วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มีชัย' ลั่นจําเป็น รธน.ยาแรง

'มีชัย' ลั่นจําเป็น รธน.ยาแรง

  • Share:

เพื่อการเมืองบริสุทธิ์-ไม่ติดกับดัก บัญญัติแฉ6ปัจจัยเขย่าการเมือง

“มีชัย” กร้าวงัดยาแรงกำราบนักการเมือง วางกลไก ขจัดทุจริตนักการเมืองทำหน้าที่ล้างโกงเลือกตั้ง ออกกฎเหล็กคุมเข้มจริยธรรม ฝ่าฝืนเจอโทษแบนตลอดชีพ ย้ำติดดาบเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระศาลรัฐธรรมนูญ ไม่คิดตั้ง คปป. กรธ.ยันเผยโฉมร่างแรก 29 ม.ค. พท.สับเละ กรธ.ปิดหูปิดตาเมินเสียงท้วงติง ฉะกติกาฉบับกินรวบร่างถูกคว่ำ “บิ๊กตู่” ก็อยู่ต่อ “บัญญัติ” ชี้ 6 ปัจจัยเสี่ยงเขย่าการเมืองปี 59 ร้อนแรง เตือนรัฐบาล-คสช.อย่าประมาท เฉ่งปฏิรูปเหลว แค่ยกเครื่องตำรวจยังแหยง เครือข่ายอำนาจเก่าก่อหวอดป่วนดิสเครดิต ผสมโรงคนจน-เกษตรกรเดือดร้อนลุกฮือ “บิ๊กป้อม” เปิดบ้านมีนบุรีเลี้ยงปีใหม่ กระตุกน้องๆช่วยกันดันโรดแม็ป “อภิสิทธิ์-สุรินทร์” ต่อสายตรงเคลียร์ใจ จบข่าวชิง หน.พรรค “เรืองไกร” ชงงบฯราชภักดิ์ใส่มือ “ประวิตร” วัดใจส่ง สตง.สอบต่อ

จากกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เร่งสรุปร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก เพื่อนำออกมาเผยแพร่ในช่วงปลายเดือน ม.ค.ท่ามกลางเสียงคัดค้านพรรคการเมือง ล่าสุดนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ตอกย้ำ ถึงความจำเป็นที่ต้องกำหนดบทบัญญัติที่เข้มข้นเป็นยาแรง เพื่อขจัดการทุจริตในวงการเมืองให้ได้

กรธ.ขู่ยาแรงกำราบนักการเมือง

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ กรธ.กำลังร่างอยู่ว่า อยากชักชวนให้ดูกลไกที่ดึงประชาชนมามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริงและกลไกการขจัดทุจริตทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเมืองบริสุทธิ์ ประเทศเดินหน้าได้ ไม่ติดกับดักเหมือนที่เป็นอยู่ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะมี 3 ส่วนคือ 1.การมีส่วนร่วมของประชาชนในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ประชาชนมีสิทธิต้องรับรู้และแสดงความคิดเห็น 2. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกบุคคลเป็นผู้บริหารประเทศ และ 3.การมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะมาสมัครเป็น ส.ว. ส่วนการวางกลไกให้การทุจริตลดลงอย่างเป็นรูปธรรม จะกำหนดคุณสมบัติคนที่เข้าสู่การเมืองทุกองคาพยพ จะต้องไม่เคยถูกตัดสินในคดีทุจริต ทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง ถ้าใครถูกตัดสินเช่นนั้นต้องถูกห้ามตลอดชีวิตเป็นมาตรการยาแรง หวังว่าคนที่เข้าสู่การเมืองจะตระหนักถึงความรุนแรงอันนี้ และหลีกเลี่ยงไม่ทำผิด

คุมเข้มจริยธรรมฝ่าฝืนแบนตลอดชีวิต

นายมีชัยกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังมีกลไกควบคุมระหว่างการเข้ามาทำหน้าที่ของฝ่ายการเมืองอย่างชัดแจ้งและทางจริยธรรมที่มีการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง หากใครฝ่าฝืนจะถูกห้ามเข้าสู่วงการเมืองตลอดชีวิตเช่นกัน กลไกเหล่านี้จะกระจายไปอยู่ตามองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนมีการปรับปรุงการทำหน้าที่และที่มาขององค์กรอิสระให้เข้มข้น เป็นที่พึ่งของประชาชน รวมถึงสิ่งที่เคยห้ามในรัฐธรรมนูญ แต่ถูกละเลยกลายเป็นการปฏิบัติที่ทุกคนวางเฉย

รอถาม สปท.ใส่ปฏิรูปอะไรลง รธน.

