วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แลโลกปี "ลิงไฟ" สู้ก่อการร้ายกลายพันธุ์

แลโลกปี "ลิงไฟ" สู้ก่อการร้ายกลายพันธุ์

  • Share:

“ปีแพะ” ท่ีผ่านพ้น ชาวโลกยังเดือดร้อนจากภัยคุกคามต่างๆนานา รวมทั้งภัยก่อการร้ายที่มนุษย์ต่างแนวคิดผิดอุดมการณ์เข่นฆ่ากัน ผู้รับเคราะห์คือผู้บริสุทธิ์ ทั้งผู้ก่อการร้ายหน้าเก่าอย่างเครือข่าย อัล เคดา และ ตาลีบัน หรือกลุ่มใหม่ๆ เช่น โบโกฮาราม แต่ที่ทำให้โลกอกสั่นขวัญแขวนมากที่สุดก็คือ “กองกำลังรัฐอิสลาม” (ไอเอส)

••••••••••••••••

เหตุก่อการร้ายเขย่าโลก ที่สุดในปีแพะ คือกลุ่มแนวร่วมไอเอสโจมตีกรุงปารีส เมืองหลวงฝรั่งเศสถึง 6 จุด เมื่อ 13 พ.ย. คร่าชีวิต ผู้คนกว่า 130 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน เป็นการโจมตีหนึ่งในเมืองหลวง สำคัญที่สุดของโลกที่มีบทบาทสู้กับผู้ก่อการร้ายมาตลอด และไม่น่าเชื่อว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นได้

จากนั้นเมื่อ 2 ธ.ค. ยังมีเหตุคู่สามีภรรยาชาวมุสลิมบุกกราดยิงศูนย์บริการชุมชนในเมืองซาน เบอร์นาดิโน รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิต 14 ศพ ซึ่งฝ่ายหญิงโพสต์สวามิภักดิ์ต่อไอเอสก่อนลงมือ

เหตุโจมตีปารีสและซาน เบอร์นาดิโน ชี้ให้เห็นภัยก่อการร้ายรูปแบบใหม่ คนลงมือเป็นพลเมืองหรือลูกหลานผู้อพยพที่มีใจเคียดแค้นและได้รับแรงบันดาลใจจากไอเอส หรือพวกที่ไปช่วยไอเอสรบในอิรักและซีเรียซึ่งกลุ่มไอเอสยึดครองพื้นที่ได้กว้างขวาง และตั้ง “รัฐอิสลาม” (คอลิฟะฮ์) ขึ้น แล้วกลับเข้ามาก่อเหตุในประเทศของตนเอง

ประชาคมโลกใน “ปีวอก” 2559 นี้ จึงต้องตื่นตัวและผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว วางยุทธศาสตร์ต่อสู้การก่อการร้ายทุกวิถีทาง จะแค่ตั้งพันธมิตรส่งเครื่องบินไปโจมตีผู้ก่อการร้ายตามฐานที่มั่นไม่ได้แล้ว เพราะ “ผู้ก่อการร้ายกลายพันธุ์” สุดอันตราย ซุ่มซ่อนอยู่ในบ้าน แถมยากแยกแยะตามแกะรอย!

••••••••••••••••

หน่วยงานด้านการอารักขาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ที่ขอสงวนนาม คาดว่าแนวโน้มก่อการร้ายในปี 2559 จะเพิ่มขึ้น ตามพัฒนาการของเทคโนโลยีโลก ยิ่งมีเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ ประสิทธิภาพในการก่อเหตุก็จะสูงขึ้นตาม ดูได้จากกลุ่มอัล เคดา หลังๆถือว่าธรรมดา ไม่สามารถดึงมวลชนมาร่วมได้มาก แต่พอไอเอสผงาดขึ้นมา ใช้เทคโนโลยีมีเดียของตัวเอง ขายอุดมการณ์ตั้งรัฐอิสลาม ขายความเป็นมุสลิมบริสุทธิ์ จึงมีคนเข้าร่วมมากมาย

ส่วนการป้องกันก็ยาก เพราะคนร้ายหาข่าวและวางแผนโจมตีได้ง่าย ใช้แอพพลิเคชั่นพวกกูเกิลแม็ป สตรีทวิว มองเห็นได้หมด ตรงไหนมีกล้องวงจรปิด ตรงไหนมีเจ้าหน้าที่ การขายอุดมการณ์ ไอเอสก็ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การจะไปกั้นความเชื่อคนมันยาก เหมือนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชอบ อ่านแล้วตอบโจทย์ ทั้งที่มีเล่มอื่นที่เนื้อหาคล้ายกัน

