วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แล้งกระทบทั่ว-กรุงเก่าบริหารน้ำดีเชื่อแล้งนี้ไร้ปัญหา

แล้งกระทบทั่ว-กรุงเก่าบริหารน้ำดีเชื่อแล้งนี้ไร้ปัญหา

  • Share:

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.ชัยนาท ระดับน้ำที่จุดวัดน้ำ C13 เหนือเขื่อนปัจจุบัน อยู่ที่ 13.82 ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวันนี้ ต่ำกว่าตลิ่งถึง 2.52 เมตร โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ระดับ 5.96 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยานั้น ลดลงอยู่อย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน เป็นผลทำให้น้ำในเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มแห้งจนเห็นกองหินทรายโผล่ขึ้นมา ส่วนคลองต่างๆที่ต้องอาศัยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และแม่น้ำต่างๆ นั้นต่างแห้งขอดจนเห็นพื้นดิน นายเอกสิทธิ์ ศักดีธนาภรณ์ ผอ.เขื่อนเจ้าพระยา เปิดเผยว่า ระดับน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาตามตัวเลขข้างต้นดังกล่าวนี้ เป็นตัวเลขที่ทางกรมชลประทาน ได้วางแผนการระบายน้ำไว้เป็นอย่างดี สำหรับใช้ในการรักษาระบบนิเวศ ระบบประปา และผลักดันน้ำเค็ม ไม่ให้เกิดปัญหาต่อการอุปโภค บริโภคของประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งแผนดังกล่าวนั้นได้ออกมาตรการมาตั้งแต่ 1 พ.ย.58 จนถึงปลายเดือน พ.ค.59 จึงจะเริ่มมีการปรับ แผนใหม่

ผอ.เขื่อนเจ้าพระยาเปิดเผยต่อว่า ส่วนคลองที่แห้งขอดนั้น ก็เป็นไปตามแผนเช่นกัน เพราะหากในคลองมีน้ำเยอะก็อาจจะทำให้เกษตรแอบสูบน้ำไปใช้ในการทำไร่ ทำนา ส่งผลให้น้ำที่ใช้ในการรักษาระบบนิเวศสูญเปล่า คาดว่าในช่วงวันที่ 10 ม.ค.59 นี้ ฝนจะตกลงมาทำให้มีน้ำเก็บไว้ใช้สู้ภัยแล้งอีกอย่างแน่นอน ส่วนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ จะมีการสำรวจกลุ่มก้อนเมฆตามพื้นที่ต่างๆ ใน จ.ชัยนาท หากบริเวณใดมีกลุ่มเมฆหนาแน่น สามารถทำฝนหลวงได้ ก็จะรายงานต่อผู้รับผิดชอบและทำการลงมือปฏิบัติทันที

ส่วนที่ จ.อ่างทอง นางมาลี ผลแย้ม อายุ 58 ปี ชาวนา อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 8 ต.ไผ่ดำพัฒนา อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เผยว่า หลังจากประสบปัญหาภัยแล้งชาวนาจำนวนมากต่างสูบน้ำในคลองเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวในแปลงนาหลายพันไร่ ทำให้น้ำในคลองชลประทานแห้งอย่างรวดเร็ว เมื่อน้ำคลองในคลองแห้งขอดลงชาวนาหลายคนได้วางลอบดักปลาในคลองที่น้ำกำลังแห้งขอดซึ่งมีปลาหลายชนิดจำนวนมากทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ ที่อยู่อาศัยในคลองมานานเป็นฝูงใหญ่มารวมตัวกันบริเวณแหล่งน้ำหลังท่อสูบน้ำ เป็นผลพลอยได้ให้ชาวนาได้หาปลาที่มารวมตัวกันอยู่หลังท่อสูบน้ำเพื่อนำไปเป็นอาหาร

สำหรับที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายโบว์แดง ทาแก้ว ผอ.โครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ภัยแล้งปีนี้ จ.พระนครศรีอยุธยา บริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำต่างๆได้อย่างเหมาะสม แม่น้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนปล่อยน้ำลงมา 75 ลบ.ม./วินาทีไล่น้ำเค็มถึง จ.นนทบุรี สามารถผลิตน้ำประปา เพื่อใช้อุปโภค บริโภคในกรุงเทพมหานครได้ แม่น้ำป่าสัก รับน้ำมาจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ถึงเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือเป็นเขื่อนทดน้ำแบ่งเป็น 2 ส่วนระบายลงคลองระพีพัฒน์-รังสิต และท้ายเขื่อนลงแม่น้ำป่าสัก เจ้าหน้าที่จะผันน้ำเข้ากักเก็บในพื้นที่ เกษตรและแหล่งเก็บน้ำ แม่น้ำน้อย รับน้ำมาจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านประตูบรมธาตุ มาเข้า อ.ผักไห่ นายอำเภอผักไห่และเจ้าหน้าที่ต้องประชุมกันเป็นระยะๆ ถ้าหากตอนบนใช้น้ำมากน้ำไม่พอ จะทำให้น้ำเสีย และน้ำประปาไม่เพียงพอ จึงต้องเฝ้าระวังให้ปล่อยน้ำลงมาไม่น้อยกว่า 5 ลบ.ม./วินาที ส่วนแม่น้ำลพบุรี น่าเป็นห่วงเพราะไม่มีต้นทุนน้ำต้องผันน้ำจากคลองบาง-แก้ว จ.อ่างทอง และดึงน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยามาช่วยหล่อเลี้ยงการเกษตร อย่างไรก็ตาม อยุธยามีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภค ใช้ในภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมโรงงานต่างๆใช้น้ำน้อย แล้งนี้หมดปัญหาเรื่องขาดน้ำ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้