วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หมอชิต-หัวลําโพง' แน่น

'หมอชิต-หัวลําโพง' แน่น

  • Share:

คนแห่กลับกรุง รถราติดทุกสาย ยอดตายพุ่ง253

คสช.ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ร่วมดูแลความปลอดภัยกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในทุกพื้นที่อย่างเรียบร้อย ส่วนมาตรการดื่มไม่ขับ 8 วัน ยึดรถไว้แล้ว 2,140 คัน ศปถ.สรุปสี่วันปีใหม่ดับพุ่ง 253 ราย เน้นตรวจเข้มช่วงดึกวัดแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันคน ตจว.-นักท่องเที่ยว แห่ทำบุญไหว้พระเสริมสิริมงคล ก่อนทยอยกลับกรุง หอบสัมภาระตุนเสบียงข้าวสารอาหารแห้งมาเพียบ

ล่วงสู่วันที่ห้าของช่วงรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในเทศกาลปีใหม่ 2559 พบผู้ขับขี่ยังฝ่าฝืนกฎจราจรเพียบ ขณะที่ตามแหล่งท่องเที่ยว คนเริ่มเก็บข้าวของเดินทางกลับ และแวะซื้อของฝากสินค้าโอทอปของแต่ละพื้นที่กันอย่างคึกคัก รวมถึงตามวัดวาอาราม พุทธศาสนิกชนไหว้พระทำบุญขอพรล้นหลาม

คสช.ปลื้มไร้เหตุร้ายปีใหม่

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การจัดงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เมื่อคืนที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ร่วมกันดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในพื้นที่ต่างๆอย่างเต็มที่ พบว่าการจัดงานเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เรียบร้อย ไม่ปรากฏเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ ผู้ร่วมงานมีความสุขและกิจกรรมรื่นเริงดำเนินไปด้วยดี คสช.จึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยการจัดงานอย่างเต็มที่ ส่วนการดูแลประชาชนที่ใช้เส้นทางสัญจร ตามมาตรการสร้างความปลอดภัย ด้วยการดื่มไม่ขับ ของ คสช.โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจำนวนผู้ใช้เส้นทางยังมีจำนวนมาก แต่ไม่หนาแน่นเหมือน 1-2 วันที่ผ่านมา

วันปีใหม่คนทำผิด จร.อื้อ

โดยสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 1 มกราคม 2559 มีดังนี้ รถจักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 6,091 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถจักรยานยนต์ไว้ 740 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 5,216 คน สำหรับรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 2,667 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 238 คน ยึดรถยนต์ 96 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 2,242 คน ทั้งนี้ ตลอด 8 วันที่ผ่านมา (25 ธันวาคม 2558-1 มกราคม 2559) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการ ดื่มไม่ขับไว้แล้วจำนวน 2,140 คัน แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 1,952 คันและรถยนต์ 188 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ในส่วนรถจักรยานยนต์ 16,650 คน รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล 6,565 คน ในจุดบริการประชาชนของ คสช. ตามเส้นทางต่างๆ มีผู้มาขอใช้บริการเป็นระยะ โดยส่วนใหญ่จะสอบถามเส้นทาง จอดพักรถ ซ่อมตรวจสภาพรถ ดื่มกาแฟ เข้าห้องน้ำ และขอรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

เชียงใหม่แชมป์อุบัติเหตุ

ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2559 โดยปภ.และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ “สุขกาย สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย รับปีใหม่ 2559” เกิดอุบัติเหตุ 647 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 75 ราย ผู้บาดเจ็บ 657 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 33.08 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 15.90 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 82.34 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 29 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 35 คน

ส่วนสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (29 ธ.ค.58-1 ม.ค.59) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 253 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,412 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ตรัง พังงา แพร่ ระนอง สมุทรปราการ สิงห์บุรี และสุโขทัย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 91 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา เชียงราย สงขลา และปทุมธานี จังหวัดละ 9 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 91 คน

