วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปตัวเองก่อนสายเกินแก้

เริ่มต้นปีใหม่น่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงตัวเองเพื่อเริ่มต้นกันใหม่ได้ด้วยการย้อนกลับไปดูในสิ่งที่พูดและ การกระทำ ไปนั้นมีข้อดีข้อเสีย จุดอ่อน จุดบกพร่องอย่างไรแล้วนำมาแก้ไข เพื่อเป็นการปฏิรูปตัวเอง

ยิ่งมีตำแหน่งสำคัญเป็นผู้นำประเทศยิ่งต้องคิดและไตร่ตรองให้รอบคอบจากบทเรียนที่ผ่านมาเพราะมิใช่แค่ตัวเองเท่านั้น

แต่มันเป็นเรื่องของชาติบ้านเมืองในความรับผิดชอบ จึงต้องให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องนี้เป็นพิเศษ

ไม่มีใครดีเลิศไปเสียทุกอย่าง

แม้จะมีความตั้งใจ จริงจัง เสียสละแค่ไหนก็ตาม อาจจะกลายเป็นกิ้งกือตกท่อเอาได้ง่ายๆด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือพูดจนได้เรื่องทำนองนั้น

“ปีหน้าผมก็จะให้ของขวัญตัวเองเหมือนกัน ปีหน้าผมจะพูดให้น้อยลง หงุดหงิดน้อยลง ทะเลาะกับนักข่าวน้อยลง ต้องทำตัวเป็น Good Guy แล้วนะ

ไม่ได้แล้ว 2 ปีแล้ว ที่ผมดุเดือดมากไปหน่อย 2 ปี เพราะว่าเป็นช่วงเริ่มต้นไง เพราะงั้นช่วงปีต่อไปเป็นเรื่องการปฏิรูป”

“ผมบอกแล้วไงทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ผมปฏิรูปตัวเองด้วย ทุกคนทำให้ผมหงุดหงิด ทำให้ผมต้องพูดเยอะ ปฏิรูปตัวเองด้วยนะ อย่าให้ผมทำคนเดียว”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.ตั้งปณิธานเอาไว้ต่อสาธารณชนว่าจะประพฤติปฏิบัติตนใหม่

พอเริ่มต้นก็เริ่มปฏิบัติการทันทีด้วยการให้สัมภาษณ์นักข่าวครั้งแรกที่ใช้เวลาแค่ 2 นาทีกว่า ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นหนังม้วนยาวแทบทุกครั้งไป

แถมยังแสดงอารมณ์กราดเกรี้ยวมาตลอด ดีที่ว่ายังมีลูกเล่นลีลาที่แพรวพราวและกล้าพอที่จะใช้คำว่า “ขอโทษ” เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือรู้ตัวว่ามากเกินไปแล้ว

ผมว่าการเปลี่ยนบุคลิกภาพและท่าทีคงไม่ใช่นักข่าวพอใจเท่านั้น แต่เชื่อว่าประชาชนก็คงจะพึงพอใจด้วยเพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

ที่สำคัญก็คือบรรดารัฐมนตรีและทีม คสช. ควรจะมีการปรับตัวเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะบางคน พอนายกฯเกิดอาการฉุนเฉียวในบางเรื่องบางประเด็นก็เล่นลูกตามเพื่อให้ทันบท เผอิญที่ว่าลูกเล่นลูกฮาสู้นายกฯไม่ได้

แทนที่จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ตรงกันข้ามหนักเข้าไปอีก

ยิ่งวันนี้ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าสถานการณ์ของประเทศชาตินั้นเป็นอย่างไร จึงไม่ควรที่จะทำให้เกิดประเด็นหรือเงื่อนไขที่ทำให้เป็นจุดอ่อนเข้าทางฝ่ายตรงกันข้ามที่พร้อมจะโจมตีอยู่แล้ว

การที่นายกฯพยายามที่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นหลายช่องทางหลายประตูนั้น มีเจตนาเพื่อจะสร้างความเข้าใจและต้องการแก้ไข ปัญหาต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

ของแบบนี้มันต้องทำให้พอดี พอเหมาะ พอควร ไม่ใช่ยัดเยียด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อในที่สุด

“ปฏิรูปตัวเอง” ด้วยการทำหน้าที่ให้ดีที่สุดมากกว่าการพูดมาก หงุดหงิด อารมณ์เสีย ย่อมทำให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ย่อมไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น

สู้การปฏิบัติที่เป็นจริงไม่ได้!?!

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วมีข้อเตือนใจถึงท่านนายกฯด้วยว่า การตัดสินใจเรื่องใดๆนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องคำนึงประโยชน์ของชาติ-ประชาชน จึงมีเสียงเรียกร้องให้ “เด็ดขาด” มากกว่านี้

ไม่ว่าจะเป็นพี่ เพื่อน น้องที่มีปัญหาก็ต้องกล้าที่จะ “เด็ด” ให้ ขาด ไม่ใช่เกรงอกเกรงใจเก็บงำเอาไว้จนเสียงานใหญ่ ไม่ต้องบอกว่าใคร อย่างไร

นายกฯนั่นแหละรู้ดีที่สุดและอึดอัดที่สุด...

“สายล่อฟ้า”

6 ม.ค. 2559 10:06 6 ม.ค. 2559 10:06 ไทยรัฐ