วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮักกันแน่นตึ๊บ...ม่วนชื่น...เมืองลาว

ฮักกันแน่นตึ๊บ...ม่วนชื่น...เมืองลาว

  • Share:

พระธาตุหลวงเวียงจันทน์

...“ถึงดาวเดือนเคลื่อนฟ้า ลาลา

เปล่งประดุจสุริยะพราว ผ่านพ้น

ฤดูฤดีแนบแอบหนาว นอนเอย

จากเวียงจันทน์ข้ามค้น ขอบฟ้า มาฝัน...”

โคลงสดที่พิธีกรหนุ่มใหญ่ อย่าง กฤษณะ ละไล จากเนชั่นทีวี ร่ายให้พวกเราฟังกลางทะเลสาบเขื่อนน้ำงึมวันนั้น ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงกิจกรรมดีๆอย่าง “SCG Sharing the Dream” ที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SCG นำทุนการศึกษา 230 ทุน ไปมอบให้กับเด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของ สปป.ลาว เป็นอีกหนึ่งของกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของมิตรประเทศสองฝั่งโขงอย่างไทย-ลาวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นักเรียนที่ได้รับทุนครั้งนี้ แต่ละคนจะส่งเรียงความเข้ามาให้คณะกรรมการตัดสิน ซึ่งเรื่องราวในเรียงความส่วนใหญ่เป็นชีวิตจริงของเด็กๆที่ต้องอยู่กับความยากจน การด้อยโอกาสทางการศึกษา ที่ฟังไปพลางคุยไปพลางก็พานให้คนสัมภาษณ์น้ำตาจิไหลตามน้องๆไปด้วย

วันแรกในลาว หลังจากที่อิ่มหนำสำราญอาหารพื้นเมืองลาวที่ ร้านอาหารครัวลาว ปิดท้ายด้วย บัวลอยฟรุตสลัด ที่หวานกลมกล่อมชุ่มน้ำ ผลไม้ครบในถ้วยเดียวแล้ว พวกเราก็พากันไปเดินย่อยอาหารที่ตลาดนัดสินค้าพื้นเมืองในบรรยากาศถนนคนเดินริมแม่น้ำโขงก่อนกลับเข้าที่พัก หลับแบบสบายดีเมืองลาวตลอดทั้งคืน

แม่หญิงลาว-ไทยแยกกันไม่ออก

พระจันทร์ยังไม่ทันลาท้องฟ้าก็ได้เวลาออกไปตักบาตรข้าวเหนียวพระสงฆ์ที่ วัดองค์ตื้อ งานนี้สาวไทย สาวลาว แต่งกายละม้ายคล้ายคลึงกันไปหมดนุ่งซิ่นสีสด ห่มสไบ ตามแบบฉบับแม่ญิ๋งลาว

บรรยากาศการตักบาตรข้าวเหนียวในช่วงเช้ามืด

การตักบาตรข้าวเหนียวนั้น เป็นประเพณีของคนลาวที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำบุญตามประเพณีของชาวพุทธแล้ว คนลาวยังมีความเชื่อว่าหลังตักบาตรเสร็จให้ปั้นข้าวเหนียว 4 คำไว้ในกระติ๊บ โดยเชื่อว่าเป็นการเสริมความร่ำรวย ให้เงินทองไหลมาเทมาไม่มีหมด โดย 1 คำแรกให้ใส่ไว้ในกระติ๊บเรียกว่า ขวัญข้าว ส่วนอีก 3 คำที่เหลือให้วางไว้ตามรั้ว ตามต้นไม้ หรือกระถางต้นไม้ สำหรับไหว้พระรัตนตรัย ทำบุญให้สรรพสัตว์

สรีรสังขารของสมเด็จสังฆราชลาว

และถือว่าเป็นโชคดีของพวกเราที่มาตักบาตรที่วัดองค์ตื้อ เลยได้มีโอกาสเข้าไปกราบไหว้สักการะสรีรสังขารของ พระอาจารย์ใหญ่ ดร.มหาผ่อง ปิยะทีโร (สะมาเลิก) ประธานองค์การพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว (อพส.) สมเด็จพระสังฆราชประจำ สปป.ลาวรูปที่ 4 ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระเถระ 2 ฝั่งโขง เพราะพื้นเพเดิมนั้น ท่านเป็นคนอุบลราชธานี แม่เป็นชาวจำปาสัก ถือเป็นพระเถระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นที่เคารพศรัทธาของคนลาว ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา สิริรวมอายุ 100 ปี 6 เดือน 81 พรรษา

ถือเป็นบุญยิ่งที่ได้มีโอกาสครั้งนี้.....

