วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทุกเรื่องล้วนบานปลาย

ทุกเรื่องล้วนบานปลาย

  • Share:

ตอนหนึ่งในคัมภีร์อัล-กุรอานกล่าวว่า “เจ้าอย่านำสิ่งใดมาเป็นภาคีแก่ข้า และจงทำให้บ้านของข้าสะอาดสำหรับผู้มาเวียนรอบ และบรรดาผู้ทำละหมาด และบรรดาผู้โค้งและบรรดาผู้กราบ”

อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ทรงกำหนดให้มุสลิมละหมาดวันละ 5 เวลา ได้แก่เวลาย่ำรุ่ง เรียกว่า ละหมาดซุบหฺ เวลากลางวัน เรียกว่า ละหมาดดุฮฺริอฺ เวลาเย็น เรียกว่า ละหมาดอัสริอฺ เวลาพลบค่ำ เรียกว่า ละหมาดมักริบ และเวลากลางคืน เรียกว่า ละหมาดอีซา ละหมาดทั้ง 5 เวลานี้ เรียกว่าเป็น ฟัรดู หมายถึง สิ่งที่จำเป็นจะต้องกระทำ

ปัจจุบันเริ่มมีโรงงานและบริษัทหลายแห่งในอเมริกาและยุโรปปฏิเสธการละหมาดของพนักงานที่เป็นมุสลิม เช่น เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โรงงานแปรรูปอาหารเนื้อสัตว์ คาร์กิล มีท โซลูชันส์ เมืองฟอร์ต มอร์แกน รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ไล่พนักงานมุสลิมเกือบ 200 คน ออกจากงาน หลังจากมีการผละงานเพราะพนักงานไม่พอใจที่โรงงานไม่อนุญาตให้พนักงานพักเบรกชั่วคราวเพื่อทำละหมาดพร้อมกันทีเดียวถึง 11 คน เรื่องนี้ทำให้คนอเมริกันทะเลาะเบาะแว้งกันเยอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโซเชียลมีเดีย แล้วก็ลามปามออกไปในหลายตรอกซอกมุมของโลก

นอกจากเรื่องของโลกขั้วเดียว โลกหลายขั้ว ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้งแย่งชิงอำนาจกันระหว่างสหรัฐฯ จีน รัสเซีย และอินเดียแล้ว ตอนนี้ความขัดแย้งในโลกอิสลามก็ยังเป็นประเด็นร้อน ผู้อ่านท่านคงตามข่าวแล้วนะครับ ว่าซาอุดีอาระเบียประหารชีวิตชีค นิมรา อัล—นิมรา ซึ่งเป็นการประหารชีวิตหมู่ 47 คน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ชีคท่านนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นนักวิพากษ์วิจารณ์ฝีปากกล้าต่อการปกครองที่กดขี่ของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียต่อชนกลุ่มน้อยซึ่งเป็นมุสลิมชีอะห์ นอกจากนั้น ชีคท่านนี้ยังเป็นอิหม่ามนิกายชีอะห์ชื่อดังมาก และเป็นผู้นำการเรียกร้องให้มีการชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยในซาอุดีอาระเบีย

พอชีค นิมรา อัล-นิมรา ถูกประหารชีวิต คนชีอะห์ทั้งโลกก็ประท้วงซาอุดีอาระเบีย ที่แรงจัดก็คือในกรุงเตหะราน ถึงขนาดมีการบุกเข้าไปเผาส่วนหนึ่งของอาคารสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำอิหร่าน

เรื่องก็เลยบานปลายถึงขนาด ซาอุดีอาระเบียแถลงตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน และสั่งให้เจ้าหน้าที่การทูตอิหร่านทั้งหมดเดินทางออกจากแผ่นดินซาอุดีอาระเบียภายในเวลา 48 ชั่วโมง

ซาอุดีอาระเบียเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือภารกิจสำคัญทุกอย่างของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยอเมริกาซัดกับอิหร่านหลายรอบ แต่เมื่อ 14 กรกฎาคม 2558 สหรัฐฯ และมหาอำนาจอีก 5 ประเทศ คือ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ดันไปทำข้อตกลงยอมผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจให้อิหร่าน พันธมิตรเก่าแก่กับสหรัฐฯ อย่างซาอุดีอาระเบียก็เริ่มน้อยใจครับ ที่อเมริกาปล่อยปละละเลยให้อิหร่านโตวันโตคืนในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ตอนนี้ ศัตรูเริ่มเป็นมิตร มิตรเริ่มเป็นศัตรู อย่างกับอิสราเอลกับอิยิปต์ก็ทะเลาะกันเมื่อ พ.ศ.2555 เรื่องที่อิสราเอลปฏิบัติการรุนแรงต่อกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ในพื้นที่ฉนวนกาซา ถึงขนาดอิยิปต์เรียกเอกอัครราชทูตของตนเองที่ประจำอยู่ในอิสราเอลกลับประเทศ อิสราเอลเองก็ปิดสถานทูตของตนในกรุงไคโร เพราะโดนฝูงชนชาวอิยิปต์เข้าไปโจมตีถึงในสถานทูต เพราะโกรธที่กองกำลังความมั่นคงของอิสราเอลยิงตำรวจอิยิปต์เสียชีวิตไป 5 นาย

แต่ศัตรูคู่นี้ก็เริ่มมาดีกันแล้วครับ กันยายน 2558 อิสราเอลกลับไปเปิดสถานทูตในกรุงไคโร 1 มกราคม 2559 อิยิปต์ก็ประกาศส่งเอกอัครราชทูตเข้าไปประจำในอิสราเอล

ขอย้ำซ้ำๆอีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าสถานการณ์ของโลกในขณะนี้แปรปรวนรวนเรง่ายมาก มิตรเป็นศัตรู ศัตรูเป็นมิตร คณะผู้นำของหลายประเทศที่อยู่รอดปลอดภัยในเวทีโลกจึงประเมินสถานการณ์กันอย่างนาทีต่อนาที และต่างก็ระวังท่าทีไม่ให้ตนเองต้องกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ทั้งโดยตั้งใจและโดยไม่ได้ตั้งใจ

ดูอย่างเวียดนามกับมาเลเซียก็ได้ครับ แต่ก่อนง่อนชะไร เวียดนามเกลียดอเมริกายังกะอุจจาระ มาเลเซียเองก็แขยงแขงขนกับนโยบายมากมายหลายอย่างของอเมริกา นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียแต่ละผู้แต่ละนามต่างมีประสบการณ์ออกมาตะโกนก้องร้องด่าอเมริกากันทั้งนั้น

แล้ววันนี้เป็นไงครับ อเมริกา มาเลเซีย และเวียดนาม กลับมาอี๋อ๋อคลอเคลียเป็นสมาชิกของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพี กันซะแล้ว

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้