วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวนโมกข์ชนลูกเทพ จัดตลาดนัดเสา (ร์) 5

สวนโมกข์ชนลูกเทพ จัดตลาดนัดเสา (ร์) 5

  • Share:

ตุ๊กตาลูกเทพเป็นไสยศาสตร์และความเชื่อส่วนบุคคลใครใคร่มีก็มีไป แต่ถ้านำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาจับ จะพบว่าผิดเพี้ยนไปจากหลักธรรม

เรื่องนี้ นายกรุณพล พานิช หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมสวนโมกข์กรุงเทพฯ บอกว่า ท่านพุทธทาสภิกขุมองเห็นมาก่อนแล้ว ทั้งยังเตือนสติชาวพุทธไว้ด้วยภาพชุดล้อความจริงชื่อ “เจ้าหน้าที่ทางพุทธศาสนา ทำให้เขากลืน” เป็นภาพวาดอยู่ที่โรงมหรสพทางวิญญาณ สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ในภาพเป็นรูปพระภิกษุในพระพุทธศาสนา กำลังถูกพวกพราหมณ์กลืน คำอธิบายเรื่องนี้อยู่ในหนังสือชื่อ ภาพล้อความจริงในโรงมหรสพทางวิญญาณ จุดประสงค์หนึ่งก็เพื่อต้องการให้ชาวพุทธเห็นถึงอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ แม้จะเป็นเรื่องราวในพุทธ ศตวรรษที่ 8 หรือราว พ.ศ.743 แต่ก็ยังไม่ล้าสมัย

ถือเป็นภาพเตือนสติผู้ที่อ้างตนเองว่านับถือพระพุทธศาสนา ให้มั่นอยู่ในความไม่ประมาททุกเวลา เพราะมีอยู่ไม่น้อยที่เป็นชาวพุทธเพียงปาก แต่การประพฤติกลับไม่ใช่ชาวพุทธ อย่างพระพุทธเจ้าสอนให้พึ่งตนเอง แต่คนบางพวกกลับไปพึ่งพิธีรีตอง พึ่งผีสางนางไม้ หรือพระภูมิพระพรหม ฯลฯ อันเป็นเรื่องนอกตัวเองออกไป ไม่สนใจต่อการดับทุกข์ของตนด้วยตนเองตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา

ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นชาวพุทธ แต่กำลังทำลายพระพุทธศาสนาอยู่อย่างขนาดหนัก ด้วยการเสกเป่าสร้างเครื่องรางของขลัง รดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ มีถึงกับกล้าเสกหิน เสกดิน และผงต่างๆให้เป็นพระพุทธเจ้า ช่วยให้คนงมงายมากขึ้นๆ วัดเลยกลายเป็นที่ทำมาหากินของคนบางพวก ซึ่งตรงข้ามกับจุดประสงค์ของพระพุทธศาสนาที่มีแต่ต้องการช่วยให้ทุกคนพ้นจากความเชื่องมงาย มีหูตาสว่าง เห็นทุกสิ่งที่ถูกต้องตามที่เป็นจริง จนกระทั่งเห็นว่า ทุกสิ่งว่างจากตัวตนของตน ตามหลักธรรมที่ว่าด้วยเรื่อง “สุญญตา”

เรื่องสุญญตานี้ มีผู้อยู่ในเครื่องแบบของพุทธบุตรกล้าอ้างว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้านำมาสอนแก่ชาวบ้านชาวเมือง ก็เพราะความเขลาของเขาเอง เพราะหากนำเอาหลักธรรมข้อนี้ออกเสียแล้ว พุทธศาสนาก็หมดความเป็นพุทธศาสนา หากใครผู้ใดไม่เข้าใจหลักธรรมข้อนี้ก็คือ ไม่เข้าใจพระพุทธศาสนา

ยิ่งอ้างอย่างภาคภูมิด้วยกฎแห่งกรรมว่า ทำกรรมดีได้ดี ทำกรรมชั่วได้ชั่ว เป็นหลักพระพุทธศาสนา นั่นยิ่งเป็นการลดค่า ทอนราคา พุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง เพราะกรรมที่กล่าวถึงนั้นเป็นเพียงระบุกรรมทางกาย ทางวาจาเท่านั้น ไม่มีการกล่าวถึงกรรมส่วนข้างใน คือ มโนกรรมเลย

หากกล่าวถึงมโนกรรมก็จะต้องกล่าวถึงสุญญตาในที่สุด หนีไม่พ้นเพราะการศึกษาธรรมะก็คือการศึกษาชีวิตจิตใจของตนเอง การที่จะรู้จักชีวิตจิตใจของตนเองได้ก็ต้องด้วยการเฝ้ามอง เฝ้าสังเกต ความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้นกับจิต เฝ้ามองไปสังเกตไป พินิจพิจารณาไป ในที่สุดจะพบว่าจิตตามสภาพธรรมดาของธรรมชาตินั้น มันว่างจากความโลภ ความโกรธ และความหลง

สำหรับกิเลส 3 ตัวนี้ เป็นแขกที่มาเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ภายหลังที่ตากระทบรูปหูได้ยินเสียง ในฐานะเป็นเหยื่ออันยั่วยวนในโลกจนกระทั่งเวทนาปรุงเป็นตัณหา

เพราะฉะนั้น ก่อนที่กิเลสจะเข้ามาครอบงำจิต จิตจึงว่างจากตัวตนของตน อยู่ในภาวะสุญญตาอยู่ตามธรรมชาติธรรมดาของมัน และภาวะของจิตอย่างนี้แหละ จึงปราศจากทุกข์ ผิดจากนี้แล้วจะปราศจากทุกข์ไม่ได้เลย

