ข่าว
100 year

โชคดีที่ยังอยู่ด้วยกันอีกปี

น้าเน็ก6 ม.ค. 2559 05:01 น.
SHARE

เชื่อว่าพอใกล้ช่วงสิ้นปีทีไร เราส่วนใหญ่จะมีความคิดชนิดหนึ่งผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติกันเป็นประจำ นั่นคือการย้อนนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาตลอดสามร้อยหกสิบห้าวัน บางคนอาจย้อนดูว่าปีนี้อ่านหนังสือไปได้กี่เล่ม ดูหนังกี่เรื่อง ได้เที่ยวที่ไหนบ้างไหม แล้วแต่ความสนใจ มีจำบ้างลืมบ้างสลับกันไป ผมก็ด้วยครับ เรื่องที่ผมมักคิดถึงเสมอทุกๆ ช่วงท้ายปีก็คือ “ปีนี้เหลือใครอยู่ในชีวิตบ้างนะ”

ฟังผ่านๆ ออกทรงจะหดหู่ ยังครับ ยังหดลงไปได้มากกว่านี้อีก เพราะประโยคดังกล่าวยังหมายรวมถึง “ทำใครหล่นหายไปจากชีวิตบ้าง” อีกด้วย

แน่นอนว่าไม่ใช่ในรูปแบบของการล้มหายตายจาก (ถึงระยะหลังจะเริ่มใช่บ่อยขึ้น) แต่คิดแล้วก็อดจะห่อเหี่ยวใจเล็กๆ ไม่ได้ทุกที แม้บางคนที่หายไปนั้น เราจะแอบสะใจว่าหายไปซะได้ก็ดี แต่นั่นแหละ การมีใครให้ต้องรู้สึกแบบนี้ด้วยบ่อยๆ ก็แปลว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไรหรือเปล่า (ยิ่งพูดยิ่งสับสน)

คำว่า “ปีนี้มีใครหายไปจากชีวิตบ้าง” คล้ายๆ เป็นการพูดเพื่อสำรวจตัวเอง ว่าตลอดสิบสองเดือนที่มีผู้คนมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาทำความรู้จัก มีใครบ้างที่ยังคงผูกสนิทเป็นมิตรหมี ใครที่เรายินดีจัดเขาไว้ในโซนสีเขียว อันหมายถึงน่าคบ และใครที่โฉบเข้ามาแค่ชั่วระยะสั้นๆ แล้วมีเหตุให้ระเบิดตัวเองทิ้งไปในที่สุด

ซึ่งก็พบว่าเยอะมาก … คืออีพวกหลังเนี่ยเยอะมาก

จริงๆ ที่โกยใส่ที่ตักขี้ผงทิ้งไปก็นับไม่ถ้วน แต่ส่วนตัวอาจไม่รู้สึกว่ามากขนาดนั้น เพราะเราจำไม่ค่อยได้เอง จัดเป็นกลไกธรรมชาติที่วิเศษ เมื่อความทรงจำส่วนที่ไม่มีสาระ ไม่จำเป็น จะถูกทำลายลงไปเองในท้ายสุด แรมน้อย ใช้สอยประหยัด เก็บไว้จำแต่ที่ดีงามและสร้างสรรค์ก็พอ

การย้อนกลับไปคิดถึงเรื่องเก่าหรือคนรู้จักในชีวิตประจำวัน จะมีผลอยู่สองแบบ ถ้าเป็นเรื่องดี พอได้ระลึกถึงก็เหมือนรื้อกล่องใส่อัลบั้มรูปเก่ามาดู แม้จะเห่ยเฟ่ย เปิ่นเป๋อแค่ไหน แต่พอย้อนกลับไปเห็นอีกครั้งก็ยังขำ ตลกดี อัปลักษณ์แท้แบบนี้กูจริงรึ ยังมีความสุข

แต่ถ้าเป็นมุมแย่ๆ เป็นเรื่องราวของคนที่ไม่ได้อยากจดจำซักเท่าไร ก็มีแต่หงุดหงิดใจ ไม่ต่างกับการรื้อตู้เก็บของเก่า ไม่ได้อะไรนอกจากฝุ่นเต็มกบาล

เพราะฉะนั้น เราจะมาพูดถึงแต่คนดีๆ ที่เหลืออยู่และอยากคิดถึงเท่านั้นดีกว่า (สรุปไวมาก)

เอาแบบไม่ต้องแยกว่ารู้จักมานานแค่ไหน หรือใครมาก่อนมาหลัง แค่ระลึกชาติย้อนกลับไปว่าเรารู้จักกันได้ยังไง แค่นี้ก็ตื่นตาตื่นใจแล้ว ถ้าตัดที่รู้จักเพราะการทำงาน เพราะเรียนมาด้วยกันทิ้งไป เหลือเฉพาะที่โลกเหวี่ยงให้มาเจอเองโดยบังเอิญจริงๆ จะพบว่าหลายครั้งวิธีการพวกนั้นก็มหัศจรรย์

