วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯตั้งเป้าปี 64 เพิ่มมูลค่าลงทุน 8 พันล้าน แก้ราคายางอย่างยั่งยืน

นายกฯตั้งเป้าปี 64 เพิ่มมูลค่าลงทุน 8 พันล้าน แก้ราคายางอย่างยั่งยืน

  • Share:

นายกฯ เผยในรายการคืนความสุขฯ ตั้งเป้าปี 64 เพิ่มมูลค่าลงทุน 8 พันล้าน ร่วมแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ดึงนักลงทุน ไม่ต่ำ 70 รายเข้าร่วม ผ่านโครงการ Rubber City แจงข่าวดี 2 บริษัทใหญ่จีน สนใจลงทุนผลิตล้อรถยนต์ในไทย ...

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 1 มกราคม 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า สำหรับการลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.สงขลา เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล อาทิ โครงการ Rubber City มูลค่ากว่า 1,670 ล้านบาท ณ ศูนย์บริการการลงทุน โครงการนิคมอุตสาหกรรมเมืองยาง ในนิคมอุตสาหกรมภาคใต้ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่รัฐบาลนี้ได้เข้ามาสานต่อ ขยายผล สร้างมูลค่าเพิ่มในรูปแบบคลัสเตอร์ อาศัยเชื่อมโยงภาคธุรกิจอื่นๆ ด้วยเริ่มจากในพื้นที่ ขยายไปสู่จังหวัด ภูมิภาค และทั่วประเทศ และไปต่างประเทศให้ได้ จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “ฐานการผลิตยางพารา” ที่เต็มรูปแบบ สามารถรองรับการลงทุน จากนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ทั้งภายในและนอกประเทศได้ในอนาคต

โดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ว่า ในปี 2564 เราจะมีนักลงทุน เข้ามาลงทุนโรงงานยางพารา ไม่ต่ำกว่า 70 ราย รวมมูลค่าการลงทุน ไม่ต่ำกว่า 8 พันล้านบาท ผลดีที่ตามมามากมาย อาทิเช่น การจ้างงานกว่า 7,000 คน การเพิ่มปริมาณการใช้ยางพารา ไม่ต่ำกว่า 1 – 2 แสนตัน/ปี และมูลค่าการผลิต 6,000 – 14,000 ล้านบาทต่อปีเป็นต้น ทั้งหมดนั้นเป็นวิธีการแก้ปัญหายางอย่างยั่งยืนโดยการใช้ภายในประเทศให้มากขึ้น

สำหรับมาตรการส่งเสริมความเข้มแข็ง ผ่านอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมยางสำหรับรถยนต์ อุตสาหกรรมท่อยาง อุตสาหกรรมถุงมือยาง อุตสาหกรรมแปรรูปน้ำยางข้น รวมทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยางพารา และกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น โครงการนำร่อง “สวนยางในอนาคต” โครงการวิจัยและพัฒนาร่วม การจัดทำศูนย์ข้อมูล – ศูนย์แสดงสินค้า – โลจิสติกส์ – ตลาดกลาง – คลังสินค้า รวมทั้ง สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม พัฒนาบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา รวมถึงรัฐบาลกำหนดแผนการลงทุนระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การสร้างถนน ระบบไฟฟ้า ระบบประปา รองรับการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการในปีหน้าและในอนาคต

ดังนั้น เกษตรกรเองก็ต้องเร่งพัฒนาตนเอง รัฐจะสนับสนุนให้ได้มากที่สุด ขณะที่บริษัทผู้ผลิตล้อรถยนต์รายใหญ่ของจีน 2 บริษัท สนใจมาลง รวมถึงรัฐบาลส่งสริมสร้างโรงงานขนาดเล็ก แปรรูปยางพาราในท้องถิ่น ผ่านผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยสมัครใจ ไม่ยึดติดเพราะปลูกพืชเชิงเดียว ไม่ปล่อยพื้นที่ว่างเปล่า เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชอื่นแซม เช่น กล้วยหอมทอง ทำฟาร์มเห็ด รวมถึงเกษตรกรชาวนาเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมให้คำแนะนำ ซึ่งอยากให้เกิดขึ้นทุกหม่บ้าน โดยอย่ากลัวตลาด แหล่งเงินทุน รัฐบาลพร้อมส่งเสริมและต้องสร้างความสมดุลเรื่องของตลาด และราคาสินค้าเกษตร โดยไม่สร้างภาระให้ลูกหลาน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้