สำหรับกำหนดการวันนี้ ทาง SCG จะพาไปตะลอนเวียงจันทน์ สวรรค์ริมฝั่งโขง โดยเริ่มที่ วัดสีสะเกด หรือที่ชื่ออย่างเป็นทางการว่า วัดสะตะสะหัสสาราม เป็นวัดที่สร้างขึ้นแห่งแรกในนครเวียงจันทน์ บางคนเรียกสั้นๆว่า วัดแสน มาจากคำว่า “สตสหัสส” แปลว่า 100,000 ส่วน อาราม แปลว่า วัด สาเหตุที่เรียกเช่นนี้ เพราะพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชและพุทธศาสนิกชนชาวลาวในอดีต ทรงสร้างพระพุทธรูปทั้งองค์เล็กและองค์ใหญ่ประดิษฐานไว้ทั่ววัด 100,000 องค์ แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 6,820 องค์เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปมากที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์

วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับไทยเพราะเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระยาจักรี ประมาณปี พ.ศ. 2321 ได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีให้ยกทัพไปทวงถามเครื่องบรรณาการจากลาว ลาวไม่ให้จึงสู้รบกัน ลาวรบแพ้ ในฐานะที่เจ้าพระยาจักรีเป็นนักรบผู้ทรงธรรมและเคยบวชเรียนหลายพรรษา เมื่อชนะศึกแล้วจึงนำพาทหารสยามบูรณะซ่อมแซมวัดนี้เพื่อเป็นพุทธบูชาอุทิศส่วนกุศลให้ทหารทั้ง 2 ประเทศที่เสียชีวิต และถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าสถาปัตยกรรมเกือบทั้งหมดของวัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมไทย และถือเป็นวัดเดียวที่ไม่ถูกเผาทำลายในช่วงที่เกิดสงครามเวียงจันทน์

มาถึงเวียงจันทน์แล้ว ต้องแวะไปเยี่ยมเยียน อนุสาวรีย์ประตู หรือ ประตูชัย ที่ยังเห็นซึ่งในช่วงที่เราไปนั้น ยังมีบรรยากาศของการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี แห่งการสถาปนา สปป.ลาว มีการประดับตกแต่งและติดธงชาติตามจุดต่างๆ อย่างสวยงาม ประตูชัยนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพราะครั้งหนึ่งลาวเคยตกเป็นดินแดนในอาณานิคมของฝรั่งเศสมาก่อน แต่แม้ว่าจะได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสแต่ก็ยังคงมีกลิ่นอายของลาวจากสถาปัตยกรรมส่วนยอดด้านบนที่มีลักษณะเป็นปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้ง

นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์จากด้านบนสุดของประตูชัยได้ แต่ต้องขึ้นบันไดวนไป 147 ขั้น โดยการขึ้นไปนั้น ลาวจะมีการเก็บ “ค่าปี้” หรือ ค่าตั๋ว สำหรับคนที่ต้องการขึ้นไปด้านบน

พระประธานหน้าพระธาตุหลวง

ชมประตูชัยแล้วก็ไปต่อกันที่ วัดพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า พระเจดีย์โลกะจุฬามณี ซึ่งเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของ สปป.ลาว รูปทรงจะคล้ายพระธาตุพนมของไทย ผู้สร้างพระธาตุหลวง คือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ หรือ บุรีจันอ้วยล้วย เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พระธาตุแห่งนี้เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุส่วนหัวหน่าว 27 องค์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระนอนองค์ใหญ่ที่วัดพระธาตุหลวง
ทะเลสาบเขื่อนน้ำงึม

กราบไหว้ขอพรพระธาตุกันเสร็จเรียบร้อย SCG จัดโปรแกรมอาหารกลางวันบนเรือยนต์ กลางทะเลสาบเขื่อนน้ำงึม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของลาว ระหว่างที่เรือแล่นไปได้มีโอกาสแวะ “ดอนท้าว ดอนนาง” เกาะสถานเรือนจำของนักโทษชาย นักโทษหญิง กลางเขื่อน ที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป แต่ให้พวกเราได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกระติ๊บข้าวและงานจักสาน ชมความงดงามของ “ภูผาด่าง” ที่ตั้งตระหง่านขนานไปกับน้ำบนเขื่อนสีเขียวมรกตลึก 60 ม. ตัดกับท้องฟ้าที่ฟ้าใส เป็นบรรยากาศที่งดงามไปอีกแบบ

จุดแวะซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือนักโทษลาว
ผลิตภัณฑ์ฝีมือ นักโทษชาย-หญิง

เพียง 48 ชั่วโมง ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างเวียงจันทน์ เราได้มองเห็นชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งของคนลาว การยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีอย่างแนบแน่นและฝังลึก ไม่ว่าจะเป็นการกินอยู่ แต่งกาย การใช้ภาษา ที่ต้องบอกว่า ถ้าเลือกได้บางครั้งการนั่งรถไฟฟ้า เดินห้างหรูหราในเมืองใหญ่ๆอาจเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย เยิ่นเย้อ ต่างจากความสุขที่ได้จากการนั่งสามล้อ ถีบจักรยาน สานกระติ๊บใส่ข้าวเหนียว เอาไว้เปิบอย่างม่วนชื่น...กับครอบครัว เป็นความสุขที่ต่อให้มีเงินล้นฟ้า...ก็หาซื้อมาไม่ได้....

สะบายดี...เมืองลาว ขอให้เฮาฮักกันแน่นตึ๊บ ม่วนชื่นเช่นนี้ตลอดไปเด้อ.....!!!!

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้