วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวมคดีแจ๋วมหาภัย เจ้าของบ้านรู้ไว้ กันสะพรึง!

งานนี้อาจจะมี "เกลือเป็นหนอน" หรือ "คนใน" ชี้ช่อง คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน สำหรับ คดี "ย่องเบายกเซฟ" คฤหาสน์อภิมหึมามหาเศรษฐี เจ้าสัวซีพี ผู้ทำธุรกิจครอบจักรวาล มูลค่านับ 10 ล้านบาท โดยไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ด้วยเหตุนี้ ตำรวจจึงพุ่งเป้าสงสัย "อดีตแม่บ้าน" ทั้งนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอนำท่านผู้อ่านไปพบกับเรื่องราว "แจ๋วมหาภัย" ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต รวมถึงวิธีตรวจสอบในอนาคตมานำเสนอ...

สาวใช้วางยาเจ้านาย หมายเชิด 2 ล้าน

คดีสาวใช้แสบรายนี้ย้อนไปหลายปี เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 ธ.ค.48 ณ สภ.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ร้านขายอะไหล่และเครื่องมือการเกษตร ซึ่งเป็นตึกแถว ส่วนโฉมหน้าคนร้ายคดีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ "แจ๋วมหาภัย" วัย 23 ปี (ในตอนนั้น) น.ส.วิลาวัลย์ หรือ แตง เหล่าเอี่ยม โดยหมายชิงลักเงิน 2 ล้านบาท หลังจากนายผู้ชายไปถอนเงินจากธนาคาร จึงออกอุบายและวางยานอนหลับในอาหารเย็น แต่โชคยังดีที่นายผู้ชายงานเข้า! โทรศัพท์ดังขึ้นจึงไม่ได้ทาน แต่ออกไปข้างนอก แต่เมื่อกลับมาเจอคนในบ้านหลับเป็นตายไม่รู้เรื่อง ก็พยายามปลุก จึงรู้ว่าทรัพย์สินหายไปเกือบ 4 หมื่นบาท ส่วนเงิน 2 ล้านนั้น นายผู้ชายเอาติดตัวไปด้วย

และจากการตรวจสอบประวัติ พบว่า เคยเอาน้ำยาล้างห้องน้ำ ผสมกับเบียร์ให้นายจ้างเก่ากินเกือบแดดิ้นมาแล้ว

แม่บ้านเขมร ลักทรัพย์บ้านหมอสาว ได้ทรัพย์สินนับล้าน! 

อีกคดีคือ แก๊งชาวต่างชาติ เมื่อวันที่ 24 พ.ค.49 ที่ด่าน ตม.อรัญประเทศ เจ้าหน้าที่สามารถจับ น.ส.นัด ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติกัมพูชา หลังจากได้รับการประสานงานจาก สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ให้สกัดจับ แก๊งกัมพูชา ได้เข้าลักทรัพย์นายจ้าง ที่เป็นแพทย์หญิง ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 4 อ.บางบัวทอง หลังจากได้รับ น.ส.นัด เพื่อนชาติเดียวกันอีก 2 คน เข้าทำงานได้ 2 สัปดาห์ แต่ก็ออกลายโจรด้วยการโจรกรรมทรัพย์สินในตู้เซฟ 14 รายการ รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทองรูปพรรณ แล้วหลบหนีมาทางชายแดน แต่ก็สกัดจับได้เพียงรายเดียว ส่วนอีก 2 ราย คือพี่สาว น.ส.นัด กับ พี่เขย ได้หลบหนีไปได้ จึงออกอุบายว่าจะปล่อยตัวหากนำของมาคืน ที่หน้าด่าน แต่สุดท้ายก็ไร้วี่แวว ปล่อย น.ส.นัด ติดคุกไปคนเดียว

สาวใช้อำมหิต วางยาพิษ ชิงทรัพย์นายจ้าง ตะลึง! ก่อเหตุกว่า 20 คดี

เคสสุดโหดนี้ เรียกว่าเป็นการ "เลี้ยงงูเห่า" ไว้กับตัวจริง ๆ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.51 พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ ผกก.สน.บางขุนนนท์ ได้แถลงข่าวจับตัว นางนงค์นุช ทับทอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97 หมู่ 2 ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชันเลขที่ 696/2551 ลงวันที่ 22 เมษายน 51 ข้อหา วิ่งราวทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่ริมถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กทม.

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่คุ้ยประวัติก็ถึงขั้นผงะ!...เพราะ 20 ก.พ.51 ไปสมัครงานที่ศูนย์จัดหาแม่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่บางขุนนนท์ ระหว่างที่รองาน ก็ได้ไปอาศัยที่บ้านเจ้าของศูนย์จัดหาแม่บ้านดังกล่าว เมื่อทำงานได้ 3 วันก็ออกลายโจร นำแกงส้มมาให้กิน เมื่อสาวใหญ่วัย 61 ปี ได้รับประทาน เริ่มมีอาการมึนงง ตาลาย โจรสาวรายนี้ ยังแกล้งเอาใจพามานั่งบีบนวด พอเห็นว่าสะลึมสะลือไม่มีแรงปัดป้องจึงปลดสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท หลบหนีไป  

เมื่อได้สติ ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สน.บางขุนนท์ ก็พบว่าก่อเหตุมาแล้วนับสิบคดี ที่สำคัญ บางรายวางยาเจ้าของบ้านจนเกือบเสียชีวิต!