เมื่อถามว่า รัฐธรรมนูญจะมีทั้งหมดกี่มาตรา นายมีชัยกล่าวว่า ขณะนี้มี 250-260 มาตรา แต่เป็นเพียงแค่ร่างเบื้องต้น ต้องไปปรับให้กระชับมากขึ้นจะเหลือมากน้อยแค่ไหนยังบอกไม่ได้ แต่วิธีการเขียนจะเขียนให้กระชับ เมื่อถามว่าเรื่องการปฏิรูปจะระบุลงในรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า กำลังอยู่ในการพิจารณาว่าจะมีเรื่องการปฏิรูปใดจำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้การปฏิรูปเดินไปข้างหน้า เท่าที่คิดมี 2 เรื่องคือ 1.การปฏิรูปการศึกษา 2.การปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด ส่วนการปฏิรูปเรื่องอื่นๆกำลังสอบถามไปยังสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่ามุ่งปฏิรูปเรื่องใดและเรื่องใดต้องรีบด่วน ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี จะมีในรูปแบบไหน อย่างไร ยังไม่มีความชัดเจน รอข้อเสนอจาก สปท. และ กรธ.จะกลับมาดูอีกที

ย้ำไม่คิดตั้ง คปป.ไม่รู้มีไปทำไม

ผู้สื่อข่าวถามว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ในร่างรัฐธรรมนูญ นายมีชัยตอบว่า ยังไม่เคยคิดว่าจะมีและยังนึกไม่ออกว่าจะมีไปทำไม หน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนข้อวิจารณ์ระบบจัดสรรปันส่วนผสมจะทำให้การเลือกตั้งรุนแรงและซื้อเสียงมากขึ้น ยังไม่เห็นว่าจะทำให้การเลือกตั้งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าใครไปซื้อเสียง ขอให้นึกถึงผลที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ต้องไปหมดและไปแบบไม่กลับมา มาตรการแซงก์ชั่นจะเป็นตัวสำคัญ จะทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจได้พอสมควร

คลำหากระบวนการสร้างปรองดอง

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องมีกลไกมาสร้างความปรองดองในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า ไม่น่าจะต้องมีกลไกอะไร ถ้าคิดออกว่าจะปรองดองกันอย่างไร ค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะทำให้เกิดผลได้อย่างไร หากตั้งเป้าว่าจะต้องมีนั่นมีนี่ อาจจะไม่ตรงกับความจำเป็น เมื่อถามว่า เรื่องปฏิรูปและการปรองดองจะแยกหรือจะเชื่อมโยงกันในรัฐธรรมนูญ นายมีชัยตอบว่า กรธ.กำลังรอฟังผลการศึกษาจากคณะอนุกรรมการของ กรธ.ที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้อยู่ กรธ.พร้อมนำข้อเสนอมาพิจารณาประกอบร่วมกัน เมื่อถามว่า จำเป็นต้องเขียนเรื่องการปรองดองไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า อาจต้องมีกระบวนการทำให้เกิดความปรองดองขึ้นมา ถ้าเขียนในรัฐธรรมนูญให้ทุกฝ่ายดำเนินการให้เกิดความปรองดอง แล้วทำให้เกิดการปรองดองได้ เราเขียนไปนาน ส่วนบท เฉพาะกาลยังไม่ได้คิดต้องรอให้เนื้อหาเสร็จสมบูรณ์ก่อนจึงจะเริ่มเขียน

ซัดคนทำ รธน.แท้งต้องรับผิดชอบ

เมื่อถามว่า จะมีปัจจัยใดทำให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ นายมีชัยตอบว่า ยังไม่เคยคิดในแง่นั้น เราคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ถ้าประชาชนเข้าใจอย่างที่เราพยายามอธิบายน่าจะผ่าน จริงอยู่แม้พรรคการเมืองจะคัดค้าน แต่อาจพูดด้วยอารมณ์ถึงเวลาก็ต้องเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ เมื่อถามว่า จะรับผิดชอบอย่างไรกับความเสียหายหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน นายมีชัยตอบว่า คนที่ทำให้ไม่ผ่านก็ต้องรับผิดชอบ ใครที่บิดเบือนจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคนนั้นต้องรับผิดชอบ เมื่อถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านแสดงว่ามาจากการบิดเบือนใช่หรือไม่ นายมีชัยตอบว่า มาถามคนร่าง คนร่างต้องตอบอย่างนั้น เพราะคนร่างก็ร่างดีที่สุดเท่าที่สติปัญญาจะมี

ไม่ปล่อยปัญหาบานม็อบเต็มถนน

นายมีชัยกล่าวว่า สำหรับการประชุม กรธ.ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค. จะพิจารณาตั้งแต่มาตรา 1 เป็นต้นไป จะดูถ้อยคำ ความสอดคล้อง ความสมบูรณ์ น่าจะเห็นเป็นรายมาตราได้ และคิดเหมือนกันว่าจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชน เข้าร่วมรับฟังได้ หากไม่มีการหารือเรื่องสำคัญ แต่มีเงื่อนไขว่าเข้าไปแล้วห้ามลุกออกต้องอยู่ด้วยกันจะได้รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน เมื่อถามว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องมีเนื้อหาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเพื่อช่วยตีความหรือไม่ นายมีชัยตอบว่า เจตนารมณ์ของการตีความไม่ได้ดูที่คนร่างคิด แต่ดูที่เขียนออกมาอย่างไร เวลาตีความจะดูจากถ้อยคำทั้งหมด แล้วนำมาประมวลว่า เจตนารมณ์จากตัวหนังสือเหล่านั้นมุ่งหมายอย่างไร เมื่อถามว่า จะมีกลไกในรัฐธรรมนูญ ไม่ให้ประชาชนออกมาเรียกร้องตามท้องถนนอีกอย่างไร นายมีชัยตอบว่า เราวางเป็นขั้นตอนทุกเรื่อง โดยมีองค์กรมีอำนาจวินิจฉัยและคำวินิจฉัยจะสิ้นสุด ไม่ปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่จนต้องไปตีความบนท้องถนนอีก แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อรัฐธรรมนูญนี้ออกมาใช้บังคับแล้ว ชาวบ้านจะเดินขบวนแสดงความคิดเห็นอะไรไม่ได้เลย แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

กรธ.ยันเผยแพร่ร่างแรก 29 ม.ค.

ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญเกือบเสร็จสิ้นหมดแล้ว หลังจากนี้เราอาจทบทวนในส่วนที่มีการทักท้วงหรือเห็นต่างว่า เรามีเหตุผลหนักแน่นเพียงใด เพื่อยืนยันในหลักการหรือหากจะเปลี่ยนให้เหตุผลอย่างไร ส่วนการประชุม กรธ.วันที่ 4 ม.ค. กรธ.จะประชุมตามปกติ โดยให้อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯ สรุปความเห็นที่ไปรับฟังที่ต่างๆให้ที่ประชุมใหญ่รับทราบว่า มีประเด็นสำคัญอะไรบ้างและประเด็นใดที่ประชาชนจับตามองและท้วงติง ส่วนการกลั่นกรองคำ และรายละเอียดอื่น จะนำไปทบทวนในวันที่ 11-17 ม.ค.เพื่อจะได้เสร็จสิ้น และเผยแพร่ตามกำหนดวันที่ 29 ม.ค. จากนั้นจะรับฟังความเห็นและรับมา ปรับเปลี่ยนดูข้อดีข้อเสียให้ชัดขึ้น

รื้อ รธน.ชั่วคราวแล้วแต่ คสช.

นายอุดมกล่าวว่า ส่วนเรื่องการทำประชามติ ที่ประชุมเกือบจะไม่มีการพูดถึงเลย พูดกันแต่แผนประชาสัมพันธ์ คิดว่าทำเต็มที่ เมื่อข้อมูลเสร็จจะส่งมอบให้อนุกรรมการฝ่ายรับฟังฯมาทำงานดูว่าประชาชนคิดและมองสิ่งที่ร่างออกมาเป็นอย่างไร กรธ.จะมีเวลาทบทวนอีกครั้งหลังวันที่ 29 ม.ค. เมื่อถามว่า ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 37 วรรคท้าย กำหนดที่ที่ใช้ผ่านประชามติต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกังวลหรือไม่ว่าจะส่งผลให้ประชามติไม่ผ่าน นายอุดมกล่าวว่า เราถือว่าเราไม่ได้ดูทั้งหมด เรื่องประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน กรธ.เราถือว่าได้ทำหน้าที่ร่างและประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลประชาชนแล้ว ส่วนรัฐบาล คสช. จะปรับแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวออกมาเป็นอย่างไร ไม่ได้พูดถึงเลย แล้วแต่พวกเขาจะตัดสินใจ

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ.คนที่ 1 กล่าวถึงการทำประชามติโดยที่ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยืนยันแล้วว่าไม่เป็นปัญหา รัฐบาลต้องดูแล เมื่อรัฐบาล กรธ.แค่ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นายมีชัยพูดบ่อยๆ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ กรธ.ก็กลับไปเลี้ยงหลานกันเหมือนเดิม

“อมร” โอ่ปั้นนวัตกรรมใหม่

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษก กรธ. กล่าวว่า กรธ.ร่างรัฐธรรมนูญโดยอิสระมุ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก เพื่อให้เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างขึ้นเป็นรูปแบบใหม่จริงๆ เพียง 2-3 ฉบับเท่านั้น เช่น รัฐธรรมนูญปี 2540 ฉบับอื่นส่วนใหญ่นำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาปัดฝุ่นปรับปรุงเป็นฉบับใหม่ กรธ.ร่างขึ้นใหม่จริงๆ เชื่อว่าจะทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด สำหรับประเด็นที่ กรธ.จะพิจารณาต่อ มีเรื่องหลักการปฏิรูปที่ สปท.ส่งเข้ามา จะพิจารณาว่ามีเรื่องใดสำคัญเร่งด่วนต้องทำก่อนและมีกรอบอะไรบ้าง

พท.สับ กรธ.ปิดหูปิดตาเมินคำติติง

ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ที่จะสรุปปลายเดือน ม.ค.ว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน เปรียบเทียบได้กับหมาชะเง้อดูกระต่ายบนดวงจันทร์ ประชาชนไม่มีทางได้เห็นกระต่ายบนดวงจันทร์แน่นอน ทั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ยังก้าวหน้ากว่า ยังมี ส.ว.เลือกตั้ง แต่ฉบับนี้ ส.ว.สรรหาทั้งหมด แม้จะบอกว่าคัดสรร แต่เป็นการลากตั้งทางอ้อมอย่างแยบยล เนื้อหาสาระที่เปิดเผยออกมา ชาวบ้านค้านเต็มที่ยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใด แต่ไม่ว่าใครออกมาพูดท้วงติงแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์ กรธ.ยังไม่ฟังเลย ตั้งหน้าตั้งตาทำไปตามพิมพ์เขียว อาจมีลักษณะให้ กมธ.สงวนคำแปรญัตติแล้วมาอภิปรายบ้าง แต่ในที่สุดก็แพ้มติอยู่ดี ถือว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แย่หนักกว่าเดิม

