วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากเออีซีถึงเวลาสามัคคี

จากเออีซีถึงเวลาสามัคคี

  • Share:

วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ขณะที่คนไทยทั่วประเทศต่างเฉลิม-ฉลองวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ 2559 หลายคนอาจจะไม่ได้สนใจว่าในวันเดียวกันมีเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งเกิดขึ้นด้วย นั่นก็คือ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (เออีซี) ที่เปลี่ยนสถานะจาก สมาคมประชาชาติ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มาเป็น “ประชาคม” รวมกัน 10 ประเทศ

10 ประเทศที่รวมกันเป็นประชาคม เรียงตามอักษร ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา (พม่า) ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม มีเป้าหมายของการรวมกันก่อนในด้านเศรษฐ-กิจ ตามด้วยร่วมมือทางการเมืองและความมั่นคง สุดท้ายคือด้านสังคมและวัฒนธรรม ประชาคมอาเซียนมีประชากร 625 ล้านคน จึงอาจมีอำนาจต่อรองสูงในประชาคมโลก

ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกร้องคนไทยทุกคนให้ตื่นตัวรับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสต่างๆด้วยการเปิดโลกทัศน์ แสวงหา ความรู้ และพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ เน้น การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ภาษากลางของประชาคมอาเซียน เพราะเรายังอ่อนภาษาอังกฤษ ส่วนรัฐบาลได้เตรียมรับด้วยยุทธ-ศาสตร์ 6 ประการ

จุดอ่อนของคนไทยคือภาษาอังกฤษ ทั้งๆที่ทุกรัฐบาลทุ่มงบประมาณเพื่อการศึกษาเป็นอันดับหนึ่ง เหตุผลสำคัญอาจเป็นเพราะว่า ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่ง และความบกพร่องในการสอนภาษาอังกฤษ ผลการสำรวจความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษในเอเชีย 16 ประเทศ ไทยได้อันดับที่ 14 เกือบจะเป็นที่โหล่ และได้อันดับที่ 62 จากการสำรวจ 70 ประเทศทั่วโลก

เนื่องจากการรวมกันด้านเศรษฐกิจของ 10 ประเทศ จะทำให้คนบางอาชีพของทุกประเทศมีสิทธิ์เคลื่อนย้ายไปทำงานในประเทศอื่นๆได้ แต่คนไทยอาจเสียเปรียบ เพราะอ่อนภาษาอังกฤษ อาชีพที่ให้เคลื่อนย้ายได้ ได้แก่ การบัญชี วิศวกร การสำรวจ สถาปัตยกรรม พยาบาล แพทย์ ทันตแพทย์และการท่องเที่ยว คนไทยจึงต้องเร่งพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ

ในด้านเศรษฐกิจโดยรวม ประเทศไทยเคยเป็นดาวรุ่งของกลุ่มอาเซียน ขณะนี้ก็ยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางระดับสูงกลุ่มเดียวกับมาเลเซีย ขณะที่เพื่อนบ้านอีกหลายประเทศยังอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ ส่วนในด้านการเมือง ไทยก็เคยเป็นผู้นำประชาธิปไตยในกลุ่มอาเซียน และหวังว่าจะกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง หลังจากมีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งตามเวลากำหนด

กำเนิดของประชาคมอาเซียนแสดงว่าประเทศไทยมีสัมพันธไมตรีอันดีกับเพื่อนบ้านทุกประเทศ แม้แต่กัมพูชาที่เคยมึนตึงต่อกัน จึงถึงเวลาที่คนไทยทุกคนจะต้องร่วมกันคิดอย่างจริงจัง เมื่อคนไทยปรองดองกับต่างชาติที่พูดกันคนละภาษาได้ คนไทยด้วยกันผู้อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกันและพูดภาษาเดียวกัน จะสามารถปรองดองกันได้หรือไม่? นี่คือโจทย์สำคัญของคนไทยทั้งประเทศ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้