วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รบ.เตือนขับกลับกรุงอย่าฝืนกฎจราจร ก่ออุบัติเหตุรุนแรงเจอโทษหนัก

รบ.เตือนขับกลับกรุงอย่าฝืนกฎจราจร ก่ออุบัติเหตุรุนแรงเจอโทษหนัก

  • Share:

รัฐบาลชี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ กทม.เตือนอย่าฝ่าฝืนกฎจราจร วอนผู้ขับขี่รถสาธารณะไม่ขับเร็วเพื่อทำรอบแข่งกับเวลา หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงระวังถูกลงโทษหนัก...

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (4 ม.ค.) จะเป็นวันเริ่มเปิดทำงานวันแรกในปีศักราชใหม่ ทำให้ปริมาณรถบนถนนค่อนข้างหนาแน่นและสะสมเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะถนนมิตรภาพและถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนจากภาคเหนือและภาคอีสานใช้สัญจรเข้ากรุงเทพฯ โดยพบว่าในบางจุดมีผู้ขับขี่ไม่เคารพกฎจราจรวิ่งแซงขึ้นในช่องทางเดินรถด้านซ้าย ส่งผลให้เมื่อถึงคอขวดยิ่งทำให้รถเคลื่อนตัวช้าลงไปอีก

"นายกฯ ได้ติดตามสภาพการจราจรมาโดยตลอดในช่วง 3-4 วันนี้ เนื่องจากเป็นห่วงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน ซึ่งมีจำนวนมากในช่วงเทศกาล โดยฝากย้ำให้พี่น้องประชาชนวางแผนการเดินทางให้ดี อาจใช้เส้นทางสายรองเพื่อลดปริมาณรถในถนนสายหลัก ขับรถตามกฎจราจร ไม่ขับเร็ว หากง่วงหรือเมาต้องไม่ขับรถ เช่นเดียวกับที่ย้ำเตือนมาโดยตลอด เพราะประเทศไทยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงนี้มากทุกปี"

นอกจากนี้ รัฐบาลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับ ซึ่งจะแตกต่างจากขาไปที่ประชาชนส่วนหนึ่งออกเดินทางตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ขากลับคนส่วนใหญ่มักจะเลือกกลับในช่วงเวลาเดียวกัน เพราะต้องเริ่มทำงานในอีก 2-3 วันข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนร่วมมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างคล่องตัวและปลอดภัย

"ฝากเตือนไปยังผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะรถโดยสารขนาดใหญ่และรถตู้โดยสารที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารจำนวนมาก โดยขณะนี้พบว่ามีการขับรถเร็วเกินกำหนด เพราะต้องการทำรอบแข่งกับเวลา ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กรมการขนส่งทางบก จะลงโทษสถานหนักต่อทั้งพลขับและผู้ประกอบการ โดยยึดหรือเพิกถอนใบขับขี่ รวมทั้งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ หรือสั่งปิดกิจการเป็นการชั่วคราว"

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้