วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ความลับแห่งขุนเขาที่ “ดอยค้ำฟ้า”

สวัสดีผู้อ่าน “ไทยรัฐออนไลน์” ทุกท่านครับ ผมนักเขียนหน้าใหม่ในนาม “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไป ชิล ชิม ช็อป แบบฮิปๆ ไม่เหมือนใครทุกๆ วันเสาร์ โดยประเดิมต้นปีกันที่ “ดอยค้ำฟ้า” กันก่อนเลยครับ

ดอยค้ำฟ้า ชื่อนี้ ผมเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกในชีวิตจากน้องคนหนึ่งที่ผมรู้จักใน facebook ตอนนั้นผมอยู่ที่ดอยอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ช่วงกลางเดือนมกราคมพอดี เลยค้นหาข้อมูลผ่าน google จึงรู้ว่า ดอยค้ำฟ้า ตั้งอยู่ที่ อ.เชียงดาว หลังจากนั้นผมก็ได้โทรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยาน โชคดีที่วันนั้นที่พักยังว่างอยู่ครับ เจ้าหน้าที่นัดมารับพวกเราตอนบ่ายโมง  

จากดอยอ่างขางขับรถมาที่เมืองงาย แนะนำให้ซื้อเสบียงก่อนเพราะหลังจากตรงนี้จะไม่มีร้านค้าอะไรแล้ว จากแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1322 มุ่งหน้าอำเภอเวียงแหง เส้นทางเริ่มคดเคี้ยว เราค่อยๆ ขับบนสันเขา ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ก็จะเจอ ป้ายขึ้นดอยค้ำฟ้าทางด้านขวามือ

ดอยค้ำฟ้า (หน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย) ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ตรงปากทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ครับ พวกผมมานัดเจอเจ้าหน้าที่ตรงจุดนี้ เนื่องจากเราขับรถเก๋งกันมา ต้องเปลี่ยนรถเป็น 4wd เพื่อเข้าไปด้านในครับ ถ้าจะเอารถเข้าไปเองก็ได้นะครับ แต่ต้องเป็น 4wd ค่ารถโดยสารอยู่ที่ คนละ 300 บาท ไป-กลับ ถนนเส้นนี้เป็นดินลูกรังครับ ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร แต่ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที เพราะฝุ่นเยอะมาก ถ้ามากันหลายคนแนะนำให้เอาผ้าปิดจมูกติดมาด้วยเลย 

ในที่สุดเราก็มาถึง จุดที่ 1 (แม่งาย) ที่ที่เราจะมานอนกันคืนนี้แล้วครับ วินาทีแรกที่มาถึงผมมองไปที่ลานกางเต็นท์ เบื้องหน้าจะเห็นดอยหลวงเชียงดาว ตั้งเด่นเป็นสง่า สวยงามมากเลย ซึ่งที่พักด้านบน มีสองแบบครับ นอนเต็นท์ กับ นอนบ้านพัก ถ้านำเต็นท์มาเองไม่เสียเงิน แต่จะให้ช่วยบำรุงค่าดูแลรักษาแล้วแต่จะให้ครับ หรือเต็นท์ให้เช่าคิดคนละ 200 บาท พร้อมเครื่องนอน ส่วนบ้านพัก มี 1 หลัง แบ่งเป็นสามห้อง นอนได้ประมาณ 15 - 20 คนได้เลย คิดคนละ 300 บาท เองครับ พวกเราเลือกที่จะนอนบ้านเนื่องจากดูแล้ว ลมที่นี่ค่อนข้างแรง กลัวจะทนความหนาวกันไม่ไหว ที่บ้านพักจะปั่นไฟให้ทุกคืนด้วยนะครับ เปิดประมาณ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน สามารถชาร์จแบตฯ มือถือได้ด้วย เรื่องอาหารการกินทางอุทยานมีเครื่องครัวให้ครบเลย