ฉะ รธน.ฉบับกินรวบ “บิ๊กตู่” ได้ไม่มีเสีย

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า สำหรับ ส.ว.อาจถอดถอนนักการเมืองไม่ได้ก็จริง แต่บัญญัติให้ ส.ว.มีอำนาจการตั้งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นช่องทางคุมรัฐบาลเลือกตั้งที่บริหารประเทศ โดยหาเรื่องตีรวนส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าผิด ส่วนที่รัฐบาลที่มีนายกฯที่ไม่ต้องมาจาก ส.ส.จะตีรวนในสภาว่าต้องเลือกตั้งใหม่จนวุ่นวายในสภา จะไปสอดคล้องกับการตั้งองค์กรใหม่ซึ่งเป็นองค์กรพิเศษ ดังนั้นรัฐธรรมนูญใหม่ถ้าผ่าน จะมีการตั้งคนกับองค์กรไว้ควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ให้อยู่ในกลไกนี้ ถ้าไม่ผ่านรัฐบาลนี้อยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้บริหารประเทศต่อ ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับกินรวบผ่านก็ได้ไม่ผ่านก็ได้

“ปึ้ง” โวยบ้าใหญ่โยงปฏิทิน–การเมือง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่มีส่วนราชการบางแห่งออกหนังสือเวียนตีตราลับ กล่าวหาว่าการแจกปฏิทินขึ้นปีใหม่ที่มีรูปนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว อดีตนายกฯทั้ง 2 คนถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ถูกห้ามไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ไปแล้ว จะเกรงกลัวอะไรกันนักหนา แบบนี้จะให้เกิดความปรองดองจะเป็นไปได้อย่างไร ขอให้นายกฯ กำชับให้ข้าราชการปฏิรูปการทำงาน ประเภทชอบเอาใจนายควรเลิกได้แล้ว

เผย ผวจ.ร้อยเอ็ดวิทยุสั่งตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ม.ค. นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.ร้อยเอ็ด ได้วิทยุสั่งการนายอำเภอทุกอำเภอ โดยข้อความระบุว่า ด้วย จ.ร้อยเอ็ด ได้รับรายงานจาก อ.เชียงขวัญว่าเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.58 เวลาประมาณ 09.00 น. เป็นวันประชุมประจำเดือนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่หอประชุม อ.เชียงขวัญ มีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมการประชุมด้วย ก่อนการประชุมทราบว่าได้มีผู้ประสานพรรคการเมืองไม่ทราบชื่อ นำเอาปฏิทินอวยพรปีใหม่ 2559 เป็นภาพของนายทักษิณ ชินวัตร คู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประมาณ 200 ชุด ชุดละ 2 ชิ้น แต่ละชิ้นม้วนรัดด้วยหนังยางสติ๊ก เจ้าหน้าที่ผู้รับไม่ได้ตรวจสอบว่ารายละเอียดภายในของปฏิทินเป็นอย่างไร และเมื่อผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางมาลงลายมือชื่อ เข้าร่วมการประชุมประมาณ 200 คน ตามเวลา จึงได้แจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จึงให้ทุกอำเภอตรวจสอบว่ามีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะดังกล่าวหรือไม่ หากพบให้รายงานทันที รวมทั้งให้เพิ่มความระมัดระวังและวางตัวเป็นกลางทางการเมือง ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของพรรคหนึ่งพรรคใด และเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ในพื้นที่

“บัญญัติ” ชี้ 6 ปัจจัยเขย่าการเมืองแรง

ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววิเคราะห์สถานการณ์การเมืองปี 59 ว่าไม่ต่างจากปี 58 ยังเป็นปัจจัยเดิม แต่สถานการณ์อาจร้อนแรงสับสนวุ่นวายมากกว่า เนื่องจาก 1.กลุ่มเครือข่ายอำนาจเก่าที่รับผลกระทบโดยตรงจากที่ คสช.เข้ามา และจากกลุ่มคนที่มีความเห็นตรงข้ามกับ คสช.สิ้นเชิง อาทิ นักวิชาการ นักศึกษาที่เคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างๆ จะเคลื่อนไหวถี่มากขึ้น มีแน่และตั้งเค้าอยู่แล้ว เพราะได้รับการกดดันยาวนาน โดยเฉพาะกลุ่มรัฐบาลเก่ามีปัจจัยเร่งเร้าให้ต้องเคลื่อนไหว คดีต่างๆนับถอยหลังเข้าใกล้ตัวทุกขณะ การเคลื่อนไหวเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล คสช.และกระบวนการยุติธรรมไทยจะรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยเพื่อต่อรองทางคดีอีกทางหนึ่ง อย่างเบาให้ยืดเยื้อคดีออกไป มากไปกว่านั้นหวังผลนิรโทษกรรม

