วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กต๊อก' เผย 'อปท.' ถูกร้องเรียนทุจริตมากสุด

'บิ๊กต๊อก' เผย 'อปท.' ถูกร้องเรียนทุจริตมากสุด

  • Share:

รมว.ยุติธรรม เผยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเรื่องร้องเรียนทุจริตมากสุด ร้อยละ 60 ของประเทศ เตรียมลงพื้นที่ให้ความรู้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นป้องกันทุจริต...

จากกรณีเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 1/2559 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ 3 รวม 59 คน โดยอาศัยอำนาจตามความใน ม.44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว คำสั่งหัวหน้า คสช.

ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ม.ค. 59 ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ 3 พูดเสมอว่า หากใครมีความสงสัยก็ขอให้เสนอคำร้องมายังตน หรือศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ได้ เพราะยินดีให้ทุกคนที่มีรายชื่อเข้ามาชี้แจงได้ และให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบได้ชี้แจงให้ทราบ พร้อมหลักฐานอย่างชัดเจนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมชี้แจงที่ประชุม ครม.ว่าจะลงไปดูที่ชุมชน เพราะทุกครั้งที่ประกาศคำสั่งดังกล่าว จะเห็นได้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะมีรายชื่อถึงร้อยละ 60 ทั้งนี้ แจ้งศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ไปว่า ไม่ควรจะใช้ระบบการปราบปราม หรือลงโทษอย่างเดียว จะต้องกลับมาทบทวนทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามา

"ก่อนหน้านี้ได้เชิญสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ สมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย และสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย มาหารือถึงระบบการป้องกัน ต้องเข้าใจว่าการร้องเรียนทั้งประเทศมี 1 ใน 3 ที่ไปลงที่ท้องถิ่น มันเกิดอะไรขึ้น คิดในแง่บวกอาจจะเกิดจาก 1. คู่แข่งทางการเมืองท้องถิ่น 2. มีความใกล้ชิดกับประชาชน 3. กฎระเบียบข้อบังคับบางเรื่องไม่ชัดเจน และ 4. นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางคนไม่ได้เติบโตมาจากการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ ตรงนี้อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง จึงต้องให้ ศอตช. ลงไปให้ความรู้ และส่งเสริมความเข้าใจให้กับท้องถิ่น ที่ผ่านมาการใช้จ่ายงบประมาณมีความผิดพลาด และไม่เกิดประโยชน์ ต้องการที่จะพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ และพัฒนาองค์กรท้องถิ่นให้เข้มแข็ง ถ้าศอตช. หรือรัฐบาลใช้การปราบปรามคนทุจริตอย่างเดียวคงไม่ถูก ต้องใช้ระบบป้องกันด้วย จึงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าหรือไม่" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ เผยต่อว่า กรณีที่มีข่าวออกมาว่า การออกคำสั่ง ม.44 ปลดบอร์ดบริหารกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพราะมีเรื่องเกี่ยวกับบริษัทเหล้า และบุหรี่อยู่เบื้องหลัง ขอชี้แจงในภาพรวมว่า เรื่องของ สสส. ประเด็นสำคัญคือการใช้ และอนุมัติงบประมาณไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหน่วยงานตรวจสอบได้ตรวจพบ ไม่ได้หมายความว่าทุกโครงการที่เกิดขึ้นของ สสส. จะมีการใช้จ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ อย่าไประบุเป็นโครงการยิบย่อย ขอตอบในภาพรวม และไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียง ต่อความยาวสาวความยืดไปเรื่อย บอกแล้วว่าเปิดให้เข้ามายื่นข้อชี้แจงได้ตลอด จะให้หน่วยงานที่ตรวจสอบชี้แจงพร้อมหลักฐานให้ทราบอย่างชัดเจนทุกครั้ง ส่วนกรณี สสส.ให้เหตุผลว่าหลายโครงการประสบความสำเร็จ เช่น โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา หรือโครงการสวดมนต์ข้ามปีนั้น โครงการของ สสส. เป็นโครงการที่ดี ไม่มีใครปฏิเสธ แต่มีเรื่องการทุจริตจริงหรือไม่ นั่นคือเรื่องในทางปฏิบัติต่างหาก อย่าเอาโครงการมาพูด ตนและรัฐบาลชุดนี้ก็ไม่เคยพูดถึงแบบนั้น

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้