วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่าเคย-มะหาด-ไม้เต็ง โมเดลปันน้ำรับโลกร้อน

ถึงจะมีอ่างเก็บน้ำให้ชาวบ้านได้อุปโภคบริโภคทำการเกษตรพร้อมมูล แต่ด้วยโลกเปลี่ยนไป อ่างเก็บน้ำที่ช่วยตุนเก็บน้ำ ลดท่วมในหน้าฝน และไว้แจกจ่ายในยามแล้งกลับมีปัญหา...บางแห่งน้ำมีมากล้นจนท่วม อีกแห่งที่อยู่ห่างกันไม่มากนักกลับแล้งเสียจนไม่มีน้ำให้เกษตรกรยาไส้

สภาพเช่นนี้มีให้เห็นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย...ลุ่มน้ำภาชี (ราชบุรีฝั่งตะวันตก) ลุ่มน้ำย่อยของลุ่มน้ำแม่กลอง มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรีในเขต อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ไหลลัดเลาะมาบรรจบแควน้อย ที่ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี เป็นอีกพื้นที่ที่มีปัญหาลักษณะนี้

ลุ่มน้ำภาชีตอนบน มีอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย ความจุ 26 ล้าน ลบ.ม. จ่ายน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน 10,000 ไร่ ...ตอนกลาง มีอ่างเก็บ น้ำห้วยมะหาด ความจุ 4.3 ล้าน ลบ.ม. เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตร 3,900 ไร่...ตอนล่าง พื้นที่เกษตรสำคัญของตัวเมืองราชบุรี มีอ่าง เก็บน้ำสำนักไม้เต็ง ขนาดความจุ 36 ล้าน ลบ.ม. ป้อนให้เรือกสวนไร่นา 33,000 ไร่

“พื้นที่นี้ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องน้ำ แต่ด้วยภาวะโลกร้อน ธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ของลุ่มน้ำตอนบนมีสภาพเป็นป่าภูเขา สูง มีพื้นที่รับน้ำฝนมากถึง 240 ตร.กม. น้ำที่ไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคยเลยมีมากจนล้นเกินความต้องการปีละ 13 ล้านคิว อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาดตอนกลางก็เช่นกัน มีน้ำล้นไหลทิ้งไปอีกกว่าล้านคิว ที่สำคัญน้ำที่ล้นสปิลเวย์ลงสู่คลองจะไหลหลากเร็วมาก เพราะลำน้ำมีความลาดชันสูง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน

แต่ขณะเดียวกันอ่างเก็บน้ำสำนักไม้เต็งที่อยู่ตอนล่างรับน้ำจากอีกลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำภาชี กลับมีปัญหาภัยแล้งทุกปี กักเก็บน้ำไม่ได้ตามเป้า ไม่เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ชลประทานได้ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมชลประทานจึงมีแนวคิดร่วมกันที่จะบริหารจัดการลุ่มน้ำแบบบูรณาการขึ้นมา”

นายประสิทธิ์ พัวทวี ผอ.สำนักพัฒนาแหล่งน้ำ กรมทรัพยากร เล่าถึงที่มาของโครงการผันน้ำเกินมาสู่พื้นที่แล้งน้ำ ผ่านทางท่อส่งน้ำขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง 80 ซม. ยาว 24 กม. เพื่อปันน้ำส่วนเกินจากอ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย 5 ล้าน ลบ.ม. มาลงอ่างเก็บน้ำห้วยมะหาด ก่อนจะส่งต่อไปยังอ่างเก็บน้ำสำนักไม้เต็ง เพื่อจะได้มีน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตร 33,000 ไร่ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง จะแล้วเสร็จภายในปี 2559 นี้

“กว่าจะลงมือทำโครงการนี้ได้ เราต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจกับชาวบ้านนานพอสมควร เพราะชาวบ้านในพื้นที่ตอนบนกลัวว่าการผันน้ำแบบนี้จะทำให้ตัวเองมีน้ำไม่พอใช้และต้องประสบภัยแล้งตามมา แต่เมื่อได้ชี้แจงอธิบายให้เข้าใจว่า การปันน้ำไปให้คนตอนล่างเป็นแค่เพียงการนำน้ำส่วนเกินที่ไหลทิ้งทะเลไปฟรีๆ ปีละ 10 ล้าน ลบ.ม. และแบ่งส่วนเกินไปเพียง 5 ล้าน ลบ.ม. ในช่วงหน้าฝนแค่ 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมหลากในพื้นที่ตอนบนได้ด้วย”

เมื่อชาวบ้านเข้าใจ โครงการปันน้ำจากพื้นที่น้ำอุดมไปสู่พื้นที่ขาดแคลนจึงเกิดขึ้นได้ เพื่อพี่น้องไทยจะได้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืนและมั่นคงมากขึ้น.

ชาติชาย ศิริพัฒน์

ถึงจะมีอ่างเก็บน้ำให้ชาวบ้านได้อุปโภคบริโภคทำการเกษตรพร้อมมูล แต่ด้วยโลกเปลี่ยนไป อ่างเก็บน้ำที่ช่วยตุนเก็บน้ำ ลดท่วมในหน้าฝน และไว้แจกจ่ายในยามแล้งกลับมีปัญหา...บางแห่งน้ำมีมากล้นจนท่วม... 5 ม.ค. 2559 10:47 5 ม.ค. 2559 10:49 ไทยรัฐ