วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตามธงล้างกระดาน

ตามธงล้างกระดาน

  • Share:

แม่นไม่แม่นยังไม่รู้

จากคิวที่ “อีที” หมอดูชื่อดังของพม่าทำนายว่า “เดอะมาร์ก” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะรีเทิร์นมานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีรอบสอง

แต่ที่แน่ๆ ณ เบื้องนี้ ส่อเค้าว่าจะเป็น “ทุกขลาภ” ซะมากกว่า

จากสถานการณ์ที่เจ้าตัวนายอภิสิทธิ์กำลังเผชิญแรงเสียดทานอย่างหนัก โดยเฉพาะจากคนในค่ายเดียวกันเองที่เปิดยุทธการ “โละ” ออกจากเก้าอี้แม่ทัพประชาธิปัตย์

แบบว่า “เขย่า” กันไม่หยุด

ล่าสุดมีการขุดปมคุณสมบัติตามคำพิพากษาศาลแพ่งที่ชี้ว่าคำสั่งกระทรวงกลาโหมที่ 1163/2555 ยุค พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ให้ปลดนายอภิสิทธิ์ ออกจากราชการจากปมการใช้ สด.9 ถือเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
นั่นหมายถึงการสมัครเข้ารับราชการทหารไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น

โดยมีการตีปี๊บจากคนในพรรคด้วยกันเอง ปล่อยทุ่นออกมาให้คนนอกได้เข้าใจตรงกันว่า “อภิสิทธิ์” อาจเข้าเงี่ยงกฎหมายขาดคุณสมบัติลงสมัคร ส.ส.

เพิ่มน้ำหนักความจำเป็นในการสรรหาหัวหน้าพรรคใหม่

รับกับจังหวะที่มีชื่อของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน โผล่เข้ามาเป็นแคนดิเดต เบียดแย่งเก้าอี้จ่าฝูงค่ายประชาธิปัตย์

ต่อเนื่องกับกระแสข่าว “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.หนุนหลัง “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แต่เข็นไม่ขึ้น เลยฟาวล์ไป

ความพยายามโละ “อภิสิทธิ์” มาเป็นซีรีส์ ต่อเนื่องเป็นฉากๆ

และถึงแม้จะได้ซือแป๋ใหญ่อย่างนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาการันตี กรณีของนายอภิสิทธิ์เกิดจากคุณสมบัติการเข้ารับราชการไม่ถูกต้อง ไม่ได้เป็นการกระทำความผิดเนื่องจากการทุจริต ถือเป็นคนละกรณีกับเงื่อนไขที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญกำหนดในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จึงไม่เข้าข่ายต้องห้ามลงสมัคร ส.ส.แต่อย่างใด

“อุ้ม” กันให้เห็นๆ

มันก็ใช่ว่าจะการันตีสถานะของ “อภิสิทธิ์” ในการนำทัพประชาธิปัตย์ต่อ

เพราะถ้าจับอาการที่สะท้อนจากลูกหาบ “สายตรง” อย่างนายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดชัดเลยว่าความพยายามในการกำจัดนายอภิสิทธิ์ออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคจะยังมีอีกต่อไป

เพราะมีบางฝ่ายมองนายอภิสิทธิ์เป็นอุปสรรคขัดขวางการนิรโทษกรรม

ที่สำคัญยังมีการพาดโยงไปถึงปมที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เคยออกมาระบุแนวคิดให้มีการจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ทั้งหมด โดยอ้างว่าเพื่อความเสมอภาคในการแข่งขันในสนามเลือกตั้ง

จึงเท่ากับว่าจะต้องมีการประชุมพรรคเพื่อสรรหากรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และมาสอดคล้องกับกรณีล่าสุดที่บังเอิญมีคนเสนอตัวพร้อมเป็นหัวหน้าพรรค ทั้งๆที่ยังไม่หมดวาระจากการเลือกกรรมการบริหารพรรคเมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา

คนประชาธิปัตย์รู้แกว ทีมงานของ “เดอะมาร์ก” ปักใจซะแล้ว

เกมโละ “อภิสิทธิ์” เป็นหนึ่งในโปรแกรมตามโรดแม็ป

ฝ่ายคุมเกมอำนาจ

ตามยุทธศาสตร์ล้างกระดาน “นักเลือกตั้งอาชีพ” ตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่ ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคเล็ก พรรคใหญ่ ค่ายเก่า ค่ายใหม่

และตามท้องเรื่องก็จะโยงต่อเนื่องไปถึงการขยับเตรียมพร้อมรับพิมพ์เขียวการเมืองตามสูตรของฝ่ายคุมเกมก่อนปล่อยไฟเขียวสนามเลือกตั้ง

เพราะอีกฟากฝั่งหนึ่งก็เป็น “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่ กทม. ที่ถูกสะกดรอยตามความเคลื่อนไหวในการเล่นบท “ตัวเชื่อม” เครือข่ายพรรคเพื่อไทยกับทีมงานท็อปบูต

ส่วนที่มาเงียบๆแต่แรงด้วยจังหวะที่ลงล็อกตรงสถานการณ์ ตามคิวของ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าค่ายภูมิใจไทย ที่มีการหยั่งเชิงเช็กกระแสกันในหมู่นักเลือกตั้งอาชีพระดับบิ๊กเนม

ชื่อนี้พอจะขึ้นชั้นได้หรือยัง.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้