หลังจากไปสมัครงานที่ศูนย์จัดหางาน แล้วมีโอกาสเข้าทำงานเป็นสาวใช้ตามบ้านย่านมีนบุรี รามคำแหง ฉลองกรุง กวาดทรัพย์สินนายจ้างไปร่วมแสนบาท แล้วตระเวนสมัครงานทำใหม่เพื่อหาเหยื่อไปเรื่อย ๆ

นางนงค์นุช ยอมสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ ชีวิตครอบครัวราบรื่น มีลูก 2 คน แต่พอเลิกรากับสามีก็เกิดมรสุมชีวิต ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้เลี้ยงชีพ ลูกทั้ง 2 คนต้องส่งไปให้พ่อแม่ที่อยู่พิจิตรเลี้ยง ขณะที่ตนถูกจับเพราะก่อคดีลักทรัพย์ในท้องที่ จ.นนทบุรี ศาลพิพากษาจำคุกนาน 6 เดือน เมื่อออกจากคุกก็ยังไม่มีงานทำจึงหันมาก่อเหตุซ้ำอีก  

"ตอนอยู่ในคุกเรียนรู้วิชาโจรสารพัดจากเพื่อนร่วมชะตากรรม ทำให้เกิดแนวคิดและวิธีการก่อเหตุที่แยบยลกว่าเดิม โดยตัดสินใจไปซื้อยาฆ่าหญ้ามาใช้หยดผสมใส่ในกับข้าว หรือกาแฟให้เจ้าของบ้านที่อยู่ลำพังคนเดียวดื่มกิน หลังยาออกฤทธิ์เหยื่อจะมีอาการมึน สะลึมสะลือ ไม่มีแรง ตนถึงลงมือขโมยทรัพย์สิน จำพวกโทรศัพท์มือถือ สร้อย แหวน เครื่องประดับราคาแพง ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อเหตุวางยาในแก้วกาแฟ ให้เจ้าของห้องในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านรามคำแหง ดื่มจนปางตาย แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง หลบหนีมาสมัครเป็นแม่บ้านย่านมีนบุรี ขโมยทรัพย์สินร่วมแสนบาท และกำลังเตรียมหาเหยื่อรายใหม่ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน" นางโจร สารภาพ

เสี่ยซอสเปรี้ยว เจอแม่บ้านเก๊ ฉกสร้อยทอง-พระเก่าประเมินค่าไม่ได้

คดีสุดท้ายนี้ เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในปี พ.ศ.2557 เมื่อ ร.ต.ท.วิเชียร อินทร์จันทร์ พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ในบ้านแห่งหนึ่ง แยกซอยวัดพิชยญาติ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน

โดยหลังจากแม่บ้านเก่าลาออก นายศรายุทธ ทินกร ณ อยุธยา อายุ 48 ปี เจ้าของธุรกิจซอสเปรี้ยวตราไก่งวง ก็ได้ติดต่อบริษัทรับจัดหาแม่บ้านแห่งหนึ่ง ได้สาวใช้ชื่อ น.ส.ลำดวน (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี จึงมอบหมายให้ดูแลห้องนอน และดูแลลูกสาว จากนั้นได้ขับบิ๊กไบค์ไปพัทยา 3 วัน เมื่อกลับมาผลปรากฏว่า สร้อยคอทองคำ 3 เส้น หนักรวมกัน 8 บาท แหวนทอง 4 วง หนักรวมกัน 6 บาท รวมทั้งพระเครื่องที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ อาทิ พระสมเด็จเกศไชโย พระสมเด็จบางขุนพรหม พระซุ้มกอ ปิดตาวัดหนัง พิจิตรเม็ด ข้าวเม่า รวมมูลค่าประเมินไม่ได้หายไป

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปสอบตรวจสอบที่บริษัทจัดหางาน กลับพบว่า "แม่บ้านแสบ" ใช้บัตรประชาชน และเอกสารปลอมมาสมัครงาน

ขณะที่ บริษัทจัดหางาน อ้างว่า เป็นแค่นายหน้าเพื่อจัดหาแม่บ้านให้กับลูกค้ามาเป็นเวลานาน ไม่เคยมีปัญหาใดๆ ส่วนคนร้ายที่ใช้ชื่อ น.ส.ลำดวน ได้เข้ามาสมัครงานกับตน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 14 ก.พ. เห็นว่าเป็นคนดูขยัน เอาการเอางาน เลยไม่ได้ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด

คดีนี้ ตำรวจไม่สามารถระบุได้ว่า บริษัทจัดหางานเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะอ้างว่าตรวจสอบไม่ละเอียด ขณะที่ลายนิ้วมือที่พิมพ์ก็มีลักษณะจงใจให้ขาดหาย ไม่สามารถตรวจสอบกับทะเบียนประวัติอาชญากรรมได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมา น.ส.ลำดวน ตัวจริง ได้เข้าแสดงความบริสุทธิ์ใจกับเจ้าหน้าที่ และ พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม เผยว่า ผู้ต้องหาตัวจริง คือ นางนพรัตน์ เจือสุวรรณ์ อายุ 49 ปี อยู่เลขที่ 16/1 หมู่ 3 ต.บ้านกระแชง อ.เมืองปทุมธานี โดยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี

ในตอนหน้า ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะนำวิธีป้องกัน "สาวใช้มหาภัย" มานำเสนอ ส่วนจะมีวิธีการอะไรบ้างนั้นโปรดติดตาม

งานนี้อาจจะมี "เกลือเป็นหนอน" หรือ "คนใน" ชี้ช่อง คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อน สำหรับ คดี "ย่องเบายกเซฟ" คฤหาสน์อภิมหึมามหาเศรษฐี เจ้าสัวซีพี ผู้ทำธุรกิจครอบจักรวาล มูลค่านับ 10 ล้านบาท โดยไม่มีร่องรอยการงัดแงะ 6 ม.ค. 2559 15:50 7 ม.ค. 2559 00:32 ไทยรัฐ