เกณฑ์ทหารปี2559 เตือนใบตรวจโรคเก๊

ข่าว

    เกณฑ์ทหารปี2559 เตือนใบตรวจโรคเก๊

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      19 ม.ค. 2559 05:01 น.

      คนเป็นโรคบางชนิดได้รับ “การยกเว้น” เข้าเป็นทหาร จุดนี้กลายเป็น “ช่องทาง” ให้มิจฉาชีพหากิน โดยอ้างว่าทำใบตรวจโรคให้ได้

      “อย่าได้หลงเชื่อเด็ดขาด เพราะนั่นไม่ใช่ของจริง ของจริงต้องผ่านการตรวจอย่างเป็นระบบ” พล.ต.ประสงค์ยืนยันหนักแน่น

      พล.ต.ประสงค์ ล้อมทอง รองเจ้ากรมแพทย์ทหารบก แสดงความห่วงใยผู้จะเข้าเกณฑ์ทหารปี พ.ศ.2559 นี้ เนื่องจากมักมีมิจฉาชีพรับ “จัดหา” ใบตรวจโรคให้กับผู้เข้ารับเกณฑ์ทหาร เคยมีทำเนียนขนาดนัดให้เข้าไปรับบริเวณ รพ.พระมงกุฎเกล้าอีกด้วย แต่เมื่อนำไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่าเป็นของปลอม เนื่องจากการออกใบรับรองของจริงนั้นมีระบบและขั้นตอนชัดเจน เมื่อผ่านการตรวจแล้ว ข้อมูลจะส่งไปถึงสัสดี

      ผู้กระทำใบตรวจโรคปลอม พล.ต.ประสงค์บอกว่า “เป็นคดีอาญา เนื่องจากปลอมแปลงเอกสารทางราชการ มีโทษถึงติดคุก แต่ที่ผ่านมาคนอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มีการอะลุ้มอล่วยกันไปบ้าง แต่ขอแจ้งเตือนไว้ก่อนว่าอย่าได้หลงเชื่อ เพราะใบตรวจที่ได้มานั้นมันไม่ครบระบบ (คือข้อมูลจะไม่ส่งถึงสัสดี)” และย้ำว่า คดีความเป็นคดีอาญา ผู้กระทำผิดต้องโดนลงโทษทั้งคณะ

      การตรวจร่างกายที่ถูกต้อง เพื่อรับรองว่าผู้ใดเป็นโรค “ขัด” ต่อการเป็นทหารกองประจำการหรือทหารเกณฑ์ ต้องไปตรวจร่างกายได้ที่ “โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบก 20 แห่ง” เท่านั้น ซึ่งกองทัพได้อำนวยความสะดวกให้เข้าไปตรวจระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559

      หลักฐานที่นำไปคือ 1.บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมถ่ายสำเนา 2 ฉบับ 2.รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป 3.ใบสำคัญ (แบบ สด.9) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ 4.หมายเรียกเข้ารับราชการทหาร (แบบ สด.35) พร้อมสำเนา 1 ฉบับ และ 5.หลักฐานแสดงการเจ็บป่วย และประวัติการรักษา (ถ้ามี)