ปฏิรูปเหลว ยกเครื่อง ตร.ยังแหยง

นายบัญญัติกล่าวต่อว่า 2.กลุ่มคนที่ตั้งความหวังไว้สูงสำหรับการเปลี่ยนแปลง ที่จะเห็นการจัดการการโกง ทุจริต คอร์รัปชันที่จริงจัง อยากเห็นการปฏิรูปบ้านเมืองฉับพลันทันที เนื่องจากรัฐบาลมีเครื่องมือครบครัน แต่กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อผิดหวัง ไม่มีอะไรจับต้องได้เป็นรูปธรรม จะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นแรงกดดัน การปฏิรูปบางอย่างทำได้ทันที เช่น การปฏิรูปตำรวจ สังคมไทยเรียกร้องมายาวนาน ตั้งกรรมการศึกษาหลายคณะ แต่กลับไม่มีใครสนใจจะปฏิบัติ รัฐบาลมีท่าทีแหยงๆกับเรื่องนี้ เมื่อรวมกับคนกลุ่มที่มีหลักการอุดมการณ์ชัดเจน คือ นักวิชาการอิสระหรือผู้สนใจกิจกรรมการเมือง จะแสดงออกในรูปวงเสวนาชี้นำทางการคิดในเวทีต่างๆมากยิ่งขึ้น จะทำให้การเมืองปี 59 แรงขึ้นได้เช่นกัน

ศก.แก้ไม่ตก–ร่าง รธน.คลุมเครือ

นายบัญญัติกล่าวว่า 3.เศรษฐกิจแม้จะทำเต็มที่แต่เศรษฐกิจนอกประเทศกดดัน วันนี้ 2 กลุ่มรับผลกระทบด้านเศรษฐกิจรุนแรงมาก คือ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาทิ คนงาน ลูกจ้าง คนหาเช้ากินค่ำ อีกกลุ่มสาหัสสากรรจ์หนักที่สุดคือกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน พืชผลการเกษตรตกต่ำมาก ยิ่งพยากรณ์ปีนี้จะแห้งแล้งขาดน้ำภาคเกษตรกรรม หนักสุดคือชาวสวนยาง หาก 2 กลุ่มนี้จับมือกันเรียกร้องการเมืองที่ร้อนแรงอยู่แล้วจะยิ่งทวีความร้อนแรงมากยิ่งขึ้น 4.การจัดทำรัฐธรรมนูญที่ยังคลุมเครือ ยังหาข้อยุติไม่ได้มากนัก แต่มีกรอบ 10 ข้อที่ คสช.ส่งไปให้ กรธ. หนึ่งในนั้นคือ คปป.ที่ถูกตีตกกลางสภาไปแล้ว ถ้าครั้งนี้มีอีกและยังมีอำนาจมากมาย การโต้แย้งคัดค้านของสังคมจะเกิดขึ้นอีกก็ยิ่งร้อนเข้าไปอีก ที่น่ากังวลวันนั้นร้อนเฉพาะใน สปช. แต่วันนี้ต้องจัดทำประชามติหากยังมีเรื่องที่สังคมไม่พอใจ หรือรับไม่ได้ บรรยากาศการจัดทำประชามติคงไม่ปกติ คงจะร้อนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก

แรงกดดันนานาชาติไม่ได้ลดน้อยลง

นายบัญญัติกล่าวต่อว่า 5.สำคัญที่สุดคือทัศนคติท่าทีการมองปัญหาและการแสดงออกในการเผชิญปัญหาของ คสช.และรัฐบาล คนเคยเป็นทหารอาชีพ ถูกบ่มเพาะให้เป็นคนตัดสินใจรวดเร็ว เด็ดขาด จริงจัง เมื่อนำมาใช้กับงานการเมือง อาจมีผลบวกเยี่ยม แต่เมื่อไหร่ตัดสินใจไม่ตรงกับความ ต้องการของประชาชนจะก่อให้เกิดผลลบแย่และน่าเป็นห่วงเช่นกัน และ 6.แรงกดดันจากนอกประเทศ ซึ่งไม่ได้ลดน้อยลงไป มีการเคลื่อนไหว รัฐบาลต้องระวัง เพราะโยงถึงภาวะเศรษฐกิจส่งออกนำเข้า สิ่งที่น่าวิตกปี 2559 จะมีปรากฏการณ์ที่ต้องตัดสินใจ ปัญหาจะวิ่งเข้าหาเช่น กรณีอุทยานราชภักดิ์ ที่ครั้งแรกมองเป็นเรื่องเล็ก เห็นชัดว่าสังคมมีปฏิกิริยาอย่างไร สรุปได้ว่า สถานการณ์การเมืองในปี 59 นับจากนี้ไปมันไม่ธรรมดา ได้แต่ภาวนาให้ คสช.และรัฐบาลระมัดระวัง ไม่ตั้งในความประมาท แม้สังคมไทยจะเอาใจช่วยแต่มีปัจจัยทั้ง 6 นี้เกี่ยวข้อง

