วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
BMW M2 จิ๋วเล็ก เจ็บลึก

BMW M2 จิ๋วเล็ก เจ็บลึก

  • Share:

รถเล็กพลังสูงกำลังไปได้สวยจากตัวเลขยอดขายทั่วโลกที่ดีขึ้นเรื่อยๆ สมรรถนะบนเรือนร่างกะทัดรัดและเน้นหนักด้านความบันเทิงในการขับ ทำให้แบรนด์รถยนต์ชั้นนำอย่าง Mercedes Benz / BMW / Audi / Volkswagen / Ford พากันปรุงแต่งตัวแรงไซส์เล็กให้ออกมาถูกจริตกับเศรษฐีขี้เล่นที่ชอบของแปลก ล่าสุดกับงานขับสี่ตัวจิ๋วของ Audi ในรถสปอร์ตรุ่น RS3 Sportback จัดหนักด้วยการอัพกำลังให้รถเล็กขับสี่รุ่นนี้มีม้าท่วมท้นมากถึง 367 แรงม้าในเครื่อง 5 สูบเทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร พร้อมแรงบิดสุดกระชากที่ 465 นิวตันเมตร อัดจาก 0-100 ใน 4.3 วินาที และมีความเร็วปลายสูงมากถึง 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรถที่มีขนาดโตกว่า Suzuki Swift หน่อยเดียว แบรนด์ตราดาวเจ้าประจำก็ไม่ยอมน้อยหน้าคู่แข่งร่วมสัญชาติด้วยการลงมือลงแรงอย่างหนักอัพกำลังของ Mercedes Benz A45 AMG 2016 แฮตช์แบคขับสี่ตัวแสบจิ๋วประจำค่ายจนได้พลังเพิ่มมากขึ้นเป็น 280 กิโลวัตต์ หรือ 375.33 แรงม้า แรงบิดทะยานขึ้นไปที่ 475 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 ใน 4.2 วินาที โดยมีความเร็วสูงสุด 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บ้ากันขนาดหนักเลยทีเดียว

กำลังในรูปของแรงบิดที่ได้รับจากเครื่องยนต์สมรรถนะสูงไซส์กะทัดรัดกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ในการเลือกรถเล็กประสิทธิภาพสูงของลูกค้าคนรวย หลังจากการสร้างรถเล็กจอมแสบอย่าง BMW M135i ตามด้วย BMW M235i การอัพเกรดรถเล็กบ้าพลังของคู่แข่งทั้งสองแบรนด์อย่าง Mercedes Benz และ Audi ทำให้ BMW Group อยู่ไม่เป็นสุข กำลังที่อ่อนด้อยกว่าคู่แข่งทำให้ผู้บริหารของ BMW นั่งไม่ติด และทำให้โครงการ BMW M2 กลายเป็นความจริงแทนที่จะเป็นแค่ภาพร่างในคอมพิวเตอร์บนโต๊ะของฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ BMW M2 ถือกำเนินเกิดขึ้นมาเพื่อเอาชนะรถคู่แข่ง รวมถึงยังเป็นการสานต่อประวัติศาสตร์ของ M-Power ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการสร้างจักรกลสองสายพันธุ์ที่ใช้ขับบนถนนในชีวิตประจำวันและซิ่งไปในสนามแข่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ M2 หยิบยืมเครื่องยนต์ของ M235i มาทำการดัดแปลงปรับปรุงไส้ในให้เหนียวมากยิ่งขึ้น เปลี่ยนกระบอกสูบและลูกสูบใหม่หมด ดัดแปลงตำแหน่งของข้อเหวี่ยงให้ดีขึ้น และทำการอัพซอฟต์แวร์หลักที่ใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ใหม่หมด โดยปรับให้กำลังมากขึ้นอีกนิด พร้อมกับการนำเอาแชสซีและชิ้นส่วนช่วงล่างบางชิ้นจาก BMW M3 F80 มาใช้ ผลลัพธ์ที่ได้คือปีศาจจิ๋วตัวใหม่ที่แรงสุดลิ่มทิ่มประตูสาแก่ใจพวกชอบของแปลกไปตามๆ กัน

เครื่องยนต์ 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ เทคโนโลยีจากเครื่องยนต์ของ M235i มีรอบเครื่องสูงสุดถึง 7,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีให้เลือกสองแบบสำหรับคนที่ชอบสับเกียร์เองหรือพวกรักความสบายที่ชอบเกียร์ออโต เกียร์แบบแรกคือเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ส่วนเกียร์แบบที่สองเป็นเกียร์ออโตทวินคลัตช์ ซึ่งมีคลัตช์สองชุดคอยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการทดกำลังที่มาพร้อมความรวดเร็วในการสับเปลี่ยนอัตราทด เกียร์ออโตทวินคลัตช์ 7 สปีดจาก M3 / M4 มีศักยภาพสูงมากพอและมีความทนทานเหมาะกับการใช้งานหนัก จึงถูกยกมายัดใส่ในระบบส่งกำลังของ M2 อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 7.9 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร หรือ 35.8 ไมล์ต่อแกลลอน ปล่อย CO2 185 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร แรงบิดสูงสุดของเครื่องยนต์ทะลักออกมาในย่าน 1,400 ถึง 5,560 รอบต่อนาที ฟังก์ชั่น Overboost เพิ่มแรงบิดให้อีก 35 นิวตันเมตร หรือ 26 ปอนด์-ฟุต แรงบิดในจังหวะ Overboost มากถึง 500 นิวตันเมตร หรือ 369 ปอนด์-ฟุต ระหว่าง 1,450 ถึง 4,750 รอบต่อนาที หวดกับ A45 AMG และ Audi RS3 Sportback แบบไม่ต้องเกรงอกเกรงใจกันอีกต่อไป ประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยมของเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo มาตรฐานไอเสีย EURO-6 การปรับลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์หกสูบเทอร์โบคู่ รวมถึงการลดน้ำหนักจากฝากระโปรง บานประตูและผืนหลังคาที่ทำจากอลูมินั่มอัลลอยทำให้สมรรถนะของมันพุ่งขึ้นจนยันเพดาน

