ข่าว
100 year

จราจรกรุงเทพฯปีที่ 234 รถไฟฟ้ามาแล้ว ทางด่วนมาเพิ่ม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์1 ม.ค. 2559 06:01 น.
SHARE

กรุงเทพฯกับปัญหาจราจรยังเป็นหัวข้อที่อยู่ในความสนใจของชาวกรุงเทพฯมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อยากรู้นักว่าโครงการแก้ปัญหาจราจรโครงการใหม่ๆจะเสร็จเมื่อไหร่

สำหรับปี 2559 เป็นปีที่ครบรอบ 234 ปี ของเมืองกรุงเทพฯ หรือรัตนโกสินทร์ศก 234 ชาวกรุงเทพฯจะมีโอกาสได้สัมผัสโครงการแก้ปัญหาจราจรใหม่ๆหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่หลายคนรอคอยมานานว่าจะแก้ปัญหาจราจรได้ตรงจุดที่สุด

นั่นก็คือ โครงการรถไฟฟ้า...รวมทั้งโครงการเพิ่มผิวการจราจรใหม่ ได้แก่ ทางด่วน

O O O O O

6 ปีที่รอคอย–รถไฟฟ้าสายที่ 4

รถไฟฟ้าสายสีม่วง สายเตาปูน–บางใหญ่ นับเป็นไฮไลต์ของโครงการแก้ปัญหาจราจรของปี 2559 ด้วยเป็นรถไฟฟ้าสายที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หลังจากรถไฟฟ้า BTS เปิดใช้ในปี 2539 รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ปี 2547 และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เมื่อปี 2553

รถไฟฟ้าสายสีม่วง เตาปูน-บางใหญ่ เป็นรถไฟฟ้าแบบยกระดับตลอดสาย ระยะทางรวม 23 กม. เริ่มต้นจากแยกเตาปูน ไปตามถนนกรุงเทพฯ-นนทบุรี เลี้ยวขวาแยกติวานนท์ เข้าสู่ถนนรัตนาธิเบศร์ และถนนกาญจนาภิเษก มีสถานีทั้งหมด 16 สถานี เริ่มจากสถานีเตาปูน (สถานีต้นทาง และสถานีร่วมที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสายท่าพระ-บางซื่อที่กำลังก่อสร้างอยู่) สถานีบางซ่อน สถานีวงศ์สว่าง สถานีแยกติวานนท์ สถานีกระทรวงสาธารณสุข สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สถานีศรีพรสวรรค์ สถานีแยกนนทบุรี 1 สถานีสะพานพระนั่งเกล้า สถานีไทรม้า สถานีท่าอิฐ สถานีบางรักใหญ่ สถานีบางพลู สถานีบางใหญ่ และสถานีคลองบางไผ่ โดยมีจุดจอดรถ Park&Ride เป็นอาคารที่จอดรถ 4 แห่ง ที่สถานีคลองบางไผ่ สถานีบางใหญ่ สถานีท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1

ลิฟต์คนพิการ–ส้วมทุกสถานี

รถไฟฟ้าสายสีม่วงถูก รฟม.แก้ไขจุดอ่อนที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด 2 เรื่องของรถไฟฟ้าสายเดิม เรื่องแรกคือ สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ โดยทุกสถานีของรถไฟฟ้าสายสีม่วงจะมีทางลาดขึ้นลงในระดับเสมอกับทางเท้าของสถานีขึ้นไปยังชั้นสอง เพื่อผ่านเครื่องตรวจบัตรเช่นเดียวกับผู้โดยสารปกติ ก่อนที่ผู้โดยสารที่นั่งวีลแชร์จะโดยสารลิฟต์ที่ติดตั้งไว้กลางโถงชั้นสองขึ้นสู่ชั้นชานชาลา สะดวกกว่ารถไฟฟ้า MRTเดิมที่ต้องรอโดยสารลิฟต์ 2 ครั้ง กว่าจะถึงชั้นชานชาลา

เรื่องที่สองที่ รฟม.ตอบโจทย์คนใช้รถไฟฟ้าสองสายแรกอย่างตรงใจที่สุด คือ ส้วม...รถไฟฟ้าสายสีม่วง ก่อสร้างส้วมสำหรับผู้โดยสารทุกสถานีไว้ที่ชั้นสอง แยกเป็นส้วมชาย ส้วมหญิง ส้วมคนพิการ ภายในติดตั้งเครื่องสุขภัณฑ์สะอาดเอี่ยม หลังจากที่รถไฟฟ้าเดิม ทั้ง BTS และ MRT ไม่มีส้วมรองรับผู้โดยสาร จนถูกร้องเรียนอย่างอื้ออึง ทำให้เมื่อ รฟม.สร้างรถไฟฟ้าสายใหม่จึงต้องทำส้วมเอาใจผู้โดยสารด้วย

