วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มีชัย' ลั่นไม่คิดตั้ง คปป. ชี้ คนบิดเบือนทำประชามติล่ม ต้องรับผิดชอบ

'มีชัย' ลั่นไม่คิดตั้ง คปป. ชี้ คนบิดเบือนทำประชามติล่ม ต้องรับผิดชอบ

  • Share:

"มีชัย" หวังยาแรงทำนักการเมืองตระหนัก ไม่กล้าทุจริต รอถามสปท.ปฏิรูปอะไรต้องใส่ในรธน.บ้าง ย้ำไม่คิดตั้ง คปป.ไม่รู้จะมีไปทำไม ชี้ใครบิดเบือนทำประชามติล่มต้องรับผิดชอบ ไม่ปล่อยให้เกิดปัญหาจนไปประท้วงบนถนนอีกแน่...

เมื่อวันที่ 2 ม.ค. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับที่ กรธ.กำลังร่าง ว่า อยากชักชวนให้ดูกลไกที่ดึงประชาชนมามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง และกลไกการขจัดทุจริตทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเมืองบริสุทธิ์ ประเทศเดินหน้าได้ไม่ติดกับดักเหมือนที่เป็นอยู่ การมีส่วนร่วมของประชาชนจะมี 3 ส่วนคือ 1.การมีส่วนร่วมของประชาชนในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ประชาชนมีสิทธิต้องรับ รู้และแสดงความคิดเห็น 2. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกบุคคลเป็นผู้บริหารประเทศ และ3.การมีส่วนร่วมของประชาชนที่จะเข้ามาสมัครเป็น ส.ว.

ส่วนการวางกลไกให้การทุจริตลดลงอย่างเป็นรูปธรรม จะกำหนดคุณสมบัติคนที่เข้าสู่การเมืองทุกองคาพยพ จะต้องไม่เคยถูกตัดสินในคดีทุจริตทั้งในหน้าที่และการเลือกตั้ง ถ้าใครถูกตัดสินเช่นนั้นต้องถูกห้ามตลอดชีวิตเป็นมาตรการยาแรง หวังว่าคนที่เข้าสู่การเมืองจะตระหนักถึงความรุนแรงอันนี้และหลีกเลี่ยงไม่ทำผิด ขณะเดียวกันยังมีกลไกควบคุมระหว่างการเข้ามาทำหน้าที่ของฝ่ายการเมืองอย่างชัดแจ้งและทางจริยธรรมที่มีการฝ่าฝืนอย่างร้ายแรง หากใครฝ่าฝืนจะถูกห้ามเข้าสู่วงการเมืองตลอดชีวิตเช่นกัน

“กลไกเหล่านี้จะกระจายไปอยู่ตามองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ ตลอดจนมีการปรับปรุงการทำหน้าที่และที่มาขององค์กรอิสระให้มีความเข้มข้น เป็นที่พึ่งของประชาชน รวมถึงสิ่งที่เคยห้ามในรัฐธรรมนูญแต่ถูกละเลยกลายเป็นการปฏิบัติที่ทุกคนวางเฉย”

ส่วนรัฐธรรมนูญจะมีกี่มาตรานั้น ขณะนี้มี 250-260 มาตรา แต่เป็นเพียงแค่ร่างเบื้องต้น ต้องไปปรับให้กระชับมากขึ้นจะเหลือมากน้อยแค่ไหนยังบอกไม่ได้ แต่วิธีการเขียนจะเขียนให้กระชับ ทั้งนี้ กำลังอยู่ในการพิจารณาว่าจะมีเรื่องการปฏิรูปใดจำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การปฏิรูปเดินไปข้างหน้า เท่าที่คิดมี 2 เรื่องคือ 1.การปฏิรูปการศึกษา 2.การปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวด ส่วนการปฏิรูปเรื่องอื่นๆ กำลังสอบถามไปยังสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า มุ่งปฏิรูปเรื่องใดและเรื่องใดต้องรีบด่วน ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่