เข้มงวดรับมือคนกลับกรุง

นพ.โสภณกล่าวต่อไปว่า ในวันที่ 2 ม.ค.นี้ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับ ขณะที่บางส่วนยังคงเฉลิมฉลองอยู่ในพื้นที่ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จึงได้สั่งกำชับให้จังหวัดเข้มข้นดูแลทั้งเส้นทางสายหลักและสายรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 พบว่าดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงกว่าร้อยละ 33 และเวลา 00.01-04.00 น. เป็นช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จึงขอเน้นย้ำจุดตรวจ จุดสกัดตามชุมชน หมู่บ้านเข้มงวดในการเรียกตรวจ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหลังเวลา 23.00 น. ไปแล้ว เพื่อตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์และประเมินความพร้อมในการขับรถของผู้ขับขี่ อีกทั้งจากสถิติอุบัติเหตุพบว่า กว่าร้อยละ 60 เกิดบนเส้นทางตรง โดยมีสาเหตุจากการขับรถเร็ว การตัดหน้ากระชั้นชิด การใช้โทรศัพท์มือถือ จึงขอให้จังหวัดเข้มข้นการตรวจจับการใช้ความเร็ว ปรับแผนเพิ่มจำนวนจุดตรวจบนเส้นทางสายตรงที่มีระยะทางยาว เพิ่มความถี่ในการตรวจจับ เรียกตรวจเพื่อประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ พร้อมตักเตือนให้ผู้ขับขี่ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง นอกจากนี้ ให้พิจารณาปรับย้ายจุดตรวจ จุดบริการ และปรับแผนการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ปริมาณการจราจร และช่วงเวลาในการเดินทางของประชาชน

เน้นตรวจจับ 10 ข้อหาหลัก

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ขอขอบคุณและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ทำให้การรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด รวมทั้งบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัยที่หมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับมาตรการลดอุบัติเหตุด้านการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นการตรวจจับกุม 10 ข้อหาหลัก คือ 1.เมาสุราขณะขับรถ 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย 3.ขับรถเร็วเกินกำหนด 4.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 5.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ 6.มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 7.ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ 8.ขับรถย้อนศร 9.แซงในที่คับขัน 10.ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่เดินทางไปต่างจังหวัดจะสอบถามเส้นทาง หรือขอความช่วยเหลือตำรวจทางหลวง สามารถโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 1193 กรณีรถโดยสารสาธารณะ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ หมายเลข 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แห่เข้าวัดไหว้พระขอพร

สำหรับบรรยากาศการท่องเที่ยวและเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯของผู้คนจำนวนมาก ปรากฏว่าตลอดวันที่ 2 ม.ค.ซึ่งเป็นวันพระด้วย ทำให้ตามวัดวาอารามต่างแน่นขนัดไปด้วยพุทธศาสนิกชนแห่ไปทำบุญไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ 2559 ขณะที่ตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งภูเขาและทะเล ผู้คนก็เริ่มทยอยเดินทางกลับส่งผลให้การจราจรโดยรอบและตามเส้นทางหลักที่มุ่งหน้าเข้ากรุง มีปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และบางช่วงการจราจรเคลื่อนตัวได้ช้าแต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุไม่ขาดระยะ โดยที่ท่าเรือปากบารา จ.สตูล นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกลับจากเกาะหลีเป๊ะกันแล้ว ส่วนที่ท่าเรือตำมะลัง อ.เมือง พ.ต.ท.บัณฑิต สีหาโคตร ผบ.ร้อย ตชด.436 สตูล นำเจ้าหน้าที่มาแจกขนมและน้ำดื่มแก่ผู้ที่เดินทางมาจากลังกาวี เป็นการคืนความสุขในโอกาสขึ้นปีใหม่ เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ใต้ปลื้มยอดขายของฝากพุ่ง