ส้วม!!!! จุดเด่นที่เป็นจุดอ่อน

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูเหตุผลที่รถไฟฟ้าสายแรกๆ ไม่มีส้วมผู้โดยสารอยู่ในระบบนั้น มาจากเหตุผลเรื่องการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการก่อการร้าย หรือการก่อวินาศกรรม เนื่องจาก “ส้วม” จะเป็นจุดอับสายตา ของระบบรักษาความปลอดภัย

ประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการ รฟม. เคยชี้แจงว่า การที่รถใต้ดิน MRT ไม่มีส้วม เพราะส้วมไม่สามารถ ติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ ฉะนั้นเพื่อป้องกันคนร้ายมาแอบวางวัตถุอันตรายในส้วม เราจึงไม่ทำส้วม เว้นแต่ว่าจะอนุญาตให้ติดกล้องวงจรปิดในส้วม

ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีส้วมสะอาดทุกสถานีนั้น พีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการ รฟม.คนปัจจุบัน ชี้แจงว่า ทาง รฟม.และบริษัทบีเอ็มซีแอลจะหารือเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาดังกล่าวต่อไป

วงศ์สว่างสูงสุดหลบสะพาน, สายไฟ

ในบรรดาสถานีทั้ง 16 สถานีถูกบันทึกไว้ว่า สถานีวงศ์สว่างเป็นสถานีที่มีความสูงมากที่สุด โดยมีความสูง 28 เมตร ขณะที่สถานีอื่นจะมีระดับความสูงเฉลี่ยที่ 20-25 เมตร เนื่องจากบริเวณที่เป็นตำแหน่งสถานีมีข้อจำกัดทางกายภาพ 2 ข้อ ข้อแรก คือ จะต้องสร้างข้ามสะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง นอกจากนั้น บริเวณดังกล่าวยังมีเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านอยู่ ทำให้ตัวสถานี รถไฟฟ้าถูกออกแบบให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า และไกลห่างจากทางแยก และด้วยเหตุนี้ทำให้สถานีวงศ์สว่างต้องสร้างสกายวอล์ก เพื่ออำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่มาจากแยกวงศ์สว่างด้วย

ขณะเดียวกัน สถานีที่ถูกบันทึกว่ามีขนาดเล็กที่สุด คือ สถานีพระนั่งเกล้า เนื่องจากเป็นสถานีเดียวที่ไม่ได้สร้างคร่อมถนน แต่สร้างบนที่ว่างเชิง สะพานพระนั่งเกล้า จึงลดขนาดพื้นที่ลงเท่าที่ทำประโยชน์ใช้สอยตัวรถญี่ปุ่น–ค่าโดยสารใกล้ MRT

 

สำหรับขบวนรถไฟฟ้านั้น บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ BMCL ที่ได้รับ สัญญาว่าจ้างเดินรถและบริหารการเดินรถ จาก รฟม. ได้ว่าจ้างบริษัท แจแปน-ทรานสปอร์ต เอ็นจิเนียริ่ง หรือเจ–เทรค เป็นผู้ผลิตตัวรถ จำนวน 21 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ กำลังทยอยส่งมายังประเทศไทยแล้ว ทั้งนี้ ขบวนรถแต่ละขบวนทำความเร็วสูงสุด 80 กม./ชั่วโมง มี 125 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสารได้ 700-1,000 คน ซึ่งขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบระบบอาณัติสัญญาณ และระบบของขบวนรถ โดยมีกำหนดการว่า จะเริ่มเปิดทดลองระบบการเดินรถโดยให้ประชาชนทดลองใช้บริการได้ในเดือนพฤษภาคม 2559 และกำหนดเปิดให้บริการจริงในเดือนสิงหาคม 2559 ส่วนค่าโดยสารนั้น กำหนดให้ใกล้เคียงกับรถไฟฟ้า MRT คือ 16-42 บาท

ทางด่วนใหม่ “ศรีรัช–วงแหวน”

เมกะโปรเจกต์โครงการที่สอง ที่จะมาแก้รถติดกรุงเทพฯในปี 2559 คือ ทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ทางด่วนสายนี้ประกอบด้วย ทางด่วนสายหลัก เป็นทางพิเศษยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร บนเขตทางรถไฟสายใต้ที่มีอยู่เดิมเป็นส่วนใหญ่ และสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งใหม่ บริเวณข้างสะพานพระราม 6 เดิม

