ข่าว
100 year

หย่าศึก ม.เอแบค ล็อกประตูห้ามอธิการใหม่เข้า-'ดาว์พงษ์'ตั้งกก.หาข้อยุติ

ไทยรัฐฉบับพิมพ์29 ธ.ค. 2558 06:25 น.
SHARE

ศึกขัดแย้งใน “เอแบค” ยังคุกรุ่น อธิการใหม่เอแบคถูกล็อกกุญแจประตูไม่ให้เข้าทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าเจรจา ก่อนมีการแจ้งความจับ รปภ.ชุดเก่าข้อหาบุกรุก หวุดหวิดปะทะกัน ล่าสุด “ดาว์พงษ์” รมว.ศึกษาธิการจัดตั้งคณะกรรมการกลาง 8 คน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งต่างๆ เสร็จสิ้นแล้วนัดหมายให้ทั้งสองฝ่ายมีการประชุมเพื่อหาข้อสรุปในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2559 นี้

กรณีความขัดแย้งของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก (เอแบค) ที่เกิดความแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย จน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ต้องเข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย เรียกตัวแทนทั้ง 2 ฝ่าย เข้าเจรจาหาข้อยุติ โดยจัดตั้งคณะกรรมการกลาง 8 คน เพื่อแก้ไขความขัดแย้งต่างๆ

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่บริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก ซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. ได้มีการปิดประตูทางเข้าไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในมหาวิทยาลัย มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนรักษาการณ์อยู่ภายในรั้วกว่า 20 คน ด้านหน้าประตูมีประกาศของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ติดอยู่ระบุว่า “ห้ามให้บุคคลต่อไปนี้เข้ามาในมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ดร.สุทธิพร ประทุมเทวาภิบาล น.ส.นรนุช ไผ่แก้ว ดร.รุ่งศรี ว่องวิทวัส นาวาเอกชำนาญ สอนแพง และบุคคลอื่นที่เป็นบริวารของบุคคลตามรายชื่อ”

ขณะที่บริเวณป้ายรถประจำทางด้านหน้ามหาวิทยาลัย พบ ดร.สุทธิพร ประทุมเทวาภิบาล พร้อมผู้ติดตามกว่า 10 คน กล่าวยืนยันว่าจะเข้าไปภายในให้ได้ ต่อมา พ.ต.ท.ธีร์นิติ เสียงลอย สวป. สน.หัวหมาก เข้ามาเจรจากับ ดร.สุทธิพร โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะยอมเดินทางกลับ

ต่อมา ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยให้ปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ม.เอแบคคนใหม่ จึงเดินทางมาเพื่อต้องการเข้าไปในมหาวิทยาลัยพร้อมกับนำคำสั่งศาลที่ให้การคุ้มครองให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ไปยื่นกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่อยู่บริเวณประตูกลาง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และตำรวจ 191 ทั้งในและนอกเครื่องแบบ เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดใหม่ที่มหาวิทยาลัยเพิ่งว่าจ้างได้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน รปภ.ชุดเดิม แต่ รปภ.ชุดเก่ากลับปิดล็อกประตูล่ามโซ่แน่นหนา ทำให้เข้าไปไม่ได้รวมไปถึงอาจารย์และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งที่ต้องเข้าไปทำงานตามปกติ ตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามเจรจาให้ รปภ.ชุดเก่าทราบคำสั่งศาลถ้าหากขัดขวางจะดำเนินคดี แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ แถมบรรยากาศการเจรจายังตึงเครียด ตนเกรงว่าอาจเกิดการปะทะกัน จึงมอบหมายให้ทนายความไปแจ้งความเอาผิดกับ รปภ.ชุดเก่า ข้อหาขัดคำสั่งศาลและบุกรุกที่ สน.หัวหมาก

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเอแบคกล่าวอีกว่า หลังแจ้งความกับ รปภ.ชุดเก่า ตนพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเอแบค วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ รปภ.ชุดใหม่ กว่า 100 คน สามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ภายในมหาวิทยาลัยได้ โดยประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง และ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยการเจรจา ตนจะใช้ ม.เอแบค วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เป็นสำนักงานอธิการบดีไปพลางๆก่อน การเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยเป็นไปตามกฎหมายและคำสั่งศาล และขอเตือนผู้ที่แอบอ้างว่ายังเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยอยู่ สั่งให้ รปภ.เก่าขัดขวาง แต่กลับไม่กล้าออกมาปรากฏตัว