เด็ก ภท.ห่วงประชามติไม่ผ่าน

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงในปี 59 คือการทำประชามติ เกรงว่าจะไม่ผ่าน เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ยังเป็นปัญหาอยู่ เช่น ที่มา ส.ว.จากการสรรหาทั้งหมด เป็นต้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์
โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.คิดว่าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน อาจใช้อำนาจพิเศษสั่งให้ประกาศใช้ไปเลยก็ได้ แต่จะทำให้เกิดการถกเถียงขึ้นในสังคม ขณะที่ผลการทำงานของรัฐบาลถือว่าใช้ได้ ต้องยอมรับว่าบางเรื่องรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแก้ปัญหาไม่ได้ แต่รัฐบาลนี้ทำได้ สำหรับกรณีที่นายกฯระบุว่าจะพูดให้น้อยลงเป็นเรื่องดี ทำให้โอกาสผิดพลาดหรือผลเสียน้อยลงตามไปด้วย

“บิ๊กป้อม” เปิดบ้านเลี้ยงปีใหม่ 59 คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ม.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เปิดบ้านส่วนตัวภายในหมู่บ้านกฤษดานคร เขตมีนบุรี กทม. เพื่อจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.น้องรักบูรพาพยัคฆ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.ปรีชา
จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.รวมทั้งนายทหารระดับสูงของ ทบ.โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 มาร่วมงานอย่างคึกคัก รวมกว่า 500 คน บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย แขกในงานต่างพูดคุยหยอกล้อกันครึกครื้น และจัดร้านอาหารกว่า 30 แห่งมาออกร้าน เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำนางเลิ้ง ไก่ย่างหนังกรอบ ส้มตำ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรเปิดเผยว่า ปกติ พล.อ.ประวิตรจะจัดงานเลี้ยงปีใหม่ในวันที่ 31 ธ.ค.ของทุกปี แต่ปีนี้เลื่อนเป็นวันที่ 1 ม.ค. เพราะต้องการให้น้องๆได้เข้าวัดทำบุญสวดมนต์ข้ามปีอยู่ฉลองกับครอบครัว ตามนโยบายและโครงการสวดมนต์ข้ามปีที่วางไว้ โดย พล.อ.ประวิตรก็ได้ไปสวดมนต์ข้ามปีด้วย

“พี่ใหญ่” สั่งน้องๆช่วยกันดันโรดแม็ป

กระทั่งเวลา 21.54 น. ของวันที่ 1 ม.ค. พล.อ.ประวิตรขึ้นเวทีกล่าวอวยพรผู้มาร่วมงานว่า พรที่น้องๆให้มา ขอให้น้องๆได้กลับทั้งหมด ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ขอให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนงานตามโรดแม็ป ช่วยเหลือนายกฯและพี่น้องประชาชน ส่วนตนทำงานหนักมาทั้งปีเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไป ปีหน้าขอให้เหล่าทัพร่วมแรงร่วมใจกันทำงาน เดินหน้าขับเคลื่อนประเทศต่อไปให้ได้ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คณะรัฐมนตรี และ ผบ.เหล่าทัพทั้งหมดได้ขึ้นเวทีร่วมร้องเพลงด้วยกัน 3 เพลง ได้แก่ เพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย เพลงเพราะเธอคือประเทศไทย และเพลงมาร์ชสามัคคีสี่เหล่า ก่อนลงจากเวทีมาพูดคุยกันและแยกย้ายกันกลับบ้านเวลา 24.00 น.

ไม่ให้ราคา พท.ทำนาย ศก.ทรุดหนัก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้กังวลหรือให้ราคากับกรณีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2559 ว่าจะย่ำแย่ เพราะไม่ได้ประเมินทุกปัจจัยครบถ้วน สวนทางกับองค์กรเศรษฐกิจชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ที่ต่างเห็นตรงกันว่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว และเงินบาทอ่อนค่าทำให้สินค้าไทยได้เปรียบคู่แข่งหลายประเทศ ปี 2559 รัฐบาลยังคงเดินหน้าเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐ การลงทุนโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ที่จะเข้าสู่เฟสก่อสร้าง การท่องเที่ยวขยายตัวสูงกว่าเป้าหมาย รวมทั้งทีมเศรษฐกิจจะทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหนือความคาดหมายเป็นระยะๆ จึงมั่นใจว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้นตามเป้าหมาย เข้าใจได้ว่ามีความแตกต่างระหว่างคนมุ่งทำงานกับคนจ้องเล่นงาน คนมุ่งมั่นทำงานต้องลงแรงเต็มที่ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนคนจ้องเล่นงาน ไม่ต้องลงแรง เพียงแค่เลือกมองเฉพาะเรื่องร้ายจงใจมองข้ามเรื่องดีๆ เพราะอคติและอาจคาดหวังผลทางการเมืองบางประการ