บางคนรู้จักเพราะเคยประสบความยากลำบากมาด้วยกัน ในช่วงสั้นๆ ที่ติดอยู่ในสนามบินเพราะแผ่นดินไหว

บางคนรู้จักเพราะเขาหลงทางอยู่ แถมผียังผลักให้เลือกมาถามทางกับเรา มนุษย์ผู้ซึ่งเรื่องอื่นอาจโง่ปานกลาง แต่เรื่องจำทางนี่โง่เป็นควายเข้าพอดี อยากช่วยแต่ตัวเองก็ดันง่อย สุดท้ายเลยหลงไปด้วยกัน
บางคนรู้จักเพราะร้านก๋วยเตี๋ยวมีโต๊ะไม่พอนั่ง จึงมูฟมารวมที่โต๊ะเดียว และปรากฏว่าคุยถูกคอ 

บางคนได้รู้จักเพราะชามะนาวในร้านกาแฟ

อีกคนรู้จักเพราะนั่งอยู่ในเทอร์มินัลเดียวกัน บินไฟลต์เดียวกัน กำลังเบื่อๆ เซ็งๆ เหมือนกัน จึงหันมาคุยกัน

บางคนโคจรมาเจอแค่เพราะเขาอ่านหนังสือของนักเขียนที่เราชอบอยู่พอดี

อีกจำนวนไม่น้อยที่เจอเพราะทวิตเตอร์เป็นสื่อกลาง และอื่นๆ สารพัดรูปแบบ

ถ้าเราจะได้พบกัน หรืออะไรสักอย่างกำหนดมาแล้วว่าต้องรู้จักกัน ต่อให้ห่างไกล ดูเป็นไปได้ยากแค่ไหน เชื่อสิว่าสุดท้ายก็จะมีวิธีการของมันเสมอ …

ซึ่งผมว่ามันก็ดี …

ยอมรับว่าก็มีบ้าง เวลาที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องเริ่มต้นสร้างความคุ้นเคยกับใครใหม่

เบื่อที่จะต้องเจอผู้คนแปลกหน้า ยิ่งในวัยที่ผ่านอะไรมาประมาณนึง เจอมนุษย์มาหมดแทบจะทุกประเภทแล้วก็ยิ่งสมควรให้เบื่อ เพื่อนฝูงพากันทักว่านี่มันแววคนจะเข้าสู่วัยทองหรือเปล่า หยาบคายจัง แต่หรือจะจริงวะ ก็ไม่ใช่วัยรุ่นหนุ่มสาวที่กระตือรือร้นกับการแสวงหาสังคมใหม่ๆ ตามหาเพื่อน หาก๊กแก๊งใหม่ๆ อีกแล้ว มิหนำซ้ำ กับบางคนนี่ แค่เห็นจุดเริ่มต้นก็รู้ละว่าจะดำเนินต่อไปยังไง ทางจบอยู่ตรงนั้นครับ ไปเลยครับ ก็มี…ต่อให้ต่าง ก็คงไม่ห่างจากที่คาดไว้เท่าไร … ก็บ่อย

แต่ในความจริง นอกเหนือจากอาการเบื่อพวกนั้น เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ทำนองนี้จะยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป พอมันพาเราไปพบ ไปรู้จักกับคนดีๆ ความเซ็งซึมที่ว่าก็จะหายไปอีกครั้ง ก็ต้องขอบคุณวงจรแบบนี้เหมือนกัน

ระยะหลังจึงเริ่มเปลี่ยนความคิด จากเดิมที่เน้นปริมาณ หันมาเน้นเชิงคุณภาพแทน เช่น เมื่อก่อนเคยคิดแค่ว่าปีนี้ได้มิตรสหายงอกขึ้นมากี่คน กลายเป็นตั้งโจทย์ว่า เรารักษาคนเก่าๆ เดิมๆ ที่มีอยู่ไว้ได้เท่าไร มีใครต้องคอนเวิร์สเลิกคบไปบ้างไหม เพราะอะไร ส่วนจะมีคนไหนเป็นหน้าใหม่เพิ่มเข้ามา ก็อย่ามัวแต่เอือม จงสแกนให้มากขึ้น

ทุกๆ สิ้นปีจึงเป็นเวลาแห่งการทำความเข้าใจกับตัวเองว่า … มิตรสหายที่มีอยู่เดิมจงเก็บรักษาไว้ ขณะเดียวกันก็อย่าเหนื่อยหน่ายไปเลยกับการทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ นอกจากจะเป็นเรื่องธรรมชาติแล้ว ถ้าวันไหนมันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งที่ดีในชีวิต เราจะมีความสุขเวลานึกถึง และขอบคุณจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้มาเจอกัน (บอกคนอื่นซะที่ไหน นี่บอกตัวเองทั้งนั้นแหละ)

น้าเน็ก & น้องเนิฟ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คนดังนั่งเขียนน้าเน็กน้าเน็กไทยรัฐไลฟ์สไตล์ข่าวไลฟ์สไตล์ข่าวคอลัมน์คนดังคอลัมน์ไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์น้องเนิฟวันปีใหม่เพื่อนใหม่มิตรสหาย

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้