ส่วนที่พัทลุง นอกจากนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เยอะแล้วยังมาหาซื้อสินค้าโอทอปยอดฮิตอย่างขนมปั้นขริบ ที่ได้รับความนิยมแซงหน้าผลิตภัณฑ์ข้างสังข์หยด เช่นเดียวกับที่ จ.สงขลา นักท่องเที่ยวเข้ามาเลือกซื้อของฝากที่ตลาดเกาะยอ อ.เมือง กันอย่างหนาตา โดยเฉพาะอาหารทะเลตากแห้ง เสื้อผ้าทอเกาะยอ สินค้าขึ้นชื่อ ได้รับความนิยมจนยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

สัมผัสความหนาวแน่นดอย

เช่นเดียวกับทางเหนือ นักท่องเที่ยวแห่ไปสัมผัสความหนาวเย็นตามยอดดอยและเลือกหาซื้อของฝากจำพวกสินค้าพื้นเมืองกันอย่างคึกคัก โดยที่ สวนสนบ่อแก้ว อ.ฮอด น้ำพุร้อนสันกำแพง อ.แม่ออน และหมู่บ้านม้งดอยปุย บนดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ตลอดวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางถ่ายภาพทิวทัศน์อย่างไม่ขาดสาย เช่นเดียวกับที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก นักท่องเที่ยวไทยเดินทางมาหาซื้อของฝากจนแน่นตลาด ขณะที่บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์ ต.ผาเลือ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ นักท่องเที่ยวมากันเป็นครอบครัว มาแวะชมความงามของดอกไม้นานาพรรณบริเวณสันเขื่อน และสักการพระพุทธสิริสัตตราชเพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปีใหม่นี้

คนแห่กลับล้นขนส่ง–รถไฟ

ส่วนการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ของนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาในภาคอีสานช่วงเทศกาลปีใหม่นั้น พบว่าตั้งแต่ช่วงสาย ที่สถานีขนส่งโคราชทั้งสองแห่ง และสถานีรถไฟอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เริ่มหนาตาด้วยผู้คนหอบสัมภาระอาหารแห้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวเหนียว ข้าวสาร ปลาร้า ปลาแดก ปลาส้มและของแห้งต่างๆ มาขึ้นรถโดยสาร นายศิระ บุญธรรมกุล ขนส่งนครราชสีมา กล่าวว่า คาดว่าตั้งแต่บ่ายวันที่ 2 ม.ค.เป็นต้นไป จะมีผู้โดยสารเดินทางกลับ กทม.อย่างคึกคัก จึงประสานผู้ประกอบการสำรองรถไว้ 60-70 คัน และเพิ่มเที่ยวรถเป็นวันละ 400 เที่ยว เพื่อระบายผู้โดยสารไม่ให้ตกค้าง ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพตั้งแต่เข้าเขต อ.บัวลาย สี่แยก อ.สีดา อ.คง อ.โนนสูง รวมถึงเส้นทางต่างระดับแยกปักธงชัย อ.วังน้ำเขียว ปริมาณรถเริ่มเยอะขึ้น ส่วนเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ช่อง เขาตาโก อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ก็มีรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯมากขึ้น

มุกดาหารตรวจเข้มต่างด้าว

ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา ต่างนำข้าวสารอาหารแห้งมาทำบุญตักบาตรแด่พระสงฆ์ 80 รูป ส่วนที่วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ ต.ศรีบุญเรือง จ.มุกดาหาร มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและลาว เดินทางมาชมวิว ณ จุดชมวิวและกราบพระองค์ใหญ่และรอยพระพุทธบาท จนรถเต็มลานจอด กระทั่งช่วงบ่ายที่สถานีขนส่งจังหวัดมุกดาหาร เริ่มกลับมาหนาแน่นด้วยประชาชนที่หอบสัมภาระเตรียมเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งขนส่งจังหวัดจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัดระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติดคนขับรถและพนักงานประจำรถทุกคัน รวมถึงตรวจสอบผู้โดยสารทุกคนต้องแสดงบัตรประชาชนและบัตรแรงงานต่างด้าว ป้องกันแรงงานเถื่อนลักลอบเข้ามาทำงานด้วย