แนวธรรมของพระพุทธศาสนา และแนวทางของ “พุทธทาสภิกขุ” ไปกันไม่ได้เลยกับการเกิดมีของตุ๊กตาลูกเทพ

ตลอดปี พ.ศ.2559 กลางกระแสตุ๊กตาลูกเทพ หอจดหมายเหตุพุทธทาสภิกขุ หรือ “สวนโมกข์กรุงเทพฯ” หลอมใจกันจัดงาน “เสาร์ห้า” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนน้อมนำธรรมมาสู่การปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นอินทรีย์ 5 ศีล 5 หรือธรรมข้ออื่นๆ

คำว่าเสาร์ห้า ความหมายทางไสยศาสตร์คือวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ถือเป็นฤกษ์ดีสำหรับพิธีปลุกเสกและคาถาอาคม แต่เสา(ร์)5 ของสวนโมกข์กรุงเทพฯ หมายถึง เดือนที่มีวันเสาร์ 5 วัน ซึ่งใน พ.ศ.2559 นี้มีอยู่ทั้งหมด 5 วันคือ 1.วันที่ 30 มกราคม 2.วันที่ 30 เมษายน 3.วันที่ 30 กรกฎาคม 4.วันที่ 29 ตุลาคม และ 5.วันที่ 31 ธันวาคม

วันเสาร์ห้าทั้ง 5 วันใน 5 เดือนนี้ ชาวสวนโมกข์พร้อมกันจัดกิจกรรม “ตลาดนัดกัลยาณมิตร” ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ณ สวนรถไฟ เขตจตุจักร กทม.

นายกรุณพล พานิช หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมสวนโมกข์กรุงเทพฯบอกว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมก็เพื่อให้ธรรมภาคีได้มาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนทำกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมและสนับสนุนการดูแลชีวิตและจิตใจแบบองค์รวมผ่านกิจกรรม ได้ฟื้นฟูและรักษาร่างกายทั้งระบบ โดยอาศัยกระบวนการบำบัดทางกายตลอดจนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ โยคะ ดนตรีบำบัด ไทเก๊ก การฟื้นฟูใจได้แก่ การผ่อนคลายจิต ทำให้เกิดความสงบ แช่มชื่น ผ่องใส มีเมตตาด้วยการแบ่งปัน อาทิ ศิลป์ภาวนา และเจริญปัญญา ผ่านการ ภาวนาหลากหลายแนว อาทิ อานาปานสติภาวนา แนวเคลื่อนไหว แนวเซน เป็นต้น

อีกเป้าหมายหนึ่งก็เพื่อส่งเสริมให้เป็นพื้นที่นำร่องในการจัดกิจกรรม เพื่อให้ขยายสู่สังคมวงกว้าง ลักษณะของกิจกรรมมี 1.จัดแสดงผลงานหรือกิจกรรมที่ต้องการนำเสนอเชิญชวนผู้สนใจ 2.วงเสวนา พูดคุย กิจกรรมบนเวที ดนตรี 3.กิจกรรมทดลองภาวนาในรูปแบบต่างๆ 4.ร่วมแบ่งปันอาหาร โดยมีโรงทานสำหรับธรรมภาคีที่ต้องการนำอาหารมาแบ่งปัน

สำหรับกิจกรรมแบ่งออกเป็นหมวดต่างๆ คือ 1.หมวดธรรมนันทนาการ 2.หมวดภาวนาวิถีเมือง 3.หมวดปริยัติสัทธรรม ฟังธรรมตามกาลกับครูบาอาจารย์ 4.หมวดปฏิบัติสัทธรรม มีมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐาน ในสังฆราชูปถัมภ์, คณะศิษย์หลวงพ่อเทียน, หมู่บ้านพลัม, กลุ่มมาตาภาวนา, กลุ่มสวดมนต์ และ 5.หมวดอบรมบ่มเพาะ โดยกลุ่มเพลินธรรมนำปัญญา เป็นต้นนายกรุณพลบอกว่า สาเหตุที่ท่านพุทธทาสเน้นในเรื่องความเชื่อ เพราะว่า “ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม คนมักจะอยู่กับความเชื่อแต่ไม่กำกับด้วยปัญญา อย่างเรื่องตุ๊กตาลูกเทพ เมื่อศรัทธาเชื่อแล้วไม่มีปัญญาเข้าไปประกบก็จะกลายเป็นความงมงาย”

เสา (ร์) 5 หรือหลักธรรม 5 ที่จะมาใช้ในเรื่องนี้ แค่มีอินทรีย์ 5 ก็สามารถเข้าใจปรากฏการณ์ได้ เพราะอินทรีย์ 5 คือเส้นทางของการตื่นรู้ ประกอบด้วย 1.ศรัทธา 2.วิริยะ 3.สติ 4.สมาธิ และ 5.ปัญญา

“หลักของท่านพุทธทาส ท่านให้ใช้หลัก 5 นี้เป็นตัวกำหนดชีวิตเลย เราต้องใช้ประกอบกันทั้งหมด เมื่อมีศรัทธาแล้วต้องมีปัญญาประกบ”

ใครที่อยากเห็น “ธรรม” อันแท้จริงของพระพุทธองค์ ก็เข้าร่วมตลาดนัดทางธรรมหรือเสา (ร์) 5 นี้ได้ตลอดปี และงานนี้ใครกล้าอุ้มตุ๊กตาลูกเทพไปร่วมงานด้วยก็ไม่มีใครห้าม.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้