วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับโหมดพลังถดถอย

ปรับโหมดพลังถดถอย

  • Share:

2 นาที 47 วินาที ตัวเลขที่นักข่าวจับเวลา “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนประเดิมการทำงานศักราชใหม่ที่ทำเนียบรัฐบาล และอีก 7 นาที 30 วินาที ในการให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.วันถัดมา

ภายหลังประกาศในรายการคืนความสุขฯจะปฏิรูปตัวเอง พูดให้น้อยลง หงุดหงิดให้น้อยลง

ปรับลุคเป็น “good guy” เด็กดีในสายของสื่อ

งานนี้ถือว่าเอาจริงเอาจัง ตามยุทธศาสตร์ “บิ๊กตู่” ต้องปิดปลายคาง กลบจุดอ่อน หลังรับรู้กระแสสังคม บทอารมณ์ร้อนปากร้ายทำให้เสียเหลี่ยมเสียแต้มไปเยอะในรอบปีที่ผ่านมา

ยิ่งเป็นอะไรที่สถานการณ์เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ผ่านมาถึงปีที่สองของรัฐบาลทหาร เรตติ้งของ “นายกฯลุงตู่” ไม่ติดลมบนเหมือนตอนยึดอำนาจใหม่ๆ

มันจึงไม่ควรเสี่ยงทำอะไรให้ขัดหูขัดตาประชาชน จุดชนวนให้โดนหมั่นไส้โดยไม่จำเป็น

ดึงจังหวะผ่อนคันเร่งไว้ปลอดภัยกว่า

ตรงกันข้ามกับจังหวะที่ต้องเหยียบคันเร่งแรงขึ้นทุกขณะ กับฉากที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความเคลื่อนไหวให้ติดตามตลอดในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

เดินสายกันแบบ “นันสต๊อป” แบบที่พาลูกชายเล่นน้ำทะเลที่พัทยา อีกวันไปเที่ยวเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ล่าสุดแวบทำบุญในภาคอีสาน ลงพื้นที่พบปะกองเชียร์ที่จังหวัดขอนแก่น

และตามฟอร์มต้องอัพเดตลงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ยึดพื้นที่โซเชียลเน็ตเวิร์กรายวัน

ที่สำคัญมันยังมีเหลี่ยมเร้ากระแส โดยจังหวะที่ปฏิทินปีใหม่รูปคู่ “ยิ่งลักษณ์” กับพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลายเป็นปมร้อนให้ฝ่ายความมั่นคงส่งทีมไล่บี้ไล่บล็อก

เข้าล็อกเกมเลี้ยงเรตติ้งของโคตรเซียนการตลาด

เอาเป็นว่าคาดการณ์ตามไฟต์บังคับ อดีตนายกฯผู้นำหญิงต้องเร่งเกมมวลชน

เร้ากระแสกองเชียร์เพื่อลุ้นวัดดวงวัดใจ

ในสถานการณ์ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเริ่มนัดสืบพยานคดีที่อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ตกเป็นจำเลยฐานปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ตามสัญญาณเร้าๆแบบที่ “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต นั่ง “ทางใน” ยืน “ทางนอก” บอก “ยิ่งลักษณ์” ต้องหนีคดีไปต่างประเทศไม่เกินกลางปีนี้

ขืนยี่ห้อ “ทักษิณ” นิ่ง ก็เท่ากับรอรับชะตา

สรุปประเมินอาการทั้ง 2 ฝ่าย ที่กำลังปรับโหมดเข้าสถานการณ์เดิมพัน ตามเงื่อนไข “นายใหญ่” ต้องขยับเกมมวลชนยื้อสู้คดีจำนำข้าวไม่ให้น้องสาวเสี่ยงคุก ในขณะที่หัวขบวน คสช.อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องปรับยุทธศาสตร์ประคองอำนาจพิเศษที่เริ่มไม่ขลัง

ต่างฝ่ายต่างพลังถดถอยด้วยกันทั้งคู่

และที่กำลังถดถอยสุดๆไม่แพ้กัน กับความพยายาม “ยกเครื่อง” กันใหม่ สถานการณ์ฝุ่นตลบในพรรคประชาธิปัตย์

ที่มีชื่อของนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน มวยรุ่นเก๋าของประชาธิปัตย์ โผล่มาท้าชิงเก้าอี้แม่ทัพกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

แม้จะปฏิเสธกันตามมารยาทฉากหน้า แต่ถ้าไม่มีไฟ คงไม่มีควัน

ที่แน่ๆก่อนหน้านั้น มันก็มีการชงชื่อของ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เข้ามาประกบกับนายอภิสิทธิ์ โดยมี “ลุงกำนัน” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ กปปส.เป็นโปรโมเตอร์ถือหางฝ่าย “คุณชายหมู”

แต่กระแสไม่รับ มวยหลักเข็นไม่ขึ้นเลยต้องฟาวล์ไป

เรื่องของเรื่อง โดยฉากโยงต่อเนื่อง เกมโละ “อภิสิทธิ์” มันน่าจะเป็นผลพวงจากอาการผิดหวังของ “ลุงกำนัน” ที่อุตส่าห์ลงทุนลงแรงโค่นรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” หักนอมินี “ทักษิณ” ได้อีกคำรบ

แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับไม่สมกับที่เสี่ยงตายเดินนำม็อบมา

“ทวงบิล” ออกอากาศก็เจอมุกเขี้ยวของทหาร ต้องหลบไปบวชนานนับปี

อะไรไม่เท่ากับว่า ทีมงาน กปปส.ก็ถูกตั้งแง่รังเกียจในการหวนกลับไปลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ เพราะภาพพวกนิยมม็อบนอกสภาขัดกับเจตนารมณ์พรรค

คิวนี้เลยต้องหักดิบ ถึงขั้นยึดค่ายกันเลย.

ทีมข่าวการเมือง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้