แนะเลี่ยงใช้เส้นทางหลัก

พ.ต.ท.รัฐพล เพ็ญสงคราม รอง ผกก.(ป.) สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางกุมภวาปี หนองหาน เนื่องจากมีผู้ใช้เส้นทางเข้ากรุงเทพฯ เป็นจำนวนมาก สภ.หนองหาน จึงขอให้ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงการใช้ถนนเส้นนี้ แล้วให้ใช้เส้นทางหลักวิ่งเข้าตัวเมืองอุดรฯพอถึงสี่แยกบิ๊กซีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนมิตรภาพ อุดรฯ-ขอนแก่น จะสะดวกกว่า ขณะที่ทางหลวงหมายเลข 24 ถนนสายโชคชัยเดชอุดม การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง

เจ็บตายคาถนนทุกวัน

อย่างไรก็ดี ในส่วนอุบัติเหตุในภาคอีสานนั้น จากการเปิดเผยของนางปิยะฉัตร อินสว่าง ผอ.ปภ.เขต 5 นครราชสีมา สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ 2559 ใน 4 จังหวัดคือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค.2558-1 ม.ค.2559 มีอุบัติเหตุ/ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้นทุกพื้นที่ โดยนครราชสีมา ผู้บาดเจ็บ 60 คน ผู้เสียชีวิต 9 คน ชัยภูมิ ผู้บาดเจ็บ 3 คน เสียชีวิต 3 คน บุรีรัมย์ ผู้บาดเจ็บ 70 คน เสียชีวิต 7 คน และสุรินทร์ ผู้บาดเจ็บ 40 คน เสียชีวิต 6 คน สาเหตุสำคัญมาจากเมาแล้วขับขี่ ตามด้วยขับรถตัดหน้าในระยะกระชั้นชิดและใช้ความ เร็วเกินกำหนด ส่วนที่ จ.สระแก้ว นายพีระพงศ์ หมื่นผ่อง หัวหน้าสำนักงาน ปภ.สระแก้ว เปิดเผยเช่นกันว่าในช่วง 4 วันดังกล่าว จ.สระแก้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถ 21 ราย เสียชีวิต 1 คน เรียกตรวจรถ 18,749 คัน ถูกดำเนินคดี 447 คัน ขณะที่นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผวจ.ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า 4 วันที่ผ่านมา จ.ร้อยเอ็ด มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนวันละ 1 ศพ รวม 4 วัน 4 ศพ โดยศพล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. คือนายอนุภาพ ลาสอน อายุ 21 ปี นศ.ปี 3 ม.มหาสารคาม ขับรถกระบะไปฉลองปีใหม่กับเพื่อนตั้งแต่บ่ายวันที่ 31 ธ.ค.2558 กระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 1 ม.ค. มีผู้มาพบศพนายอนุภาพนอนเสียชีวิตที่พื้นนา ถนนสายบ้านเล้าข้าวไปบ้านกู่นาสิงห์ ข้างซากรถพังยับเยิน คาดว่าระหว่างขับรถกลับได้คุยโทรศัพท์กับเพื่อนสาว เมื่อถึงทางโค้ง รถเกิดพลิกคว่ำ นายอนุภาพที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยจึงกระเด็นออกมานอกรถเสียชีวิตคาที่

“อาคม” กำชับ จนท.ดูแลคนกลับ

ช่วงสายวันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เดินทางตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชนบริเวณหน้าหมวดทางหลวงวชิรบารมี อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร ริมถนนสาย 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก พร้อมมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยช่วยลดอุบัติเหตุในช่วงคนเริ่มเดินทางกลับ