มาตรการของตะวันตกที่พยายามตัดท่อน้ำเลี้ยง รวมทั้งเส้นทางการเงินของผู้ก่อการร้าย อาจชะลอการก่อเหตุได้ระดับหนึ่ง แต่สุดท้ายก็หาท่อน้ำเลี้ยงใหม่ช่องทางอื่นอยู่ดี ทั้งการลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ค้ายาเสพติด ส่วนการทิ้งระเบิดสังหารแกนนำผู้ก่อการร้าย ฆ่าไปก็มีหัวใหม่ กลุ่มใหม่ขึ้นมา

แต่หนทางแก้ใช่ว่าจะไม่มี เมื่อกลุ่มก่อการร้ายมีวิธีก่อเหตุ 4 ขั้นตอน คือ การหาข่าว วางแผน ลงมือปฏิบัติการ และถอนตัวกบดาน ต้องไปสกัดตรงขั้นเตรียมการให้ได้ เพราะเป็นจุดอ่อนของการก่อการร้าย ขณะที่รัฐบาลต้องเข้มแข็ง ต้องเป็น “เป้าแข็ง” (Hard Target) โมเดลที่ดี คือกรุงลอนดอนของอังกฤษ มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนมาช่วยเฝ้าดูกล้องวงจรปิด มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เด็ดขาด ตำรวจทั่วไปพกปืนไม่ได้ ต้องเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษเท่านั้น และโมเดลของอิสราเอล ที่รัฐบาลเข้มแข็ง ประชาชนมีจิตสำนึกร่วม ช่วยกันระแวดระวังภัย สอดส่องชุมชนตัวเอง

ส่วนสถานการณ์กลุ่มก่อการร้ายใน ภูมิภาคอาเซียน น่าจับตามาก เพราะตอนนี้สารพัดกลุ่มที่อยู่ในภูมิภาค ไม่ว่า อาบูซายาฟ หรืออื่นๆ เริ่มตายลงเพราะขาดท่อน้ำเลี้ยง ไม่มีผลงานในการก่อเหตุ จากที่เรียกว่ากลุ่มก่อการร้ายสากล กลุ่มกบฏระดับที่สร้างความน่าสะพรึงกลัว หลังๆไม่มีผลงานอะไร กรณีนี้กลุ่มไอเอสซึ่งร่ำรวยมากได้เข้ามาตอบโจทย์ เห็นได้จากข่าวความพยายามขอสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอสเพื่อขอท่อน้ำเลี้ยงใหม่ ส่วนระยะเวลาที่จะก่อเหตุได้ต้องดูว่าไอเอสจะเรียกกลุ่มในอาเซียนเข้าอบรมเมื่อไหร่ ก่อนจะเทเงินมาและวางแผนให้ก่อเหตุ

แต่ถ้ากลุ่มไหนยังไม่มีผลงานก็อาจถูกเขี่ยทิ้ง หากลุ่มใหม่ใจกล้า มือถึง กำลังดีกว่า และก็ต้องสร้างผลงานที่น่าสะพรึงกลัวให้สมกับชื่อไอเอสด้วย

••••••••••••••

อ.สุภาค์พรรณ ตั้งตรงไพโรจน์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ทัศนะเรื่องการก่อการร้ายและความมั่นคงในอาเซียนว่า อาเซียนมีปฏิญญาว่าด้วย ความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้ายมาตั้งแต่ พ.ศ.2545 คือหลังเหตุถล่มตึกเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ในสหรัฐฯ เมื่อ 11 ก.ย.2544 (9/11)

หลังเกิดเหตุใหม่ๆ สหรัฐฯเตือนมาที่อินโดนีเซียว่ามีข่าวกรองว่าจะมีการก่อการร้าย แต่อินโดนีเซียไม่เชื่อ แต่หนึ่งปีหลังจากนั้นก็เกิดระเบิดที่เกาะบาหลี ส่งผลให้อินโดนีเซียเป็นตัวตั้งตัวตีให้อาเซียนยอมรับความร่วมมือ จนมีการลงนามในปฏิญญาต่อต้านการก่อการร้าย หลักๆ คือแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองทั้งหลาย แต่ว่าพอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ค่อยแบ่งปันกัน อย่างมากที่แบ่งปันก็จะเป็นแค่ผิวเผิน ซึ่งประเทศนั้นๆก็จะรู้อยู่แล้ว ไม่รู้เพราะอะไร ตามวงเสวนาเกี่ยวกับความมั่นคง ส่วนมากจะพูดถึงปัญหานี้

ส่วนกรณีประเทศไทย การได้รู้ข้อมูลว่าจะมีความเสี่ยงเรื่องแนวโน้มก่อการร้าย ไม่ได้รู้จากอาเซียนด้วยกัน แต่รู้จากต่างชาตินอกภูมิภาคไปเลย ถ้าไม่ใช่สหรัฐฯ ก็จะเป็นประเทศอื่นๆ เพราะฉะนั้นความร่วมมือ เรื่องนี้ของอาเซียน ก็มีแค่ปฏิญญาที่เกิดขึ้นมา แต่การดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมจะมีแค่การจัดประชุม เวิร์กช็อป เสวนา

