฎี พร้อมนำเอกสารหลักฐานต่างๆไปมอบให้ทั้งหมด พร้อมกันนี้ขอขอบคุณ พล.อ.ไพบูลย์ รมว.ยุติธรรม ที่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยตรวจสอบให้ความเป็นธรรมแก่บุตรชาย

นางถนอมจิตต์กล่าวอีกว่า ตนเป็นข้าราชการบำนาญ และทำงานให้กรมราชทัณฑ์มาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เคยดูแลผู้ต้องขังที่โดนยัดเยียดข้อหาและไม่มีหนทางต่อสู้จึงต้องติดคุกมาหลายรายด้วยความสงสาร แต่ไม่เคยคิดว่าจะมาประสบกับบุตรชายตัวเอง นับตั้งแต่ประกันตัวบุตรชายออกมาได้ทางครอบครัวได้ทำเรื่องร้องเรียนไปทุกหน่วยงานที่คิดว่าจะช่วยได้ สำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือตอบแจ้งให้ทราบเมื่อวันที่ 5 มี.ค.2558 ว่าได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วและจะติดต่อผู้ร้องเรียนโดยตรง ต่อมาวันที่ 19 มี.ค.2558 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีร้องขอความเป็นธรรม 1 ได้มีหนังสือแจ้งกลับมาว่าได้รับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาให้ความเป็นธรรมต่อไป แต่หลังจากนั้นจนกระทั่งบัดนี้ทางครอบครัวไม่เคยได้รับการติดต่อมาสอบถามหาข้อมูลในเรื่องนี้เลย

พร้อมกันนี้ นางถนอมจิตต์เปิดเผยอีกว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2558 รอง ผบช.ภ.8 มีหนังสือตอบกลับเรื่องที่ร้องเรียนขอความเป็นธรรมว่า บช.ภ.8 ได้สั่งการให้ บก.ภ.จ.ภูเก็ต ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว เห็นว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยได้มีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน มีพยานบุคคลสำคัญที่เป็นผู้เสียหายและพนักงานโรงแรมที่เกิดเหตุ ซึ่งพยานทั้งสองคนจำหน้าคนร้ายได้ พร้อมยืนยันตัวผู้ต้องหา ในขณะนี้คดีอยู่ระหว่างชั้นการพิจารณาของศาลจังหวัดภูเก็ต สามารถนำพยานหลักฐานไปต่อสู้ในการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป แต่ก่อนจะมีหนังสือแจ้งตอบกลับมา ทางตำรวจ บช.ภ.8 ไม่เคยส่งตำรวจมาสอบถามหรือตรวจสอบหลักฐานต่างๆที่ฝ่ายครอบครัวมีอยู่เลย เชื่อแต่ตำรวจฝ่ายเดียว ทั้งๆที่ขั้นตอนในการทำหลักฐานเสนอขออนุมัติหมายจับจากศาลไม่ถูกต้อง คนไม่ได้ทำผิด ทำไมต้องถูกยัดเข้าห้องขังและต้องหาพยานหลักฐานมาต่อสู้เอง ทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิด ตำรวจและพนักงานอัยการต่างหาก ต้องรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้มีการจับแพะ

นางถนอมจิตต์กล่าวอีกว่า ขอถามกลับไปยังพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการว่า มีหลักฐานดังต่อไปนี้หรือยัง 1.หนังสือยืนยันของสำนักงานขนส่ง จ.นราธิวาส ที่ระบุชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนผู้ครอบครองรถยนต์ ทะเบียน กบ 2078 นนทบุรี จากชื่อนายสฤษดิ์ ไปเป็นชื่อบุคคลอื่นอยู่ที่ ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2550 ก่อนเกิดเหตุคดี วันที่ 11 พ.ย.2551 และมีการโอนทะเบียนจาก จ.นนทบุรี ไปยัง จ.นราธิวาส ในวันเดียวกัน โดยได้เลขทะเบียนใหม่เป็น กข 9841 นราธิวาส พร้อมคืนป้ายทะเบียน กบ 2078 นนทบุรี ให้สำนักงานขนส่ง จ.นราธิวาส ก่อนรับป้ายทะเบียนใหม่ 2.หนังสือยืนยันจากหัวหน้างานจ่ายรางวัล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ออกรับรองให้ว่านายสฤษดิ์ ได้รับโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล และรับซื้อรางวัลเลขท้ายมีการติดต่อรับเช็คเงินรางวัลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานั้น นายสฤษดิ์ได้ติดต่อกับฝ่ายจ่ายรางวัลของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมาโดยตลอด ไม่เคยหายหน้าไปเป็นระยะเวลานานหลายวัน จากหลักฐาน 2 ส่วนนี้ สามารถพิสูจน์ได้ชัดแจ้งว่านายสฤษดิ์บุตรชายไม่ได้ไปขับรถแท็กซี่รับจ้างและก่อเหตุที่ จ.ภูเก็ต แน่นอน