วันเดียวกัน เวลา 16.00 น. นายสิทธิชัย ปริญญานุสรณ์ ผู้ประสานงานกลุ่มผู้รักเอแบคและอัสสัมชัญ พร้อมพวก ได้เข้ายื่นแถลงการณ์ร่วมของกลุ่มถึง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และกล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มผู้รักเอแบคและอัสสัมชัญ ประมาณ 200 คนได้ร่วมกันลงชื่อและออกแถลงการณ์ยื่นถึงประธานมูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ในฐานะอธิการเจ้าคณะเซนต์คาเบรียล แขวงประเทศไทยและนายกสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และกำหนดให้มีการทำสำเนาแถลงการณ์ฉบับนี้ถึงสังฆมณฑลกรุงเทพ ในฐานะผู้กำกับดูแลคริสต์ศาสนาในประเทศไทย สังฆมณฑลวาติกัน

ในฐานะผู้กำกับดูแลคริสต์ศาสนาโลก และ รมว.ศึกษาธิการ สำหรับสาระสำคัญของแถลงการณ์ เพื่อสอบถามถึงจุดยืนของประธานมูลนิธิฯ ได้ระบุไว้ 3 ประเด็น คือ 1.การฟ้องร้องคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย 11 คน ที่มีมติให้ทำการตรวจสอบภราดาบัญชา แสงหิรัญ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่มีแนวโน้มว่าได้สร้างความเสียหายกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ 2.การออกหนังสือโดยฐานะอธิการเจ้าคณะเซนต์คาเบรียล แขวงประเทศไทย กล่าวตำหนินักบวชอาวุโส 3 ท่านในฐานะทำหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญอย่างรุนแรง และ 3.การนำเงินมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลมาใช้ชำระให้กับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญในกรณีหากเกิดความเสียหาย

“การกล่าวโทษฟ้องร้องคณะกรรมการสภาฯ 11 คน เป็นสิ่งที่ขัดต่อศีลข้อนบนอบ เพราะคณะกรรมการฯได้รับการเชิญเสนอชื่อโดยนายกสภาฯ เพราะมีคุณงามความดี และหนึ่งในสามยังเคยดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นอธิการเจ้าคณะฯ แขวงประเทศไทย เป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้ง จึงเป็นการไม่นบนอบต่อผู้มีอาวุโสกว่า รวมถึงการที่จะนำเงินของมูลนิธิคณะฯ ที่เป็นเงินบริจาคของเหล่าสัตบุรุษ และผู้ปกครองนักเรียนของสถาบันในเครือมูลนิธิฯ มาใช้เพื่อปกป้องสิ่งที่เกิดความเสียหายไม่สอดคล้องกับศีลที่ถือความยากจน พวกเราจึงต้องการให้ประธานมูลนิธิฯ ได้ออกมาชี้แจงจุดยืนเป็นเอกสารตอบกลับคำถามดังกล่าว และประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ทั้งที่ตั้งมูลนิธิฯ โรงเรียนอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” นายสิทธิชัยกล่าว

ที่ศูนย์สื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ส่งหนังสือถึงสื่อมวลชน โดยระบุว่าตามที่ได้มีการแอบอ้างออกคำสั่งสภามหาวิทยาลัยลงนามโดย นายสุเทพ เลาหะวัฒนะ เลขที่ 27/2558 เพื่อแต่งตั้ง นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นอธิการบดี ศูนย์สื่อสารองค์กรฯ ขอยืนยันว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญคือ ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ เพียงผู้เดียว โดยมี ดร.กมล กิจสวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดี คำสั่งจึงมิชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และขณะนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ จะเป็นผู้ให้ความกระจ่างในข้อขัดแย้งนี้เอง โดยให้ทุกฝ่ายรอการพิจารณาจากการประชุมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญในเดือน ม.ค.2559 ศูนย์สื่อสารองค์กรฯ ขอความร่วมมือทุกท่านรอผลการทำงานของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เอแบคอธิการใหม่ล็อกกุญแจดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขความขัดแย้งข่าวไทยรัฐออนไลน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐไทยรัฐ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้