วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยังไม่ตั้งข้อหาเรือชนกัน-รอกู้จากน้ำ

ยังไม่ตั้งข้อหาเรือชนกัน-รอกู้จากน้ำ

  • Share:

ความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกน้ำมันชนกับเรือข้ามฟาก กลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าเรือข้ามฟากฝั่งเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาไปยังฝั่งวัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้เรือข้ามฟากจม และมีคนตกน้ำได้รับบาดเจ็บ 4 รายนั้น เมื่อวันที่ 3 ม.ค.นายสุรชาติ บุญศรี อายุ 53 ปี คนขับเรือรักษ์ป่าสัก 3 เรือบรรทุกน้ำมันคู่กรณี ได้เดินทางเข้าพบนายวิเชียร เปมานุกรรักษ์ ผอ.สนง.เจ้าท่าภูมิภาคสาขา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับเรือเปล่าออกจาก อ.ท่าเรือ เพื่อไปรับน้ำมันที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ถึงที่เกิดเหตุเห็นเรือโดยสารกำลังถอยออกจากท่า จึงบีบแตรส่งสัญญาณ แต่คาดว่าคนขับเรือไม่ได้ยิน และเป็นจังหวะที่เรือโดยสารถอยมาถึงพอดี จึงเกิดชนกันและมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

นายสุรชาติเปิดเผยอีกว่า ขอยืนยันหลังจากเกิดเหตุ ไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่นำเรือไปจอดไว้หน้าวัดชีปะขาว อ.บางปะอิน บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางกว่า เพราะเกรงว่าหากจอดไว้ใกล้กับจุดเกิดเหตุ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันยินดีที่จะช่วยเหลือเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บ

ทางด้าน ร.ต.ท.กัมพล อินทีวงค์ พงส.สภ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าของคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เพราะต้องรอสอบปากคำทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้งและต้องกู้เรือที่จมขึ้นมาเพื่อตรวจหาร่องรอยการชน ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน และหาสาเหตุว่าใครเป็นผู้กระทำผิด หรือประมาทคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะทราบผล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุกรมเจ้าท่าได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจดูว่าจะเป็นอุปสรรคหรืออันตรายต่อการเดินเรือลำอื่นหรือไม่ เนื่องจากเรือที่จมน้ำยังไม่สามารถกู้ขึ้นมาได้ ในเบื้องต้นไม่พบว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินเรือลำอื่นแต่อย่างใด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้