ชิ้นส่วนช่วงล่างอัลลอยพวกปีกนกและก้านยึดต่างๆ ของ M3 พร้อมแชสซีที่แน่นตึ้บถูกนำมาปรับใช้ใน BMW M2 เป็นการเพิ่มความหนึบในระดับตุ๊กแกเรียกพี่ ความนิ่งหนึบของ M2 ตัวใหม่ยังเกิดขึ้นจากล้อต่างไซส์แบบหน้าเล็กหลังใหญ่สไตล์รถขับหลัง ล้ออัลลอย M ขอบ 19 นิ้ว กับยางตัวโหดของ Michelin รุ่น Pilot Super Sport เติมเต็มกริบที่มั่นคงส่งเสริมการทำงานของแรคพวงมาลัยไฟฟ้าแบบใหม่ ล้อน้ำหนักเบาขนาด 19 นิ้ว ลวดลาย M เป็นล้อ M เวอร์ชั่นล่าสุดแบบ 5 ก้านคู่สีเงินสลับดำ ล้อหน้า 9J x 19 ล้อหลัง 10J x 19 พร้อมยางล้อหน้าไซส์ 245/35ZR19 สำหรับยางล้อหลังซึ่งรับหน้าที่เป็นล้อขับเคลื่อนยัดยางไซส์โตขนาด 265/35ZR19 ยาง Michelin รุ่น Pilot Super Sport เป็นยางสมรรถนะสูงที่ถูกนำมายัดใส่ในรถ M2 เหมือนกับรถ M-Car รุ่นพี่ทุกประการ ระบบเบรกมีประสิทธิภาพสูงเพื่อหยุดยั้งฝูงม้า 370 ตัว คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าแบบสี่ลูกสูบกับคาร์ลิปเปอร์เบรกหลังสองลูกสูบพ่นสีฟ้าประทับตราโลโก้ M ที่คาร์ลิปเปอร์เบรกหน้า จานเบรกเหล็กหล่อด้านหน้าขนาด 380 มิลลิเมตร และจานเบรกหลังขนาด 370 มิลลิเมตร แผ่นดิสก์เบรกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากอลูมิเนียม ทำให้น้ำหนักใต้สปริงของเจ้า M2 ลดลงไปพอสมควรเมื่อควบรวมกับน้ำหนักที่เบาหวิวของล้ออัลลอย M

ออฟชั่นระบบควบคุมการทรงตัวและปรับระดับความสูง-ต่ำของช่วงล่าง M Dynamic Mode กับ Active M Differential เปลี่ยนรถเล็กคันนี้ให้กลายเป็นตัวแสบด้วยกลไกไฟฟ้าที่คอยเซ็ตช่วงล่างให้เข้ากับอารมณ์ของคนขับ โหมด M Adaptive ปรับน้ำหนักพวงมาลัย ตำแหน่งของอัตราทดที่เหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์และสปีดความเร็วรวมถึงระดับความสูงของตัวรถ ปรุงแต่งด้วยภาคบังคับจากซอฟต์แวร์ที่ปรับจูนมาเป็นอย่างดีเพื่อการทำความเร็ว BMW M2 เร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.2 วินาที ความเร็วปลายสามารถทะยานไปได้ถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เท่ากับ M3 และ M4 ด้วยออฟชั่น M Drivr's Package ปลดล็อกความเร็วจาก 250 ไปที่ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับการอัดทางยาวบนออโตบาห์น

M3 และ M3 ให้อารมณ์ของการขับเหมาะสมกับพวกชายวัยกลางคนที่ชอบสปอร์ตพันธุ์แท้ ส่วน BMW M2 มอบความรู้สึกคล้ายกับการขับรถโกคาร์ทในสนามแข่งมากกว่า ช่วงล่างที่แข็งกว่า Series-2 Coupe หรือแม้แต่ M235i สอดคล้องกับพลังงานที่เพิ่มขึ้นของเครื่องยนต์ พร้อมๆ กับความเป็นไดนามิกที่ไม่เคยจืดจางท่ามกลางกลไกไฟฟ้าจาก BMW M-Division ภายในของ M2 มีการผสมผสานกันระหว่างงานตกแต่งภายในของ M รุ่นพี่กับวิถีทางในการรังสรรค์อุปกรณ์ให้โดนจิตโดนใจกลุ่มลูกค้า พวงมาลัย M แบบสามก้านยกมาจาก M3 / M4 แป้น Paddle Shift ก็ด้วย แดชบอร์ดย่อขนาดลงมาเล็กน้อยตามมิติของตัวรถที่เล็กกว่า เบาะนั่ง M มีขนาดย่อมลงมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเบาะของ M3 และ M4 จอแสดงผลส่วนกลางพร้อม iDRIVE แบบสัมผัสกับชุดควบคุมอุณหภูมิสไลด์ BMW คืออุปกรณ์มาตรฐานของ M2 ปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อนก็ยังยกเอามาจากรถรุ่นพี่ ซึ่งมีโหมดมาให้เลือกแค่สามโหมด (COMFORT, SPORT และ SPORT+)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้