สำหรับอากาศที่นี่เนื่องจากอยู่สูง จึงทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี แม้ช่วงเดือนเมษายนก็มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25 องศาฯ หากเป็นช่วงหน้าฝน เดือนมิถุนายน - ตุลาคม อาจจะได้เจอทะเลหมอกสวยๆ แต่ถ้าเด็ดสุดก็ต้องช่วงนี้ล่ะครับ เพราะเดือน ธันวาคม - มกราคม จะมีวิวที่สวยงามที่สุด

เมื่อเก็บของเสร็จ พวกเราก็ออกมานั่งเล่น พักผ่อน ชมวิวรอบๆ กันครับ แนะนำให้ไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ลานหินด้านหลังครับ จากบ้านพักเดินไปประมาณ 400 เมตร ก็ถึงแล้ว ระหว่างทางมีดอกไม้ มากมายหลากหลายพันธ์ุ สวยงาม ส่งกลิ่นเต็มผืนป่าเลยครับ เบื้องหน้ามองไป เห็นทิวเขาเป็นแนวยาว พร้อมทั้งเห็นยอดดอยหลวงเชียงดาวด้วย ส่วนตอนกลางคืนดาวเยอะมาก เพราะอยู่ห่างจากตัวเมือง ทำให้ไม่มีแสงรบกวน เราเลยยิ่งเห็นแสงจากดวงดาวได้ชัดเจนถ่ายรูปสวยสุดๆ

ตอนเช้าผมตื่นมารอถ่ายรูปพระอาทิตย์ขึ้น เราดื่มด่ำกับบรรยากาศตรงข้างหน้ากันเป็นชั่วโมงเลย เพราะธรรมชาติสร้างสรรค์มาอย่างงดงามจริงๆ ช่วงสายเราเดินทางเข้าไปลึกกว่าเดิมที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่งายหน่วยเก่า ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากที่พัก เพื่อมาดู “ความลับ” ที่ผมบอกไว้แต่แรกนั่นก็คือ “ดอกนางพญาเสือโคร่งป่า” ที่เบ่งบานสวยงามท่ามกลางขุนเขาแบบที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง เพราะสุดจะบรรยายครับ

ดอกนางพญาเสือโคร่งที่นี่ สังเกตดีๆ ดอกจะเล็กกว่าที่อื่นและต้นจะสูง ยาว เนื่องจากอยู่ในป่าจริงๆ ทำให้ต้องคอยแย่งอาหาร แสงแดดกับต้นไม้อื่นๆ ครับ สำหรับช่างภาพทั้งหลายบนนี้มีจุดถ่ายรูป มุมสวยๆหลายจุดเลยครับ ที่สำคัญ ไม่มีคนเลย ไม่ต้องไปแย่งกับใคร บอกเลยว่าใครยังไม่เคยมาให้วางแผนกันดีๆ เพราะผมการันตีเลยว่าไม่ผิดหวังแน่นอนที่ “ดอยค้ำฟ้า”

ชม “ดอกนางพญาเสือโคร่งป่า” ที่ “ดอยค้ำฟ้า”

ชม “ดอกพญาเสือโคร่งป่า” ที่ “ดอยค้ำฟ้า”


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : หน่วยจัดการต้นน้ำแม่งาย โทร. 081 992 7346

ตอบทุกคำถาม เรื่องเที่ยว กิน ช็อป คุยกันเพลินๆ เชิญมาที่ แบกกล้องเที่ยว www.itravelhip.com, www.facebook.com/baagklong

สวัสดีผู้อ่าน “ไทยรัฐออนไลน์” ทุกท่านครับ ผมนักเขียนหน้าใหม่ในนาม “แบกกล้องเที่ยว” จะพาไป ชิล ชิม ช็อป แบบฮิปๆ ไม่เหมือนใครทุกๆ วันเสาร์ โดยประเดิมต้นปีกันที่ “ดอยค้ำฟ้า” กันก่อนเลยครับ 27 ม.ค. 2559 17:12 29 ม.ค. 2559 13:56 ไทยรัฐ