ปลื้มปริ่มช็อปคืนภาษีกระหึ่ม

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า รัฐบาลพอใจกับผลกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการชอบช่วยชาติ ที่ออกมาใช้ระหว่างวันที่ 25-31 ธันวาคม 2558 อย่างมาก พบว่าห้างร้านมีผู้มาจับจ่ายอย่างหนาแน่น ประเมินในเบื้องต้นว่า หากคำนวณเฉพาะผู้มีเงินได้จำนวนกว่า 2 ล้านคน ซึ่งต้องยื่นเสียภาษีว่าในจำนวนนี้หากใช้สิทธิเพียงร้อยละ 50 จะมีเงินสะพัดช่วงสัปดาห์เดียวกว่า 15,000 ล้านบาท ถือเป็นมาตรการที่ประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์กับสินค้าและบริการ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลและทีมเศรษฐกิจจะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอย่างต่อเนื่องจึงอยากเชิญชวนห้างร้านที่ยังไม่เข้าสู่ระบบภาษีที่สมบูรณ์ ให้เข้าสู่ระบบให้ถูกต้อง ไม่เสียโอกาสจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

ชาวบ้านผิดหวังแก้ ศก.–ปราบโกง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,763 คน ระหว่างวันที่ 2-30 ธ.ค.58 ถึงความสมหวังและความผิดหวังของประชาชนในการบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรอบปี 2558 ที่ผ่านมา โดยด้านความสมหวังพบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.92 สมหวังในกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “ปั่นเพื่อพ่อ” และ “ปั่นเพื่อแม่” ร้อยละ 74.53 คือการจัดระเบียบของรัฐบาล ทำให้ผู้มีอิทธิพลลดน้อยลง ร้อยละ 63.30 ความตั้งใจทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 58.70 การเร่งโครงการรถไฟฟ้า สาธารณูปโภคต่างๆ และร้อยละ 50.88 การเอาใจใส่ประชาชนลงพื้นที่ สั่งการข้าราชการ ส่วนความผิดหวังของประชาชน

ในรอบปี 2558 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 90.36 ระบุการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน พืชผลเกษตรราคาตกต่ำ ร้อยละ 88.15 การปราบปรามทุจริตยังไม่สำเร็จ ยังมีการทุจริตอยู่ ร้อยละ 68.75 การร่างรัฐธรรมนูญยังมีปัญหาข้อขัดแย้ง ขณะที่ร้อยละ 57.52 การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และร้อยละ 55.93 ระบุการปฏิรูปประเทศยังไม่เกิดผลที่เป็นรูปธรรม

“เรืองไกร” ส่งงบราชภักดิ์ถึง “ประวิตร”

ส่วนการติดตามตรวจสอบข้อครหาการทุจริตในโครงการอุทยานราชภักดิ์ วันเดียวกัน นายเรือง–ไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการยื่นเรื่องให้มีการตรวจสอบการใช้งบประมาณผิดประเภทของอุทยานราชภักดิ์ว่า จะทำหนังสือแจงรายละเอียดเรื่องงบประมาณเป็นตัวเลขรับ-จ่าย ส่งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 4 ม.ค. เพื่อให้ พล.อ.ประวิตรส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตง.ต่อไป ส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาจะมีรายละเอียดอยู่ในหนังสือที่จะส่งให้ พล.อ.ประวิตรชุดนี้ด้วย ทั้งนี้ข้อมูลในเอกสารที่จะส่งไปนี้ เป็นข้อมูลเฉพาะส่วนที่เป็นการชี้แจงจาก พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์เท่านั้น

เย้ยประชาชนไม่เชื่อถือ รบ.ปราบโกง

น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาโพลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ หน่วยงานรัฐบาล ระบุร้อยละ 98.9 ประชาชนพึงพอใจและเชื่อมั่นการบริหารงานของคสช.ยังมีคนสงสัยว่ารัฐบาลทำเพื่อหลอกตัวเองหรือไม่ มีแต่เด็กอมมือเท่านั้นที่เชื่อ แต่ดีใจมีโพลบางสำนักสะท้อนความจริงว่าประชาชนผิดหวังรัฐบาลแก้ปัญหายากจน และปราบทุจริตคอร์รัปชันไม่สำเร็จแล้ว วันนี้ทุกคนรอบตัวต่างบ่นถึงปัญหาเศรษฐกิจ และความไม่เป็นประชาธิปไตยที่ทำให้ประเทศต่างๆไม่ยอมรับส่งผลต่อเศรษฐกิจด้วย ส่วนการปราบทุจริตรัฐบาลยังทำให้ประชาชนเลื่อมใสในความสุจริตไม่ได้เลย ยังใช้อำนาจในมือปิดปากประชาชนที่ต้องการตรวจสอบ แล้วจะทำให้ประชาชนเชื่อในการปราบทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างไร

“ปู” ควง “ไปก์” เริงร่าชมทุ่งทานตะวัน

ด้านความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ระหว่างทางไปวัดที่ จ.เพชรบูรณ์ เลยถือโอกาสพาน้องไปก์มาเที่ยวทุ่งทานตะวัน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี สวยมากค่ะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก จนเป็นสัญลักษณ์ของคนแถบนี้ และอดไม่ได้ที่จะอุดหนุนเมล็ดทานตะวันและหนังปลาทอดกลับบ้านด้วยค่ะ”