จุดเริ่มต้นที่ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันตก บริเวณใกล้กับโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ จากนั้นแนวเส้นทางจะไปทางทิศตะวันออกตามแนวเขต ทางรถไฟสายใต้เดิม ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณข้างสะพานพระราม 6 มาสิ้นสุดโครงการบริเวณย่านบางซื่อ เชื่อมกับทางด่วนศรีรัชหรือขั้นที่ 2 บริเวณด้านเหนือของสถานี ขนส่งหมอชิต 2 และลดระดับอยู่บนพื้นดินบริเวณถนนกำแพงเพชร 2 หน้าสวนสมเด็จฯ มีทางแยกต่างระดับ 2 แห่ง คือ ทางแยกต่างระดับศรีรัช และทางแยกต่างระดับกาญจนาภิเษก นอกจากนี้ จะมีจุดขึ้น–ลงอีก 6 แห่ง ได้แก่ ถนนพระราม 6 จรัญสนิทวงศ์ บางบำหรุ ราชพฤกษ์ กาญจนาภิเษก และต่างระดับบรมราชชนนี

สัมปทาน BECL–เบื้องต้น 50 บาท

ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นทางด่วนสายใหม่ที่บริษัท บีอีซีแอล ได้รับสัมปทานจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยสัญญาสัมปทานนับจากวันที่ 15 ธ.ค.2555 ถึงปี 2585 รวมอายุสัมปทาน 30 ปี ใช้เงินลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะได้รายได้จากค่าผ่านทางเต็ม 100% ตลอดอายุสัมปทานโดยปีแรกของการเปิดให้บริการจะเก็บค่าผ่านทางรถยนต์ 4 ล้อ ที่ 50 บาท รถ 6–10 ล้อ ที่ 80 บาท และรถเกิน 10 ล้อ ที่ 115 บาท ทั้งนี้ มีกำหนด การว่าจะสามารถเปิดใช้ได้ประมาณกลางปี 2559 นี้

 

ภูมิภาค “สะพานลันตา” เสร็จ

นอกจากรถไฟฟ้าและทางด่วนในกรุงเทพฯจะเปิดใช้แล้ว ปี 2559 มีโครงการขนาดใหญ่ในภูมิภาคแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการสะพานเกาะลันตา จ.กระบี่ ของกรมทางหลวงชนบท ที่ล่าสุดการก่อสร้างได้เชื่อมตัวสะพานสองฝั่งติดกันแล้ว จากเกาะลันตาน้อยกับเกาะลันตาใหญ่ เหลือเพียงการเก็บรายละเอียดของงาน และระบบไฟต่างๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2559 และสามารถเปิดใช้งานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในเทศกาลสงกรานต์

ส่วนในจังหวัดปริมณฑลนั้น มีโครงการแล้วเสร็จและเปิดใช้ในปี 2559 อาทิ โครงการ ขยายถนนพุทธมณฑลสาย 5 จากอ้อมน้อยถนนเพชรเกษมเชื่อมถนนบรมราชชนนีเป็น 4-8 ช่องจราจรไปกลับ ที่กำหนดแล้วเสร็จเดือน ธ.ค.2558 คาดว่าจะเปิดใช้งานได้ต้นปี 2559, โครงการก่อสร้าง ทางหลวงหมายเลข 3 (บางปู)–บ้านคลองกระบือ ตอน 3 เชื่อมถนนเทพารักษ์ แล้วเสร็จเดือน มิ.ย.2559, โครงการสะพานข้ามแยกถนนคลองหลวง 2 แห่ง ได้แก่ สะพานข้ามแยกวัดธรรมกาย จะแล้วเสร็จใน ม.ค.2559 และ สะพานข้ามแยกตลาดไท จะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานกลางปี 2559

O O O O O


กระนั้นก็ตาม ถึงกรุงเทพฯในปีที่ 234 จะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ และทางด่วนสายใหม่ แต่ผิวการจราจรในกรุงเทพฯอีกหลายพื้นที่ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เช่น ถนนพหลโยธิน จากแยกลาดพร้าวถึงแยกหลักสี่ มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-คูคต, ถนนจรัญสนิทวงศ์ และ ถนนเพชรเกษม มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค และอุโมงค์ลอดทางแยกที่แยกไฟฉาย, ถนนตากสิน มีการก่อสร้างอุโมงค์ที่แยกมไหศวรรย์

ทั้งหมดคือโครงการเก่าที่ทำติดต่อกันมาหลายปี ไม่นับโครงการที่จะเริ่มงานใหม่ในปีหน้า ฉะนั้นจึงคงไม่ผิดหากจะกล่าวว่า ถึงจะมีอะไรใหม่ๆ แต่รถก็ยังติดเหมือนเดิม!!!!!

ฝ่ายข่าว กทม.–จราจร รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวกทม.ข่าวจราจรการจราจรกรุงเทพฯรถไฟฟ้าปัญหาจราจรทีมข่าวกทม.รัตนโกสินทร์ศก 234ทางด่วนลิฟต์คนพิการส้วมทุกสถานีวงศ์สว่างศรีรัช-วงแหวนรอบนอกสะพานลันตา

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้