เปิดประเทศรับอาเซียน

ข่าว

    เปิดประเทศรับอาเซียน

    หมัดเหล็ก

      2 ม.ค. 2559 05:01 น.

      ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ถือเป็นวันเริ่มต้นของ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีรายละเอียดมากมายในการปฏิบัติร่วมกันระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคงและมาตรการทางสังคม ประชากรในอาเซียนประมาณ 600 ล้านคน เชื่อว่าจะเป็นการขับเคลื่อนที่มีพลังอีกกลุ่มประเทศหนึ่ง

      แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นผลในทันทีทันใด เพราะกว่าจะนำข้อตกลงไปสู่การปฏิบัติให้ครบถ้วนได้ก็คงต้องใช้เวลาหลายปีเพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องสงวนประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ก่อน

      มีการสำรวจความเห็นของประชาชนต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของ สวนดุสิตโพล มองว่าจะทำให้เศรษฐกิจในอาเซียนแข็งแรงขึ้น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน เกิดความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน คุณภาพชีวิตประชากรของอาเซียนจะดีขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระตุ้นการท่องเที่ยว

      ข้อเสีย เกิดการแข่งขันด้านแรงงานสูง การแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก กิจการขนาดเล็กได้รับผลกระทบ ปัญหาเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาการก่อการร้าย อาชญากรรมการค้ามนุษย์ ความแตกต่างทางด้านคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ปัญหายาเสพติดความแออัด ปัญหาการคมนาคมขนส่งและภาคเกษตร

      สำหรับเรื่องที่ชาวบ้านอยากให้ประชาคมอาเซียนให้ความสำคัญเรียงตามลำดับคือ การศึกษา เศรษฐกิจอาเซียน ความมั่นคงอาเซียน คุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมความร่วมมือกับนานาประเทศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เทคโนโลยี สังคมวัฒนธรรมอาเซียน ด้านอาหาร การแข่งขันกับนานาประเทศ การเกษตร คอร์รัปชัน ปัญหาว่างงาน สุขภาพ การเก็บภาษี

      ถ้าจะพูดถึง ความพร้อม ผลกระทบในลำดับต้นๆ น่าจะเป็น ส่วนราชการมากกว่าเอกชน เพราะเอกชนและประชาชนมีการติดต่อค้าขายกันอยู่แล้ว แต่การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยราชการ จะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่และจะมีผลกระทบต่อภาคเอกชนและประชาชนตามมาด้วย

      การท่องเที่ยว ถ้าจะดูจากยอดนักท่องเที่ยวแล้วนำมาคำนวณเป็นรายได้ของประเทศ คงจะตอบโจทย์ยาก ยกตัวอย่าง นักท่องเที่ยวจากจีน ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยมากที่สุดในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงก็คือมีนักธุรกิจจีนมาลงทุนทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านช็อปปิ้ง บริการสปาต่างๆครบวงจร นั่นหมายความว่ารายได้ทั้งหมดไม่ได้เข้าประเทศไทยเต็มเม็ดเต็มหน่วย แค่ใช้พื้นที่ของเราในการทำธุรกิจเท่านั้น

      ที่สำคัญ เอสเอ็มอี ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมจะสู้กับทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามาได้อย่างไร ลำพังเศรษฐกิจในประเทศปัจจุบันก็เป็นตุ๊กตาล้มลุกอยู่แล้ว การเปิดประตูสู่อาเซียนจึงเหมือนดาบสองคม ที่จะกลับมาเชือดคอคนจนชั้นรากหญ้าได้ง่ายๆ

      ด้วยปัจจัยจากต่างประเทศที่คาดว่าราคาน้ำมันจะลดลงจนแตะที่ 43-45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นโอกาสของผู้บริโภคแต่เป็นกรรมของผู้ผลิต ชาวไร่ชาวนา เกษตรกร ขายสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงมากๆ รวมถึงภาคแรงงานที่ร่อแร่

      จะเผาหลอกเผาจริงไม่ต่างกัน.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 19:04 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์