วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แดงเผาศาลากลาง โทษหนัก ศาลฎีกาให้ประหาร

แดงเผาศาลากลาง โทษหนัก ศาลฎีกาให้ประหาร

  • Share:

ดีเจต้อย-จอมบงการ แต่ลดโทษตลอดชีวิต จำเลยร่วมโดนระนาว

ศาลฎีกาตัดสินประหารชีวิต “ดีเจต้อย” แกนนำเสื้อแดงกลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี คดีเผาศาลากลางจังหวัดเมื่อปี 53 แต่ยังปรานีลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต หลังเชื่อว่าเป็นผู้บงการ ขณะที่จำเลยร่วมอีก 12 คน ส่วนใหญ่ได้รับโทษเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีพยานหลักฐานร่วมกันกระทำผิด บางรายจากถูกยกฟ้องศาลฎีกากลับคำตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต

ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตแกนนำเสื้อแดงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 ธ.ค.ศาลจังหวัดอุบลราชธานีออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่อัยการจังหวัดอุบลราชธานียื่นฟ้องจำเลย คดีความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตราย ซึ่งจำเลยร่วมกันก่อเหตุวางเพลิงเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553

คดีดังกล่าวมีผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีจำนวน 21 คน แต่มีการยกฟ้องและไม่ติดใจยื่นฎีกา 8 คน คงเหลือจำเลยที่มาฟังคำตัดสินของศาลฎีกา 13 คน ในจำนวนนี้มีนายพิเชษฐ์ ทาบุตดา หรือดีเจต้อย หรืออาจารย์ต้อย แกนนำคนเสื้อแดงกลุ่มชักธงรบอุบลราชธานี เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายวัฒนา จันทศิลป์ ทนายจำเลย เปิดเผยว่า ศาลฎีกาได้พิพากษากลับคำพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย 1.นายพิเชษฐ์ ทาบุตดา หรือดีเจต้อย หรืออาจารย์ต้อย จากเดิมจำคุก 1 ปี ศาลฎีกาพิพากษาเป็นประหารชีวิต แต่ลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต 2.นายชัชวาลย์ ศรีจันดา ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต 3.นางอรอนงค์ บรรพชาติ จากจำคุก 2 ปี เป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน 4.นายลิขิต สุทธิพันธ์ จากจำคุก 2 ปี เป็นจำคุก 33 ปี 4 เดือน 5.นางสุมาลี ศรีจินดา 6.นายประดิษฐ์ บุญสุข 7.นายไชยา ดีแสง 8.นายพิสิษฐ์ บุตรอำคา ศาลฎีกายืนตามศาลอุทธรณ์คือจำคุก 2 ปีเช่นเดิม 9. จ.ส.อ.สมจิตร สุทธิพันธ์ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ศาลฎีกาพิพากษาเป็นจำคุก 1 ปี 10.นางสาวปัทมา มูลนิล 11.นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ 12.นายสนอง เกตุสุวรรณ์ และ 13.นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จำคุก 33 ปี 12 เดือน ศาลฎีกาพิพากษาลดให้เหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยลดโทษให้คนละ 8 เดือน

นายวัฒนากล่าวอีกว่า ในการอ่านคำพิพากษาลงโทษจำเลยในครั้งนี้ บางรายที่เคยถูกยกฟ้อง หรือได้รับโทษไม่มาก กลับมารับโทษเพิ่มขึ้น เนื่องจากศาลฎีกาเชื่อตามพยานหลักฐานและคำเบิกความของพยานว่า ทุกคนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด โดยเฉพาะนายพิเชษฐ์ ทาบุตดา หรือดีเจต้อย ศาลเชื่อว่าเป็นผู้บงการให้มีการเผาศาลากลางจังหวัดตามที่อัยการยื่นฟ้องจริง ทั้งนี้ ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว ทางเรือนจำกลางอุบลราชธานีจะมารับตัวจำเลยทั้งหมดไปคุมขังตามคำพิพากษาต่อไป มีเพียง จ.ส.อ.สมจิตร สุทธิพันธ์ ที่จะได้รับการปล่อยตัว เพราะถูกคุมขังมาเกินกว่าโทษที่ศาลได้ตัดสินแล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้