วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมียนมา เพื่อนบ้านมหาเศรษฐี

เดือนที่แล้ว ราคาลำไยจันทบุรียังดีอยู่ครับ พ่อค้าจีนยังซื้อที่กิโลกรัมละ 40-45 บาท

แต่กลับมาเมืองจันท์ เมื่ออังคารที่ผ่านมา ชาวสวนลำไยที่เคยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส กลับมีหน้าตาเศร้าหมอง และเล่าให้ผมฟังว่า เมื่อสถานที่รับซื้อผลไม้เหลือแต่เพียงของคนจีนแต่เพียงชาติเดียวแล้ว พ่อค้าจีนก็เริ่มออกลายด้วยการบอกว่าเศรษฐกิจจีนไม่ดี อั๊วซื้อในราคาที่เคยทำสัญญากับลื้อไม่ได้แล้ว ต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งผู้อ่านท่านครับ 20 บาท เป็นราคาที่ชาวสวนขาดทุน ชาวสวนลำไยเริ่มลำบากคล้ายชาวสวนยางพาราแล้วครับ

สมัยก่อน นักศึกษาที่มีความจำเป็นต้องขายเรือนร่าง มีเฉพาะนักศึกษาที่มาจากบางภาคของประเทศ แต่วันนี้ เริ่มระบาดไปถึงลูกหลานของคนทุกภาคแล้วครับ เมื่อสอบถามตามเหตุผล ก็ได้คำตอบว่า ราคายางพาราตกมากขนาดนี้ ลูกจ้างกรีดยางที่บ้านหนู ไม่ยอมกรีด บอกว่าไม่คุ้ม เมื่อก่อนพ่อแม่หนูมีรายได้เดือนละหลายหมื่น วันนี้ซักหมื่นเดียวก็ไม่ได้ หนูใกล้จะเรียนจบแล้ว ถ้าไม่มาทำ อย่างนี้ หนูจะเอาเงินที่ไหนไปเรียนล่ะคะ

ประเทศที่เศรษฐกิจไปได้ดีในประชาคมอาเซียนตอนนี้น่าจะเป็นเมียนมา หลังจากที่มีการเลือกตั้งอย่างเป็นประชาธิปไตย เงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าเมียนมา แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่เคยแอนตี้เมียนมา ก็ยังออกมาประกาศว่า เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยของเมียนมา หลังจากอยู่ภายใต้การปกครองของทหารมานานหลายศตวรรษ สหรัฐฯจึงเตรียมประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อเมียนมาอย่างถาวร แต่จะยังคงมาตรการคว่ำบาตรลงโทษต่อผู้ที่มีความสัมพันธ์กับกองทัพเท่านั้น

......ต้นเดือนธันวาคม 2558 รัฐบาลเมียนมากำหนดพื้นที่ในเมืองจอก์พยู ของรัฐยะไข่ ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีทั้งท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่พักอาศัย เพื่อให้เขตนี้เป็นประตูเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียน อินเดีย และจีน เพราะตรงเมืองจอก์พยูนี่ระยะทางสั้นที่สุดสำหรับการเดินทางไปค้าขายกับอินเดียและจีน ใครมาผลิตสินค้าในโรงงานที่นี่ ส่งไปขายให้พลเมืองในตลาดจีนที่มี 1,400 ล้าน+ตลาดอินเดียที่มี 1,200 ล้าน ได้อย่างสะดวกและเร็วที่สุด

รัฐบาลเมียนมาประกาศหาผู้มาลงทุนได้ไม่ถึงเดือน ปรากฏว่ากิจการร่วมค้าภายใต้การนำของบริษัท CITIC Group Corporation ของจีน ชนะในการเข้าไปเป็นผู้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษยะไข่ไปเรียบร้อย

.......MPRL E&P Pte Ltd. เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติเมียนมาที่ได้รับสัมปทานเข้าขุดเจาะหลุมก๊าซธรรมชาติทดสอบฉ่วย ยี ตุน-1 เมื่อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2557 ใครๆ ก็ดูหมิ่นถิ่นแคลนว่า บริษัทเมียนมาจะมีเทคโนโลยีขนาดหาก๊าซเจอเชียวเรอะ? จะสู้บริษัทอังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อิตาลี และอินเดีย ที่ไปแข่งกันเจาะได้หรือเปล่า?

แต่บริษัท MPRL E&P Pte Ltd. ก็จะเจอแหล่งก๊าซขนาด ‘ใหญ่มาก’ ที่ชายฝั่งของหาดเหง่ซอง เมืองพะสิม เขตอิรวดี ตรงที่เจออยู่ห่างจากชายฝั่งไป 48 กิโลเมตร เจอก๊าซที่ความลึก 5.3 กิโลเมตร ใต้จานขับก้านเจาะและ 2 กิโลเมตร ใต้ผิวน้ำ ซึ่งรัฐบาลเมียนมาออกมาแถลงแสดงความยินดีอย่าง เป็นทางการไปแล้วเมื่อ 4 มกราคม 2559

ปีงบประมาณ 2557-2558 เมียนมามีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมากถึง 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อบวกกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่งขุดเจอหมาดๆ อีกเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้เราทำนายทายทักได้เลยว่า เมียนมาน่าจะมีเงินเข้าประเทศมากขึ้นกว่าเดิมมาก

เมื่อบวกกับโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกในอ่าวเบงกอลและโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมที่บริษัทจีนเพิ่งคว้าสัมปทานได้ เราก็พอมองออกว่า เมียนมาจะเป็นประเทศที่ไปได้ดี

เมื่อนึกถึง FDI หรือเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้าเมียนมาอย่างมากหลังจากที่ประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว อีก 10 ปี เราต้องเรียกเมียนมาว่า ‘เพื่อนบ้านเศรษฐี’.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

6 ม.ค. 2559 10:12 6 ม.ค. 2559 10:12 ไทยรัฐ