เปิดทางพิเศษ–เลี่ยงเมือง

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนหลายสายในตัวเมืองนครสวรรค์ การจราจรเริ่มหนาแน่นขึ้น รถเคลื่อนตัวได้ช้าสลับหยุดนิ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายรถและเปิดช่องทางพิเศษบริเวณสะพานเดชาติวงศ์ให้รถจากภาคเหนือมุ่งหน้า กทม.ได้อย่างสะดวกขึ้น รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้รถที่วิ่งมาจากพิษณุโลก ใช้เส้นเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 บริเวณแยกหนองตะโก-บ้านมะเกลือ ต.บางม่วง อ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อเลี่ยงปัญหาจราจรในตัวเมือง

ขาเข้ากรุงแน่นทุกสาย

จากนั้นตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นมา บนถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นถนนมิตรภาพ ถนนพหลโยธิน ถนนสายเอเชีย จากภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ถนนเพชรเกษม จากภาคใต้ ถนนสุขุมวิท จากพัทยา ชลบุรี ระยอง ฯลฯ เนืองแน่นไปด้วยยวดยานนานาชนิด ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า การจราจรติดขัดเป็นระยะ โดยเจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปเส้นทางอื่นบ้าง เช่น ในถนนสายเอเชียแนะใช้ทางเลี่ยงที่แยกต่างระดับอ่างทอง เข้ากรุงเทพฯ ขณะที่บางจุดเช่น มวกเหล็ก จ.สระบุรี รถเคลื่อนตัวช้าและประชาชนแวะซื้อของฝากในเส้นมิตรภาพขาเข้ากันเป็นจำนวนมาก

บขส.เพิ่มกว่า 1 พันเที่ยวรถ

ส่วนที่สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 ฝั่งขาเข้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเดินทางกลับ กทม.ของประชาชนหลังจากเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในต่างจังหวัด มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยบางส่วนเลือกเดินทางกลับมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นรถโดยสารสาธารณะจาก จ.นครราชสีมา ซึ่งหลายคนให้เหตุผลเหมือนกันว่ากลับมาก่อนเพราะรถไม่มาก ถึงบ้านตามกำหนด ไม่ล่าช้า ขณะที่นายนพรัตน์ การุณยะวนิช รักษาการแทน กก.ผจก. บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดเผยว่า ผู้โดยสารที่เดินทางกลับมาก่อน ส่วนใหญ่อยู่ในเส้นทางระยะไม่เกิน 300 กิโลเมตร และที่รถสายโคราชเข้ามาเรื่อยๆ เพราะคนจังหวัดอื่นของภาคอีสานจะมาต่อรถที่นี่ ซึ่งวันที่ 3-4 ม.ค. คนจะหนาแน่นมากขึ้น ได้สั่งการให้เพิ่มเที่ยววิ่งรถทุกเส้นทางกว่า 1,000 เที่ยว คาดว่ามีผู้คนเดินทางเข้า กทม.วันละกว่า 150,000 คนต่อวัน จึงประสานรถ ขสมก.ที่วิ่งเส้นทางปกติมาจอดรถใกล้กับจุดลงรถ และขอให้จัดรถฟรีมาส่งบีทีเอสหมอชิตเพื่อช่วยระบายผู้โดยสารออกจากสถานี

ขนเสบียงกลับมาเพียบ

ขณะที่สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือหัวลำโพง มีประชาชนทยอยเดินทางเข้า กทม.มาอยู่เรื่อยๆ และเริ่มหนาแน่นขึ้นในช่วงเย็นเรื่อยไปจนถึงค่ำ เนื่องจากเป็นเวลาที่รถไฟขบวนจากสายเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางมาถึง ซึ่งพบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่มาพร้อมกับสัมภาระมากมาย จำพวกของกินของใช้ เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ฯลฯ นำกลับมาเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในเมืองกรุง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้