      ถ้าเปลี่ยนชื่อและนามสกุล ให้นำหลักฐานฉบับจริงพร้อมถ่ายสำเนาไปด้วย 2 ฉบับ

      โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกที่จัดให้มีการตรวจร่างกาย มีกระจายอยู่ทั่วประเทศ คือ ส่วนกลาง รพ.พระมงกุฎเกล้า (กทม.) รพ.อานันทมหิดล (ลพบุรี) รพ.ค่ายธนรัชต์ (ประจวบฯ) รพ.รร.นายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ (นครนายก) กองทัพภาคที่ 1 รพ.ค่ายจักรพงษ์ (ปราจีนบุรี) รพ.ค่ายสุรสีห์ (กาญจนบุรี) รพ.ค่ายอดิศร (สระบุรี) รพ.ค่ายนวมินทราชินี (ชลบุรี) กองทัพภาคที่ 2 รพ.ค่ายสุรนารี (นครราชสีมา) รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ (อุบลราชธานี) รพ.ค่ายประจักษ์-ศิลปาคม (อุดรธานี) รพ.ค่ายวีรวัฒน์โยธิน (สุรินทร์) รพ.ค่ายกฤษณ์สีวะรา (สกลนคร) กองทัพภาคที่ 3 รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (พิษณุโลก) รพ.ค่ายจิรประวัติ (นครสวรรค์) รพ.ค่ายสุรศักดิ์มนตรี (ลำปาง) รพ.ค่ายกาวิละ (เชียงใหม่)

      และกองทัพภาคที่ 4 รพ.ค่ายวชิราวุธ (นครศรีธรรมราช) รพ.ค่ายเสนาณรงค์ (สงขลา) รพ.ค่ายอิงคยุทธบริหาร (ปัตตานี)

      ผู้ที่ “ควร” เข้าไปรับการตรวจโรคก่อนเข้าเกณฑ์ทหาร คือคนที่รู้หรือสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร ตามกฎกระทรวง (คนจำพวกที่ 4) มีดังต่อไปนี้ ความผิดปกติของตา ความผิดปกติของหู โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดและอวัยวะสร้างเลือด โรคของระบบหายใจ โรคของทางเดินปัสสาวะ โรคความผิดของกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคของต่อมไร้ท่อ โรคติดเชื้อ โรคทางประสาทวิทยา โรคทางจิตเวช และโรคอื่นๆ เช่น กะเทย มะเร็ง โรคตับอักเสบเรื้อรังชนิดร้ายแรง และตับแข็ง เป็นต้น

      โรคต่างๆเหล่านี้ คนเป็นหนัก-เบาต่างกัน จึงต้อง “ผ่าน” การตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์ รพ.ทหารบก เมื่อผ่านการตรวจแล้ว โรงพยาบาลจะออกใบรับรองแพทย์ให้ โดยมีคณะกรรมการแพทย์ 3 คนลงความเห็น ข้อมูลทั้งหมดจะส่งไปยังสัสดี ถึงวันเกณฑ์ทหาร ผู้ผ่านการตรวจเพียงเอาใบรับรองการตรวจไปยื่น ก็ไม่ต้องจับ
      ใบดำใบแดง

      สำหรับการเกณฑ์ทหาร ในรัฐธรรมนูญของไทยระบุว่า ชายไทยต้องเป็นทหารใน พ.ร.บ.2497 ได้บัญญัติการเกณฑ์ทหารไว้ “แต่เนื่องจากปริมาณคนที่จะต้องเกณฑ์ทหารในแต่ละปีมีมาก อย่างในปี พ.ศ.2559 บุคคลที่จะเข้ามาเป็นทหารทั้งหมดประมาณ 500,000 คน แต่สามกองทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศ เราต้องการกำลังพลประมาณ 100,000 คนเท่านั้น กองทัพก็ไม่อยากรบกวน จึงแค่เอามาใช้ประโยชน์จำนวนหนึ่ง และคนในจำนวนแสนคนนั้นก็คงไม่ใช่คนที่ร่างกายแข็งแรงทั้งหมด เราจึงจัดบุคคลออกมาเป็น 4 ประเภท” พล.ต.ประสงค์บอก

      นั่นคือ ประเภท 1 คือดีหนึ่งประเภทหนึ่ง สมบูรณ์แบบหมด ดีหนึ่งประเภทสอง แม้ไม่สมบูรณ์เหมือนประเภทหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับพิการ ถ้าดีหนึ่งประเภทหนึ่งไม่พอถึงจะเรียกเข้าไปทดแทน ส่วนประเภทสามคือ ผู้ป่วยแล้วไม่หายภายใน 30 วัน ไม่ต้องเกณฑ์ทหารในปีที่ป่วย แต่ต้องไปเกณฑ์ในปีถัดไป ส่วนประเภทสี่ คือเป็นคนมีโรคขัดกับการเข้าเป็นทหารตามกฎกระทรวง