“อภิสิทธิ์–สุรินทร์” ยกหูเคลียร์ใจ

อีกเรื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัยออกมาประกาศพร้อมลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้ทราบจากสื่อแล้ว เป็นข่าวที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้ได้พูดคุยกันทางโทรศัพท์กับนายสุรินทร์ถึงข่าวดังกล่าวด้วย “ท่านบอกผมว่า ข่าวที่ลงไม่เป็นความจริง”

โบ้ยข่าวคลาดเคลื่อน จูบปากไร้ปัญหา

เมื่อถามว่า ข่าวที่ออกมาบั่นทอนการทำงานหรือไม่ กำลังใจยังดีอยู่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่มีปัญหา ตรวจสอบแล้วเป็นข่าวคลาดเคลื่อน ระหว่างตนกับนายสุรินทร์ไม่มีปัญหาอะไร เราทำงานสถาบันออกแบบประเทศไทยด้วยกันมาตลอดอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ คสช.อนุญาตให้ประชุมพรรคได้ก่อน

“นิพิฏฐ์” ไม่ตื่นเต้นยัน ปชป.ไม่แตก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ข่าวนี้เคลียร์แล้วว่าคงเป็นข่าวคลาดเคลื่อน คนที่ไม่เข้าใจพรรคอาจตื่นเต้น แต่คนที่รู้จักจะไม่ตื่นเต้น จะรู้ว่าพรรคมีความเป็นประชาธิปไตยสูงลำดับต้นๆของโลกก็ว่าได้ นี่คือความภาคภูมิใจและจุดแข็ง ยืนยันว่าจากการอยู่ในพรรคมา 20 ปี ประชาธิปัตย์มีวุฒิภาวะพอ จะไม่แตกกันเพราะเรื่องเหล่านี้แน่นอน สำหรับนายสุรินทร์ หลายคนในพรรคเล็งไว้แล้วให้เป็นเบอร์ต้นๆ ว่าท่านเหมาะสม อาจจะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนต่อไป แต่อยู่ที่จังหวะเวลาความเหมาะสมเท่านั้น จะสังเกตได้ว่า พอมีข่าวเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ทั้งที่เป็นข่าวใหญ่ แต่สมาชิกพรรคเราไม่มีใครตื่นเต้น แต่ละคนเชื่อว่า การพูดลักษณะดังกล่าวไม่ใช่บุคลิกหรือการพูดของนายสุรินทร์แน่นอน แต่อาจมีคนมาเปลี่ยนเจตนาการพูดไปเพื่อให้เป็นข่าว เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปตีกิน ขยายผลทางการเมือง นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า บางฝ่ายอาจจ้องว่าเราว่าอาจจะแตกกัน แต่ไม่สนใจ เขาคงไม่เข้าใจบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยในพรรค การเมือง เพราะพรรคของเขามีความเป็นประชาธิปไตยน้อย ถูกกดปุ่มโดยผู้บริหารบางคนเท่านั้น

“วิลาศ–วัชระ” แฉต่อทุจริตไฟปีใหม่ กทม.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เวลา 10.30 น.วันที่ 3 ม.ค.ที่พรรคประชาธิปัตย์ ตนกับนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีต ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะร่วมกันแถลงข่าว เรื่องส่อทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างของกทม.เพิ่มเติมจากเดิมที่เคยส่งเรื่องให้ สตง.และ ป.ป.ช.สอบไปแล้วอีก 3 ประเด็นคือ 1.การประดับไฟมูลค่า 39 ล้านบาทที่ลาน กทม. 2.การต่ออายุรถไฟฟ้าของ กทม.ส่วนเรื่องที่ 3 ขอให้รอการแถลงข่าวของนายวิลาศ มีเซอร์ไพรส์แน่นอน จะร่วมกันแถลงข่าวเพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่า แม้จะไม่ทำตามประเพณี แมลงวันไม่ตอมแมลงวันกันเอง หรือพวกเสือไม่กินเนื้อเสือด้วยกัน ไม่ละเว้นแน่นอน จะไม่ได้ฮั้วกันบนคราบน้ำตาของประชาชน เหมือนบางพรรคการเมืองเด็ดขาด เชื่อว่าทุกเรื่องที่จะยื่นให้องค์กรอิสระตรวจสอบมีมูล ตรงไปตรงมา ไร้อคติ ไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง

“ชายหมู” โกรธใครไม่รับสาย “มาร์ค”

นายวัชระ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สั่งให้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.นำเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างกล้องซีซีทีวีของ กทม.มาตรวจสอบ ผ่านมา 2 เดือนยังไม่เห็นเอกสารสักแผ่น ตนกับนายวิลาศขอเอกสารไปที่ กทม.ตามระเบียบราชการแล้วด้วย แต่ก็ไม่ได้ ส่อถึงความไม่โปร่งใสตรงไปตรงมาหรือไม่ ไหนว่าทั้งชีวิตนี้เราดูแล มาถึงวันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.ยังไม่ยอมรับโทรศัพท์นายอภิสิทธิ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นทั้งอดีต รมช.ต่างประเทศ และอดีตรองหัวหน้าพรรค โกรธใครอะไรกันหนักหนาถึงไม่ยอมรับโทรศัพท์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้