สำหรับเรื่องยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี จะมีในรูปแบบไหน อย่างไร ยังไม่มีความชัดเจน รอข้อเสนอจากและกรธ.จะกลับมาดูอีกที ส่วนการที่สนช.เสนอให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.)ในร่างรัฐธรรมนูญ นั้น ยังไม่เคยคิดว่าจะมีและยังนึกไม่ออกว่าจะมีไปทำไมหน้าตาเป็นอย่างไร ส่วนข้อวิจารณ์ระบบจัดสรรปันส่วนผสมจะทำให้การเลือกตั้งเกิดความรุนแรง และมีการซื้อเสียงมากขึ้น ยังไม่เห็นว่าจะทำให้การเลือกตั้งรุนแรงขึ้นกว่าเดิมแต่หากใครไปซื้อเสียงก็ ขอให้นึกถึงผลที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ต้องไปหมดและไปแบบไม่กลับมา มาตรการแซงชั่นจะเป็นตัวสำคัญจะทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจได้พอสมควร

ขณะที่สถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องมีกลไกมาสร้างความปรองดองในช่วงเปลี่ยนผ่าน หรือไม่นั้น ไม่น่าจะต้องมีกลไกอะไร ถ้าคิดออกว่าจะปรองดองกันอย่างไร ค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะทำให้เกิดผลได้อย่างไร หากตั้งเป้าว่าจะต้องมีนั่นมีนี่ ก็อาจจะไม่ตรงกับความจำเป็น ส่วนเรื่องปฏิรูปและการปรองดองจะแยกหรือจะเชื่อมโยงกันในรัฐธรรมนูญ ทาง กรธ.กำลังรอฟังผลการศึกษาจากคณะอนุกรรมการของกรธ. ที่กำลังพิจารณาเรื่องนี้ อยู่ กรธ.พร้อมนำข้อเสนอมาพิจารณาประกอบร่วมกัน นอกจากนี้ อาจจะต้องมีกระบวนการทำให้เกิดความปรองดองขึ้นมา ถ้าเขียนในรัฐธรรมนูญให้ทุกฝ่ายดำเนินการให้เกิดความปรองดองแล้วทำให้เกิด การปรองดองได้เราเขียนไปนาน ส่วนบทเฉพาะกาล ยังไม่ได้คิดต้องรอให้เนื้อหาเสร็จสมบูรณ์ก่อนจึงจะเริ่มเขียน

ส่วนปัจจัยใดทำให้รัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ นั้น ยังไม่เคยคิดในแง่นั้น เราคิดว่า เราทำดีที่สุดแล้ว ถ้าประชาชนเข้าใจอย่างที่เราพยายามอธิบายก็น่าจะผ่าน จริงอยู่แม้พรรคการเมืองจะคัดค้าน แต่อาจพูดด้วยอารมณ์ ถึงเวลาก็ต้องเห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ หากคนที่ทำให้ไม่ผ่านก็ต้องรับผิดชอบ ใครที่บิดเบือนจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคนนั้นต้องรับผิดชอบ เพราะคนร่างก็ร่างดีที่สุดเท่าที่สติปัญญาจะมี

นายมีชัย ยังกล่าว รูปแบบการประชุม กรธ.ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค.จะพิจารณาตั้งแต่มาตรา 1 เป็นต้นไป จะดูถ้อยคำและความสอดคล้อง ความสมบูรณ์ คิดว่าน่าจะเห็นเป็นรายมาตราได้ และคิดเหมือนกันว่าจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมรับฟังได้หากไม่มีเรื่องหารือที่เป็นเรื่องสำคัญ แต่มีเงื่อนไขว่าเข้าไปแล้วห้ามลุกออกต้องอยู่ด้วยกันจะได้รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน โดยเจตนารมณ์ของการตีความรัฐธรรมนูญไม่ได้ดูที่คนร่างคิด แต่ดูที่เขียนออกมาอย่างไร เวลาตีความจะดูจากถ้อยคำทั้งหมด แล้วนำมาประมวลว่า เจตนารมณ์จากตัวหนังสือเหล่านั้น มีความมุ่งหมายอย่างไร

ในส่วนกลไกในรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชนออกมาเรียกร้องตามท้องถนนอีก นั้น เราวางเป็นขั้นตอนในทุกเรื่อง โดยมีองค์กรมีอำนาจวินิจฉัยและคำวินิจฉัยจะสิ้นสุด ไม่ปล่อยให้เรื่องคาราคาซังอยู่จนต้องไปตีความบนท้องถนนอีก แต่ไม่ได้แปลว่าเมื่อรัฐธรรมนูญนี้ออกมาใช้บังคับแล้วชาวบ้านจะเดินขบวนแสดง ความคิดเห็นอะไรไม่ได้เลยแต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้