      “คนกลุ่มนี้ไม่ต้องเป็นทหาร แต่ในใบ สด.43 ต้องปั๊มว่าเป็นคนพิการ”

      โรคที่ได้รับการยกเว้นมากในปีที่ผ่านๆมาคือ “โรคปอด โรคหอบหืด โรคนี้ตรวจยากด้วย ถ้าไม่มีอาการก็เหมือนคนไม่เป็นอะไร แต่เมื่อจะเป็นขึ้นมาก็อาจตายได้ อย่างเช่น ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นโรคหอบหืด กองทัพจึงไม่รับเข้าเป็นทหาร”

      เนื่องจากวันเกณฑ์ทหารคนมาก นายแพทย์ทหารไม่สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคบางอย่างที่ไม่แสดงอาการ ทุกปีกองทัพบกจึงรับบริการตรวจโรค “คนจำพวกที่สี่” ให้ก่อน

      โรงพยาบาลสังกัดกองทัพบกทั้ง 20 แห่ง ได้จัดช่องทางพิเศษให้ “แค่ไปบอกเขาว่า ต้องการตรวจโรคก่อนเกณฑ์ทหาร เราก็จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ ไม่ต้องไปปะปนกับคนไข้ทั่วไป ค่าใช้จ่ายก็ราคาปกติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตรวจ ถ้าไม่ใช้เครื่องมืออะไรมากก็อาจไม่ต้องเสียเงิน”

      ส่วนโรคอื่นๆ อย่างผู้ติดเชื้อเอดส์ “ไม่ใช่โรคที่ขัดต่อการรับราชการทหาร เราไม่ได้ตัดออก แต่ถ้าเป็นก็เอาผลการตรวจโรคไปให้หมอดูได้ ส่วนจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นทหารนั้น อยู่ในวินิจฉัยของแพทย์”

      สำหรับชายใจหญิง “กฎกระทรวงยืนยันแน่นอนแล้ว ให้จัดอยู่ประเภทสอง เรื่องนี้เรามีความพยายามว่า ถ้าใครผ่าตัดมาแล้วก็ปลดได้เลย แต่กฎกระทรวงยังไม่ผ่านต้องรอไปก่อน แต่การจะยืนยันว่าเป็นกะเทย หรือชายใจหญิงได้นั้น ต้องให้จิตแพทย์ รพ.ทหารรับรองก่อน เพราะการไม่เอาบุคคลใดเป็นทหาร เราต้องบอกได้ว่าเป็นไปตามระเบียบข้อไหน”

      กรณี “ชายใจหญิง” ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นทหาร “ก็ต้องปฏิบัติเหมือนคนอื่นๆ หลังฝึกแล้วค่อยพิจารณาความเหมาะสมว่าควรไปปฏิบัติหน้าที่อะไร”

      ความต้องการทหารเกณฑ์ปีนี้ราว 100,000 คน “แต่การสมัครเพิ่มขึ้นทุกปี ปีที่ผ่านมาสมัครเกินครึ่ง” และปีนี้ “มีแนวโน้มว่าจะสมัครมากกว่าปีก่อนๆมา” เพราะ “เป็นทหารเงินเดือนเป็นหมื่นนะครับ มีเบี้ยเลี้ยง ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้าและอาหาร เข้ามาเป็นทหาร ถ้าไม่เล่นการพนัน ไม่ไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มีเงินเหลือกลับบ้านเป็นหลักหมื่นสบายๆ”

      พล.ต.ประสงค์บอกว่า ถ้ามีการสมัครเพิ่มขึ้นมากอย่างนี้ ต่อไปอาจไม่มีการเกณฑ์ทหารก็ได้.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 10:03 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์