ด้านนายสมเกียรติ พรพรหมมา ทนายความของนายอำนาจ ชูเดช ผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกจับกุมในคดีเดียวกับนายสฤษดิ์ หลังจากออกมาเปิดเผยว่าพนักงานต้อนรับของโรงแรมพยานในคดีนี้ ที่ชี้ภาพนายสฤษดิ์และนายอำนาจเป็นผู้ต้องหา ได้กลับคำให้การเบิกความศาลชั้นต้น ไม่ยืนยันชี้ภาพทั้ง 2 คนว่าเป็นผู้กระทำผิด โดยบอกว่าตำรวจนำภาพทั้ง 2 คนมาให้ดูพร้อมกับบอกว่าเป็นผู้ต้องหา หรือคนร้ายจึงชี้ภาพ พยานไม่ได้เป็นผู้ระบุ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้องนั้น นายสมเกียรติเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอีกว่า ได้รับการติดต่อจากทางครอบครัวนายสฤษดิ์เกี่ยวกับคดีนี้แล้ว จึงให้ข้อมูลไปบางส่วนและยินดีที่จะเป็นทนายความในการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อต่อสู้ในชั้นศาลให้กับนายสฤษดิ์ ส่วนนายอำนาจ ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 4 ปี เนื่องจากไม่มาศาล เป็นหน้าที่ตำรวจตามจับตัว

นายสมเกียรติเปิดเผยอีกว่า ได้ตั้งข้อสงสัยในคดีที่นายสฤษดิ์ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมไว้คือ 1.การสืบสวนหาหลักฐานของตำรวจไม่มีการสืบสวนข้อเท็จ จริงเกี่ยวกับนายสฤษดิ์ว่าเป็นคนขับรถรับจ้างจริงหรือไม่ และอยู่ที่วินรับจ้างที่ใด ตามปกติแล้วคนขับรถรับจ้างสาธารณะหรือรถสี่ล้อเล็กในหาดป่าตอง อ.กะทู้ จะต้องมีการจัดทำประวัติคนขับรถ และส่วนใหญ่คนขับรถรับจ้างในหาดป่าตองจะรู้จักกันเกือบทั้งหมดไม่ว่าอยู่วินใด แต่การสืบสวนของตำรวจกลับไม่มีพยานที่เป็นคนขับรถรับจ้าง เนื่องจากคนพื้นที่ย่อมรู้จักคนขับรถด้วยกันดี หากนายสฤษดิ์ อยู่ จ.นนทบุรี มาขับรถรับจ้างยิ่งจำได้ง่าย 2.ไม่มีการออกหมายเรียกนายสฤษดิ์มาสอบถามหรือสอบสวนเกี่ยวกับรถที่ใช้ในการก่อเหตุว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และรถมีการซื้อขายไปเมื่อไรหรือยังครอบครองอยู่ และ 3.พยานที่เป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรมที่เกิดเหตุ ไม่ยืนยันภาพผู้ต้องหาว่าเป็นผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในชั้นศาล เพียงแต่ในชั้นสอบสวนตำรวจได้นำภาพผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาให้ชี้ ตำรวจเป็นผู้ที่ระบุว่าทั้ง 2 คนคือคนร้ายที่ก่อเหตุ พยานจึงกลับคำให้การในศาลชั้นต้นและศาลพิพากษายกฟ้อง ดังนั้นข้อสงสัยนี้ใช้ต่อสู้ได้ว่าผู้ต้องหาเป็นแพะหรือไม่

รมว.ยุติธรรม สนใจคดีหนุ่มขายสลากกินแบ่งรัฐบาลร้องขอความเป็นธรรมตกเป็นแพะคดีพยายามข่มขืนแหม่มที่ภูเก็ต สั่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รับเรื่องตรวจสอบให้การช่วยเหลือ ... 1 ก.พ. 2559 02:05 1 ก.พ. 2559 02:10 ไทยรัฐ