คำถามที่ว่าจะร่วมมือกันต่อต้านก่อการร้ายอย่างไรให้ชื่อว่าต่อต้านได้จริงๆ หรือว่าป้องปรามได้จริงๆ ยังไม่ชัดเจน ส่วนเรื่องเตือนภัยก่อการร้าย กรณีของไทยจะแตกต่างจากประเทศตะวันตก ซึ่งจะประกาศเลยให้คนเฝ้า ระวังตัว แต่ไทยบอกไม่ได้ จะทำให้คนตื่นตระหนกหรือกระทบต่อการท่องเที่ยว

ส่วนตัวมองว่าประกาศไปเลยจะดีกว่า เพราะถ้าเกิดขึ้นจริงมันก็กระทบอยู่ดี เพียงแต่ให้ประกาศเตือนแบบกว้างๆ อย่าถึงขั้นเจาะจงเกินไป ให้มันกว้างกว่านี้ จะได้ไม่กระทบผู้คนมาก โดยเฉพาะผู้ค้าขาย แถมเราจะได้ช่วยกันดูช่วยกันระวังตัวได้

•••••••••••••••••

นอกจากภัยก่อการร้าย หลายภูมิภาคทั่วโลกยังมีความรุนแรงที่น่าวิตก ไม่ว่าจะเป็นสงครามกลางเมืองที่ “เยเมน” ซึ่งซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรเข้าไปแทรกแซง สนับสนุนฝ่ายรัฐบาลสุหนี่สู้กับกบฏ “ฮูธี” นิกายชีอะห์ จนกลายเป็นแหล่งเพาะการก่อการร้ายอีกแห่ง

ส่วนที่ “อิรัก” และ “ซีเรีย” ฐานที่มั่นของไอเอส สงครามกวาดล้างไอเอสของประชาคมโลกจะทวีความดุเดือดขั้นแตกหักในปี 2559 ต้องลุ้นว่าจะสยบไอเอสได้หรือไม่ แต่ต้องระวังไอเอสปรับยุทธศาสตร์ “ส่งออกการก่อการร้าย” ไปโจมตี “เป้าอ่อน” ( Soft Target ) ในประเทศต่างๆแทน

นอกจากนี้ มหาอำนาจยังงัดข้อกันเองในศึกซีเรีย ฝ่ายสหรัฐฯและพันธมิตรต้องการโค่นล้มรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด และสนับสนุนฝ่ายกบฏ ส่วนรัสเซียซึ่งผสมโรงโจมตีทางอากาศถล่มไอเอส กลับสนับสนุนอัสซาด ถ้าไม่ยุติข้อขัดแย้งนี้ก่อน ยากที่สงครามซีเรียจะจบลงได้

อีกพื้นที่ล่อแหลมคือ “ทะเลจีนใต้” ซึ่งจีนกับหลายชาติในภูมิภาคแย่งชิงกรรมสิทธิ์ และยิ่งร้อนแรงขึ้นหลังจีนถมทะเลสร้างเกาะเทียมและลานบินบนหมู่เกาะพิพาท ขณะที่สหรัฐฯเข้าไปแทรกแซง ทั้งส่งเรือและเครื่องบินรบเข้าไป “ลองของ” จีน โดยอ้างเสรีภาพในการเดินเรือและการบิน แต่เชื่อว่าไม่มีฝ่ายใดต้องการทำสงคราม

ส่วนศึกอมตะระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์จะยิ่งแรงขึ้น หลังขัดแย้งกันเรื่องศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ในนครเยรูซาเล็มตั้งแต่เดือน ก.ย.2558 ทำให้ชาวปาเลสไตน์ก่อเหตุไล่ฟันแทงชาวอิสราเอลถี่ยิบ และถูกยิงตอบโต้ ทั้งสองฝ่ายตายเจ็บจำนวนมาก จนหวั่นว่าจะเกิดการลุกฮือต่อต้านอิสราเอลครั้งใหญ่ หรือ “อินติฟาดา” ครั้งที่ 3 ขึ้น

แต่ทั้งหลายทั้งปวงนี้ “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” อะไรที่ดูร้ายๆ อาจกลายเป็นดีในที่สุด เราไม่ควรมองโลกในแง่ร้ายเกินไป เพียงขอให้มีสติ อย่าสูญสิ้นความหวัง...ความสุขย่อมไม่หนีหายไปไหน!

•••••••••••••••••

ทีมข่าวต่างประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้